KBANK มองกรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า 33.00-33.60 บ. จับตาส่งออกไทย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (19 ก.ย.69) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในสัปดาห์หน้า ระหว่างวันที่ 21-25 ก.ย. 2569 ที่ระดับ 33.00-33.60 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับปิดตลาดวันศุกร์ที่ 18 ก.ย. ที่ 33.33 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขการส่งออกเดือนส.ค. ของไทย สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) รวมถึงการพบกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ในวันที่ 24 ก.ย.

สำหรับความเคลื่อนไหวในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ สอดคล้องกับทิศทางของเงินเยนและสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย ขณะที่ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นตามความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่วนเงินดอลลาร์ได้รับแรงหนุนก่อนการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟด ระหว่างวันที่ 15-16 ก.ย. จากการคาดการณ์ว่าเฟดอาจส่งสัญญาณดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดต่อเนื่อง ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง

ช่วงกลางสัปดาห์ เงินบาทอ่อนค่าลงเพิ่มเติม แตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือนครึ่งที่ 33.43 บาทต่อดอลลาร์ หลังผลการประชุมเฟดสะท้อนถึงความจำเป็นในการคงท่าทีคุมเข้มนโยบายการเงิน เนื่องจากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังอยู่สูงกว่าเป้าหมายและมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ทั้งนี้ เฟดมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่กรอบ 3.75-4.00% ตามที่ตลาดคาดการณ์ ขณะที่ Dot Plot ฉบับใหม่สะท้อนโอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 1 ครั้งก่อนสิ้นปีนี้

ส่วนช่วงท้ายสัปดาห์ เงินบาทยังเคลื่อนไหวในกรอบอ่อนค่าตามทิศทางเงินเยน หลังผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของราคาทองคำและการอ่อนตัวลงของราคาน้ำมันในตลาดโลกช่วยจำกัดแรงอ่อนค่าของเงินบาทไว้บางส่วน

สำหรับสัปดาห์หน้า นอกจากตัวเลขการส่งออกของไทยและการพบกันระหว่างผู้นำสหรัฐฯ-จีนแล้ว ตลาดยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนส.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เบื้องต้นเดือนก.ย. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอติดตามการประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ของจีน รวมถึงดัชนี PMI เบื้องต้นเดือนก.ย. ของญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ เพื่อประเมินทิศทางเศรษฐกิจโลกและแนวโน้มค่าเงินในระยะถัดไป

Back to top button