KKP โชว์กำไร Q3 แตะ 2.38 พันล้าน โต 43% รับรายได้มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่ม-คุม NPL อยู่หมัด

ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/69 และงวด 9 เดือนปี 69 มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น ดังนี้

ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2569 มีกำไรสุทธิ 2,388.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.01% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,669.88 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ประกอบกับรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น สะท้อนความสามารถในการกระจายแหล่งรายได้จากธุรกิจหลัก ขณะที่คุณภาพสินเชื่อโดยรวมยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
ในไตรมาส 3/2569 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรเบ็ดเสร็จรวม 2,655 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.0% จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นมีสาเหตุหลักจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เติบโต 28.3% จากไตรมาส 3/2568 ตามการขยายตัวของธุรกิจหลักหลายด้าน ทั้งธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง รายได้จากการให้บริการทางการเงินและการลงทุนแบบดิจิทัลของ Dime! รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจจัดการกองทุน และรายได้จากธุรกิจวาณิชธนกิจ นอกจากนี้ บริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทรยังคงครองส่วนแบ่งตลาดนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เป็นอันดับ 1 อย่างต่อเนื่อง
ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 6.5% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น อันเป็นผลจากการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินปรับตัวลดลง
สำหรับปริมาณสินเชื่อรวม ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 เพิ่มขึ้น 3.7% จากสิ้นปี 2568 สอดคล้องกับแนวทางการเติบโตสินเชื่ออย่างระมัดระวัง โดยมุ่งเน้นสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสมและมีคุณภาพสูง ซึ่งการเติบโตหลักมาจากสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อบรรษัท
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังคงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ โดยธนาคารดำเนินนโยบายตั้งสำรองอย่างระมัดระวังและรักษาระดับสำรองให้อยู่ในระดับเหมาะสม ทั้งนี้ ในไตรมาส 3/2569 ธนาคารตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นรวม 928 ล้านบาท ขณะที่ผลขาดทุนจากการขายรถยึดยังคงควบคุมได้ในระดับที่ดี
ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 ปริมาณสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตปรับตัวลดลง ส่งผลให้อัตราส่วนสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) ลดลงมาอยู่ที่ 3.4% จาก 4.3% ณ สิ้นปี 2568 ขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (Coverage Ratio) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 154.7% สะท้อนถึงการรักษาระดับเงินสำรองเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านเครดิตอย่างเหมาะสม
ขณะที่ผลประกอบการงวด 9 เดือนปี 69 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 6,465.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.14% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 4,140.90 ล้านบาท
Back to top button