KPI โพล เผย คนค้านผู้ผ่านบัตรคนจนลดลง หวั่นทำให้หลุดจากระบบสวัสดิการ

สถาบันพระปกเกล้าโพล เผย คนไม่เห็นด้วยกับการที่ผู้ผ่านบัตรคนจนลดลง หวั่นทำให้คนที่เคยได้หรืออาจมีคุณสมบัติต้องเสียสิทธิและหลุดจากระบบสวัสดิการ แนะเพิ่มวงเงินหรือความช่วยเหลือให้สอดคล้องกับค่าครองชีพ 

วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “มุมมองประชาชนต่อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและทิศทางในอนาคต” ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 25-28 ก.ค. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง 

โดยถามถึงเกณฑ์ในการคัดกรองผู้สมควรได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เป็นปัญหามากที่สุดคือเรื่องใด ร้อยละ 24.4 ระบุว่า เกณฑ์ไม่มีรถยนต์ หรือมีรถจักรยานยนต์ขนาดไม่เกิน 300 ซีซี ไม่เกิน 1 คัน เป็นปัญหามากที่สุด รองลงมาร้อยละ  15.0 เกณฑ์รายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ขณะที่ร้อยละ  14.6 เห็นว่าเกณฑ์โดยรวมชัดเจนและเหมาะสมแล้ว และร้อยละ  10.4 เกณฑ์การกู้เงินจากสถาบันการเงินไม่เกิน 100,000 บาท

เมื่อถามถึงเรื่องการคัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ร้อยละ 53.1% ไม่เห็นด้วยกับผลการคัดกรองที่มีผู้ผ่านเกณฑ์ลดลง เพราะทำให้คนที่เคยได้หรืออาจมีคุณสมบัติต้องเสียสิทธิ/หลุดจากระบบสวัสดิการ ขณะที่ร้อยละ  40.6% เห็นด้วย เพราะจะได้ใช้งบประมาณให้ตรงกับผู้ที่มีคุณสมบัติและมีความจำเป็นมากขึ้น และร้อยละ  6.4% ไม่มีความเห็น

เมื่อถามถึงเรื่องสำคัญที่อยากให้ปรับปรุงในการทบทวนสิทธิ ร้อยละ 27.7 ต้องการให้แจ้งเหตุผลที่ไม่ผ่านเกณฑ์และข้อมูลที่นำมาใช้พิจารณา รองลงมา 25.1 ต้องการให้หน่วยงานประสานแก้ไขข้อมูลระหว่างกันแทนการให้ประชาชนติดต่อหลายแห่ง, ร้อยละ 19.4 ต้องการให้มีเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ร้อยละ 17.2 ต้องการให้มีช่องทางเดียวสำหรับตรวจสอบและแก้ไขข้อมูล ร้อยละ 5.6 ต้องการให้กำหนดระยะเวลาพิจารณาและวันทราบผลที่ชัดเจน และร้อยละ 5.1 ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น

เมื่อถามถึงโจทย์หลักของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในอนาคต ร้อยละ 31.7 เสนอให้เพิ่มวงเงินหรือความช่วยเหลือให้สอดคล้องกับค่าครองชีพ รองลงมา 29.1 ต้องการให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์และฐานข้อมูลเพื่อคัดกรองผู้มีสิทธิได้แม่นยำขึ้น ร้อยละ 15.3 เห็นว่า ควรดำเนินนโยบายควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ ร้อยละ 8.7 เสนอให้ปรับเปลี่ยนเป็นระบบสวัสดิการรูปแบบอื่นที่เหมาะสม ร้อยละ 8.5 เห็นว่าควรให้ความช่วยเหลือตามความเหมาะสมโดยคำนึงถึงความสามารถทางการคลัง ร้อยละ 2.2 เห็นว่าควรยกเลิกนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และร้อยละ  4.5 ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น