KS พลิกมุมมอง “กลุ่มปศุสัตว์” สู่เติบโตยั่งยืน! คาดกำไรปี 70 พุ่ง 14% ยก CPF-BTG เด่นสุด


บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS ระบุว่า ระบุว่า ฝ่ายวิจัยคาดการณ์กำไรปกติรวมของบริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF, บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT และบริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG ในปี 2570 จะอยู่ที่ 3.82 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.8% จากงวดเดียวกันของปีก่อน แม้ยอดขายจะเติบโตเพียง 2.3% โดยมีปัจจัยหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของกลุ่มที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 16.2% จาก 15.8% ในปี 2569

ทั้งนี้ ราคาปศุสัตว์มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นต่ออย่างจำกัด ทำให้การเติบโตของกำไรในปี 2570 จะมาจากส่วนต่างระหว่างราคาปศุสัตว์และต้นทุนอาหารสัตว์ที่ดีขึ้น การเพิ่มขึ้นของ Operating Leverage การขยายธุรกิจปลายน้ำ และ Product Mix ที่ดีขึ้น ส่งผลให้กลุ่มปศุสัตว์กำลังเปลี่ยนจากการฟื้นตัวตามวัฏจักรไปสู่การเติบโตของกำไรที่มีความยั่งยืนมากขึ้น ขณะที่ความแตกต่างของผลประกอบการระหว่างแต่ละบริษัทมีแนวโน้มชัดเจนขึ้น

สำหรับตลาดสุกรในไทย คาดว่าราคาจะยังอยู่ในระดับที่สร้างกำไรได้ โดยอุปทานคาดเพิ่มขึ้น 1–3% ในปี 2570 สนับสนุนสมมติฐานราคาสุกรที่ 70 บาท/กิโลกรัม ส่วนจีน แม้จำนวนแม่สุกรพันธุ์ลดลง 6.5% จากงวดเดียวกันของปีก่อนในไตรมาส 2/2569 แต่ผลผลิตเนื้อสุกรในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ยังเพิ่มขึ้น 3.3% จากประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น จึงคาดว่าการฟื้นตัวของราคาจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยตั้งสมมติฐานราคาสุกรที่ 12 หยวน/กิโลกรัม ในปี 2570

ส่วนเวียดนามคาดว่าปริมาณสุกรจะยังเติบโต แต่ราคามีโอกาสปรับขึ้นจำกัด โดยจำนวนสุกรเติบโต 4.2% จากงวดเดียวกันของปีก่อนในเดือน ส.ค. 2569

ด้านธุรกิจไก่ คาดการณ์การส่งออกไก่ของไทยในปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 1.33 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 2.3% จากปีก่อน โดยผลิตภัณฑ์ไก่ปรุงสุกมีสัดส่วนประมาณ 52% ของปริมาณส่งออก ขณะที่ผลผลิตไก่เนื้อในประเทศคาดเพิ่มขึ้นเพียง 1–2% ในปีการตลาด 2569/70

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของอุปทานสัตว์ปีกทั่วโลกมีแนวโน้มทำให้การแข่งขันในตลาดส่งออกรุนแรงขึ้น จึงคงสมมติฐานราคาไก่เนื้อปี 2570 ที่ 42 บาท/กิโลกรัม โดยการเติบโตของกำไรจะขึ้นอยู่กับปริมาณส่งออก Product Mix และการบริหารต้นทุนมากขึ้น

สำหรับต้นทุนอาหารสัตว์ คาดว่าผลผลิตข้าวโพดไทยในปีการตลาด 2569/70 จะอยู่ที่ประมาณ 5.3 ล้านตัน ขณะที่การบริโภคอยู่ที่ 6.9 ล้านตัน ทำให้ยังต้องพึ่งพาการนำเข้าอย่างต่อเนื่อง ส่วนการบริโภคกากถั่วเหลืองคาดเพิ่มขึ้น 3% จากงวดเดียวกันของปีก่อน แตะ 5.35 ล้านตัน ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้นเพียง 1.7% ส่งผลให้ปัจจัยหนุนจากต้นทุนอาหารสัตว์ที่ลดลงเพิ่มเติมมีจำกัด โดยตั้งสมมติฐานราคาข้าวโพดและกากถั่วเหลืองในปี 2570 ที่ 10.5 บาท/กิโลกรัม และ 16.5 บาท/กิโลกรัม ตามลำดับ

คงมุมมองเป็นกลางต่อกลุ่มปศุสัตว์ โดยยังมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรในปี 2570 แต่ประเมินว่าผลตอบแทนของหุ้นจะขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะของแต่ละบริษัทมากขึ้น แทนการปรับขึ้นของราคาปศุสัตว์ในวงกว้าง

ทั้งนี้ KS เลือก CPF และ BTG เป็นหุ้นเด่น โดย CPF มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการกลับเข้าสู่ภาวะปกติของตลาดสุกรในภูมิภาคมากที่สุด ขณะที่ BTG มีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจปศุสัตว์ในไทยที่ชัดเจน รวมถึงแรงสนับสนุนจากธุรกิจปลายน้ำ

โดย KS ให้คำแนะนำ “ซื้อ” BTG ราคาเป้าหมาย 24.80 บาท และ “ซื้อ” CPF ราคาเป้าหมาย 26.00 บาท

Back to top button