KSS ชี้บอนด์ยีลด์ขาลง "โรงไฟฟ้า-ไฟแนนซ์-แบงก์" รับอานิสงส์

นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยว่า ตลาดแรงงานสหรัฐอเมริกาส่งสัญญาณอ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ไว้อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงแรงกดดันด้านค่าจ้างและเงินเฟ้อที่เริ่มผ่อนคลายลง
โดยประเมินว่าข้อมูลตลาดแรงงานรอบล่าสุดนี้จะช่วยสนับสนุนมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และเพิ่มโอกาสให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasury Yield) ทยอยปรับตัวลดลงในระยะถัดไป ทำให้คาดว่าจะมีโอกาสเห็นกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ไหลกลับเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) มากขึ้น
ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้จับตาหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า ได้แก่ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF, บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC, บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL และ บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP ซึ่งมีโอกาสได้รับประโยชน์จากทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง
ขณะที่กลุ่มเช่าซื้อและการเงิน แนะนำ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC, บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC และ บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT ส่วนกลุ่มธนาคารพาณิชย์ มีมุมมองเชิงบวกต่อ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK, ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB และ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL
สำหรับกลุ่มหุ้นปลอดภัย (Defensive) ที่มีโอกาสเกิดการปรับเพิ่ม Valuation แนะนำ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS และ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH ด้านหุ้นที่อิงการบริโภคภายในประเทศ (Domestic Play) ให้น้ำหนักการลงทุนใน บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL และ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ซึ่งมีโอกาสได้รับแรงสนับสนุนจากบรรยากาศการลงทุนและกระแสเงินทุนที่ปรับตัวดีขึ้น
ทั้งนี้ หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงตามคาด ตลาดมีแนวโน้มที่จะกลับมาให้น้ำหนักกับธีมการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับทิศทางนโยบายการเงินของ Fed การปรับประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียน (Earnings Revision) และวัฏจักรการลงทุน (Investment Cycle) อีกครั้ง KSS จึงยังคงแนะนำกลยุทธ์ “Buy on Weakness” หรือทยอยสะสมเมื่อราคาหุ้นอ่อนตัว โดยให้ความสำคัญกับหุ้นที่ก่อนหน้านี้ถูกกดดันจากการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ รวมถึงหุ้นที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากวัฏจักรการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุนด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI Infrastructure)
Back to top button