เบื้องหลังกำไร KTB


การอ่านงบการเงินของหุ้นในกลุ่มธนาคาร ไม่ได้ดูเพียงแค่ตัวเลข “กำไรสุทธิ” ครับ

แต่ต้องเริ่มจากการมองว่า กำไรนั้น “มาจากอะไร” และ บมจ.ธนาคารกรุงไทย หรือ KTB คือหนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจของงวดไตรมาส 2/2569

กำไรสุทธิ 12,125 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อน

ส่วนงวดครึ่งปีแรก กำไรอยู่ที่ 24,562 ล้านบาท เติบโต 7.6%

ตัวเลขไม่ได้หวือหวาเหมือนหุ้นเติบโต แต่เป็นกำไรที่มี “คุณภาพ” มากขึ้นครับ เพราะรายได้ดอกเบี้ย ซึ่งเคยเป็นพระเอก กลับลดลง 13-15%, NIM เหลือเพียง 2.45%

สะท้อนผลของดอกเบี้ยขาลงและมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้

ถ้าเป็นธนาคารที่พึ่งรายได้ดอกเบี้ยเป็นหลัก กำไรคงถูกกดดันมากกว่านี้ แต่ KTB กลับพิสูจน์ว่า การกระจายแหล่งรายได้เริ่มออกดอกออกผล

ค่าธรรมเนียมเติบโต 10.3%

ธุรกิจ Wealth ยังเป็นเครื่องยนต์สำคัญ

รายได้ตลาดเงิน ตลาดทุน และการลงทุนเข้ามาช่วยเสริม

ทำให้ Non-NII กลายเป็นตัวพยุงกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญครับ

อีกตัวเลขที่น่าสนใจ คือ Cost to Income ลดเหลือเพียง 38.9% ทั้งที่ธนาคารยังลงทุนด้าน AI และดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง นั่นหมายถึงการลงทุนเริ่มสร้างประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่เพิ่มต้นทุนด้านคุณภาพสินทรัพย์ก็ยังแข็งแรง

NPL อยู่เพียง 2.92%

Coverage Ratio สูงถึง 205%

Credit Cost ต่ำกว่า 1%

สะท้อนว่าการตั้งสำรองก้อนใหญ่ในอดีต กำลังเริ่มให้ผลตอบแทนครับ

เมื่อความเสี่ยงลดลง กำไรในอนาคตก็มีเสถียรภาพมากขึ้น

ที่สำคัญ เงินกองทุน CET1 อยู่ระดับ 18.7% และ CAR สูงถึง 20.7% ถือเป็นเครื่องยนต์สำหรับการเติบโตรอบใหม่ จึงไม่แปลกที่นักวิเคราะห์หลายสำนักเริ่มมอง KTB ในภาพระยะยาวมากกว่าระยะสั้น

นักวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย เชื่อว่า สินเชื่อปีนี้อาจโตถึง 3.9% สูงกว่าที่ธนาคารตั้งเป้าไว้เพียง 0-2% เพราะแรงหนุนจากโครงการลงทุนภาครัฐ

เม็ดเงิน FDI และการลงทุนในพื้นที่ EEC

ส่วนนักวิเคราะห์ บล.กรุงศรีฯ มองว่า กำไรครึ่งปีแรกคิดเป็นกว่า 51% ของประมาณการกำไรทั้งปี พร้อมขยับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 55 บาท

เหตุผลไม่ได้อยู่ที่กำไรไตรมาสเดียวครับ

แต่อยู่ที่ ROE ซึ่งมีโอกาสรักษาระดับราว 10%

เงินปันผลยังให้ผลตอบแทนประมาณ 6-8%

และความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังต่ำ

ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ ยุทธศาสตร์ระยะยาวของธนาคาร

AI, Wealth และ Virtual Bank

กำลังถูกวางให้เป็นเครื่องยนต์สร้างรายได้ชุดใหม่

เพื่อลดการพึ่งพารายได้ดอกเบี้ยในอนาคต

สุดท้ายแล้ว งบไตรมาส 2 ของ KTB อาจไม่ได้สร้างความตื่นเต้นจากตัวเลขกำไรเพียงอย่างเดียว

แต่สิ่งที่ตลาดกำลังให้ “มูลค่าเพิ่ม”

คือการเห็นธนาคารค่อย ๆ เปลี่ยนโครงสร้างรายได้

ลดความเสี่ยง

เพิ่มประสิทธิภาพ

และสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน