ก.ล.ต. ชูความรู้สู้ความเสี่ยง ก่อนลงทุน L&I ETF - มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

มิติหุ้น – สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุว่า Leveraged และ Inverse ETF หรือ L&I ETF เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ลงทุนที่ช่วยเพิ่มทางเลือกให้ผู้ลงทุน โดยเริ่มซื้อขายในประเทศไทยตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 แต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงกว่า ETF ทั่วไป

Leveraged ETF มุ่งสร้างผลตอบแทนเป็นทวีคูณของดัชนีอ้างอิงในแต่ละวัน เช่น 2X ขณะที่ Inverse ETF มุ่งสร้างผลตอบแทนในทิศทางตรงกันข้าม เช่น -1X หรือ -2X อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนเมื่อถือครองเกิน 1 วันอาจไม่เท่ากับการนำผลตอบแทนสะสมของดัชนีมาคูณด้วยอัตราทวีคูณ

ถือข้ามวัน ผลตอบแทนอาจเปลี่ยน

ก.ล.ต. ชี้ว่า L&I ETF มีการปรับสัดส่วนการลงทุนทุกวัน หรือ Daily Reset ทำให้ผลตอบแทนเกิดการทบต้นจากฐานใหม่ และขึ้นอยู่กับลำดับการขึ้นลงของตลาด โดยเฉพาะในช่วงตลาดผันผวน ความแตกต่างของผลตอบแทนอาจชัดเจนมากขึ้น

กำไรแรง ขาดทุนก็แรง

L&I ETF ส่วนใหญ่ใช้ตราสารอนุพันธ์ เช่น Futures และ Swap เพื่อสร้างผลตอบแทนตามเป้าหมาย ส่งผลให้ทั้งกำไรและขาดทุนขยายตัวเร็วกว่าการลงทุนใน ETF ทั่วไป อีกทั้งยังมีความเสี่ยงจากค่าธรรมเนียม ส่วนต่างราคา Bid-Ask และราคาซื้อขายที่อาจแตกต่างจาก NAV

สำหรับประเทศไทย ก.ล.ต. กำหนดให้ L&I ETF อ้างอิงได้เฉพาะดัชนี ไม่อนุญาตให้อ้างอิงหุ้นรายตัว และจำกัดอัตราทวีคูณไม่เกิน 2 เท่า ได้แก่ 2X, -1X และ -2X พร้อมกำหนดให้เปิดเผยข้อมูลความเสี่ยงและจัดทำ Performance Simulator เพื่อช่วยผู้ลงทุนประเมินผลตอบแทน

เหมาะเล่นสั้น ต้องติดตามใกล้ชิด

ก.ล.ต. แนะนำผู้ลงทุนศึกษาหนังสือชี้ชวนและทำความเข้าใจกลไกของผลิตภัณฑ์อย่างรอบด้าน เนื่องจาก L&I ETF เหมาะกับการลงทุนหรือบริหารความเสี่ยงระยะสั้นมากกว่าการซื้อแล้วถือยาวโดยไม่ติดตามสถานการณ์ พร้อมย้ำว่า การลงทุนที่ดีต้องเริ่มจากการเข้าใจผลิตภัณฑ์และประเมินความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้อย่างแท้จริง

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon