La Villa Savoye บ้านโมเดิร์นต้นแบบของ Le Corbusier

La Villa Savoye คือบ้านที่สถาปนิกหลายรุ่นยังกลับมาศึกษา บ้านสีขาวทรงสี่เหลี่ยมหลังนี้ตั้งอยู่ที่เมืองปัวซี ชานเมืองปารีส สร้างเริ่มปี ค.ศ. 1929 และแล้วเสร็จปี 1931 ผลงานของเลอ กอร์บูซีเย ซึ่งบันทึกการเยือนในปี 2562 ระบุว่าบ้านหลังนี้เป็นต้นแบบของบ้านสไตล์โมเดิร์นที่เห็นกันทั่วโลก ทั้งผนังขาว หน้าต่างบานกว้าง ระเบียงสำหรับสังสรรค์ บันไดวนกลางบ้าน และที่จอดรถที่เดินต่อเข้าตัวบ้านได้ ความต่างระหว่างแฟชั่นกับสถาปัตยกรรม

เลอ กอร์บูซีเย เป็นสถาปนิกชาวสวิส-ฝรั่งเศส ชื่อจริงคือ ชาร์ล-เอดูอาร์ จาเนอเร-กรี แนวทางของเขาเน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก ใช้วัสดุตามธรรมชาติของมัน เช่น ผนังปูนเปลือย ผลงานทางความคิดที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักมี 2 ส่วนสำคัญ คือระบบสัดส่วน “มอดูลอร์” และแนวคิด 5 ประการในการออกแบบสถาปัตยกรรม ซึ่งผู้เขียนเปรียบว่าเป็นเหมือนคัมภีร์ของบ้านโมเดิร์น

5 แนวคิดที่มองเห็นได้จริงในตัวบ้าน

La Villa Savoye

ผู้เขียนเล่าว่าเมื่อเดินผ่านดงไม้เข้ามา เห็นบ้านเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ดูคล้ายบ้านพักข้าราชการต่างจังหวัด แต่เมื่อเดินเข้าใกล้ จะมองเห็นองค์ประกอบทั้ง 5 ชัดเจน

  1. เสาลอยยกพื้นสูง (Pilotis) ยกตัวบ้านขึ้นจากพื้นดิน เหลือพื้นที่ชั้นล่างโล่งสำหรับใช้งาน เช่น ทางเข้าและโรงจอดรถ
  2. ผนังอิสระ (Free Facade) ผนังด้านนอกไม่ต้องรับน้ำหนัก จึงออกแบบได้อิสระ
  3. หน้าต่างแนวนอนบานใหญ่ (Ribbon Window) เปิดรับแสงและมุมมองต่อเนื่องไปรอบบ้าน
  4. ผังห้องอิสระ (Free Plan) ห้องภายในเชื่อมต่อกันได้ ไม่ถูกจำกัดด้วยผนังรับน้ำหนัก
  5. สวนบนหลังคา (Roof Garden) ดาดฟ้าคอนกรีตที่กลายเป็นพื้นที่สีเขียวสำหรับผู้อยู่อาศัย

ผู้เขียนระบุว่าทั้งหมดนี้สะท้อนหลักคิดของสถาปัตยกรรมโมเดิร์นแบบเลอ กอร์บูซีเยได้ครบ และเป็นแรงบันดาลใจให้สถาปนิกนำหลักการ The Five Points ไปสร้างบ้านจนถึงทุกวันนี้

จากบ้านพักตากอากาศสู่อนุสรณ์สถาน

เจ้าหน้าที่ที่ต้อนรับผู้เยี่ยมชมเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า บ้านหลังนี้เดิมสร้างให้ตระกูลซาวอย ใช้เป็นบ้านพักตากอากาศนอกกรุงปารีส ต่อมาถูกขายให้รัฐบาลฝรั่งเศส และรอดพ้นจากการถูกรื้อถอนมาหลายครั้ง จนรัฐประกาศให้เป็นอนุสรณ์สถาน และต่อมาได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก ในฐานะสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของศตวรรษที่ 20 ปัจจุบันบ้านอยู่ในความดูแลของรัฐบาลฝรั่งเศส

บ้านคือเครื่องจักรสำหรับอยู่อาศัย

แรงจูงใจของผู้เขียนในการเดินทางมาคือประโยคในหนังสือไกด์บุ๊กที่ว่า บ้านคือเครื่องจักรสำหรับอยู่อาศัย ทำให้เขานั่งรถไฟออกไปนอกเมืองในเช้าวันเสาร์เพื่อไปดูเครื่องจักรชิ้นนี้ด้วยตัวเอง ประโยคนี้เป็นแนวคิดที่คนเรียนสถาปัตยกรรมมักพูดถึงเมื่อกล่าวถึงเลอ กอร์บูซีเย และสอดคล้องกับที่เห็นในตัวบ้านจริง คือทุกส่วนถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งาน

เดินชมทีละชั้น

La Villa Savoye

ตัวบ้านมี 3 ชั้น

ชั้นแรก เป็นทางเข้าที่ติดกับโรงจอดรถ มีกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ที่เปิดรับลมได้ในวันที่แดดดี ถัดเข้าไปเป็นโถงกลางที่มีทั้งบันไดวนและทางลาด ให้ผู้เยี่ยมชมเลือกว่าจะเดินขึ้นชั้นบนทางไหน

ชั้นสอง เป็นพื้นที่หลักของบ้าน ผู้เขียนมองว่าสถาปนิกวางแผนความสัมพันธ์ของผู้อยู่อาศัยไว้อย่างฉลาด ส่วนรวมประกอบด้วยห้องครัวขนาดพอเหมาะสำหรับทำอาหารและอบขนมปัง เคาน์เตอร์ที่เชื่อมกับโถงรับแขกขนาดใหญ่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และลานระเบียงในที่ร่ม สำหรับปลูกต้นไม้ ออกกำลังกาย หรือสังสรรค์กับเพื่อนๆ ในช่วงกลางวัน

ส่วนพื้นที่ส่วนตัวมีห้องนอนใหญ่ที่ติดห้องอาบน้ำ ปัจจุบันจัดเป็นนิทรรศการเล่าเรื่องการสร้างบ้านเพื่อเป็นที่พักผ่อนในชนบทของครอบครัวซาวอย ถัดไปมีห้องนอนเล็ก 2 ห้อง และห้องอ่านหนังสือ จุดพิเศษคือจากทุกห้องในชั้นนี้มองเห็นสนามหญ้ารอบบ้านได้

ชั้นสาม คือดาดฟ้า ผู้เขียนเดินขึ้นบันไดวนไปพบสวนเล็กเรียบง่าย จัดพืชสวนครัวและดอกไม้อย่างสวยงาม ใช้เดินเล่นสูดอากาศได้เต็มปอด เขาสรุปว่าเจตนาของเลอ กอร์บูซีเยชัดเจน คือให้บ้านสนองการใช้สอยอย่างแท้จริง และสร้างความสัมพันธ์ของผู้อยู่ผ่านการจัดการพื้นที่

ระหว่างเดินชมอยู่ ฝนเริ่มตกพร้อมอากาศหนาวเย็น ผู้เขียนจึงต้องร่ำลาบ้านและกลับเข้าปารีสท่ามกลางสายฝน

วิธีเดินทางและข้อมูลสำหรับผู้มาเยือน

ผู้เขียนเดินทางโดยรถไฟสาย RER A5 ไปลงสถานี Poissy เมืองเล็กๆ ริมขอบปารีส เมื่อลงจากรถไฟ ใช้ Google Maps นำทาง บ้านอยู่ในระยะที่เดินถึงได้

เหตุผลที่บ้านหลังนี้ยังคุยกันได้

บ้านที่มีอายุเกือบร้อยปีหลังนี้ยังน่าสนใจ เพราะหลายสิ่งที่เรามองว่าเป็นของธรรมดาในบ้านสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เชื่อมต่อกัน หน้าต่างกว้าง ดาดฟ้าที่เป็นสวน หรือที่จอดรถที่เป็นส่วนหนึ่งของตัวบ้าน ล้วนปรากฏให้เห็นที่นี่ตั้งแต่ปี 1931 และถูกจัดวางอย่างตั้งใจเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยใช้ชีวิตสะดวกขึ้น

อ่านเรื่องราวเพิ่มเติมได้ที่ Cloudpang