รีวิว Lenovo Legion 7a 15ASH11 เกมมิ่งโน้ตบุ๊ค AMD Ryzen AI Max+ 388 แรงเล่นลื่นทุกเกม บางเบาเพียง 1.55 กก. ฟีเจอร์ครบเครื่องโดนใจเกมเมอร์วัยทำงาน!

Lenovo Legion 7a 15ASH11 เกมมิ่งโน้ตบุ๊คตัวแรงโดนใจ ฟีเจอร์แน่นเล่นเกมลื่นหมดแถมบางเบาพกง่ายแค่ 1.55 กก. กับราคา 67,990 บาท!

Lenovo Legion 7a 15ASH11

เกมมิ่งโน้ตบุ๊คตระกูล Lenovo Legion ถ้าไม่พกสเปคแรงทรงพลังและฟีเจอร์มาเต็มตัว ก็จะมีจุดเด่นแปลกใหม่ให้เกมเมอร์ได้แปลกใจเสมอ เช่น Lenovo Legion 7a 15ASH11 นี้เป็นอย่างหลังที่เติมรหัส “a” ไว้หลังเลขรุ่นเพื่อบอกว่าชิปเซ็ตในเครื่องมาจากบริษัท Advanced Micro Devices “AMD” ที่เกมเมอร์ยอมรับแล้วยิ่งเป็น Ryzen AI Max+ ใหม่ซึ่งนอกจากจะทำงานดีขึ้นมากแล้ว จีพียูออนบอร์ดก็ทรงพลังไม่น้อยหน้าจีพียูแยกให้เกมเมอร์วัยทำงานได้ใช้เป็นโน้ตบุ๊คทำงานแล้วต่อหน้าจอกับเกมมิ่งเกียร์เล่นเกมโปรดในเวลาว่างบนความละเอียด 1080p ได้สบายมากแล้ว ยังมี Ryzen AI NPU สมรรถนะรวม 118 TOPS ให้ใช้และคุมอุณหภูมิด้วยชุดระบายความร้อน Legion Coldfront: Hyper ให้ทำงานได้เต็มสมรรถนะตลอดเวลา

ความน่าสนใจของ Lenovo Legion 7a ใหม่นี้ เริ่มต้นจากบอดี้รูปทรงบางพกพาสะดวกจนชวนให้คิดถึง Yoga Slim series หรือ ThinkPad X9 อย่างเลี่ยงไม่ได้ ประกอบกับเฉดสีม่วงเข้มและน้ำหนักเบาเพียง 1.55 กก. ประกอบกับชิป Lenovo AI Engine+ กับ AI Core รหัส LA1+LA4 ไว้คอยปรับโหมดการทำงานโดยอัตโนมัติ ให้ผู้ใช้โฟกัสกับสิ่งที่อยากทำแล้วปล่อยให้ชิปเซ็ตจัดการปรับแต่งเครื่องโดยอัตโนมัติแทน ช่วยให้เฟรมเรทลื่นไหลสวยงามยิ่งขึ้นบนหน้าจอ PureSight OLED ซึ่งมีขอบเขตสีกว้างและแม่นยำแล้วกดควบคุมด้วยคีย์บอร์ด Legion TrueStrike เจ้าเก่าขวัญใจเกมเมอร์ที่ตอบสนองทุกการกดได้ทันท่วงทีไม่พอ ยังเสริมปุ่ม Legion Flow อีกคู่ไว้ปรับตั้งค่าให้กดคีย์ลัดใช้ได้สะดวกขึ้นพร้อมกล้องอินฟาเรดให้เจ้าของสแกนใบหน้าก่อนปลดล็อคจอให้ใช้งาน กันผู้อื่นมาแอบใช้โดยพลการได้

Lenovo Legion 7a 15ASH11

NBS Verdicts

Lenovo Legion 7a 15ASH11

ภาพจำของ Lenovo Legion 7 series ตั้งแต่ในอดีตก็ยังเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊คสเปคแรงเครื่องหนา มีน้ำหนักราว 2.3~2.6 กก. แต่พอเป็น Lenovo Legion 7a 15ASH11 แล้วก็เปลี่ยนภาพจำเดิมไปจนหมดทั้งตัวเครื่องบางพกพาง่ายเหมือนโน้ตบุ๊คทำงานระดับพรีเมียมและน้ำหนักเบาเพียง 1.55 กก. รวมอะแดปเตอร์ 180W แล้วก็ยังมีน้ำหนักแค่ 2 กก. เท่านั้น ถ้าบอกว่าเป็นโน้ตบุ๊คทำงานที่เล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด QHD ได้ดีก็คงจะได้ แถมดีไซน์และฟีเจอร์อื่นๆ ก็คล้ายกับ Yoga Slim หรือ ThinkPad X9 Series ต่างแค่สีของ Legion 7a เป็นสีม่วงเข้มเท่านั้น

ฟีเจอร์ชวนให้คิดว่าเป็นโน้ตบุ๊คทำงานแต่ก็ดีมีประโยชน์ ยกให้เซนเซอร์อินฟาเรดคู่กับกล้องเว็บแคมซึ่งทำงานเร็วทันใจรักษาความเป็นส่วนตัวได้ดีมาก ทั้งปลดล็อคเครื่องเร็วและสะดวกไม่พอก็ใช้ยืนยันตัวกับการทำธุรกรรมได้สะดวกปลอดภัยขึ้นแล้ว ถัดมาต้องยกให้พอร์ต USB-C Full Function ทั้ง 3 ช่อง ยิ่งถ้าใครต้องใช้หน้าจอหลายก็ขอแค่มี Hub หรือสาย USB-C to HDMI และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ไว้ให้พร้อมก็ต่อเพิ่มพื้นที่แสดงผลได้อีก แถม Lenovo ก็เพิ่มปุ่มมาโคร Legion Flow มาให้เจ้าของตั้งค่ากดปรับแต่งได้ตามชอบ เป็นลูกเล่นใหม่เฉพาะตัว Lenovo Legion 7a 15ASH11 เท่านั้น

Lenovo Legion 7a 15ASH11

จุดน่าสนใจคือชิปเซ็ต AMD Ryzen AI Max+ 388 ซึ่งถ้าดูตามปริมาณคอร์เธรดแล้ว จะเท่ากับชิป Ryzen 7 แต่ได้คอร์ประมวลผลสถาปัตยกรรม Zen 5 รหัส Strix Halo ซึ่งเวลาใช้งานจริงจัดว่าน่าประทับใจมาก ไม่ว่าจะความต่อเนื่องเรียกโปรแกรมไหนขึ้นมาใช้ก็ตอบสนองทันทีไม่อืดช้าแม้แต่น้อยและจีพียู Radeon 8060S ก็เล่นเกมชั้นนำได้ดีจนน่าตกใจ เพราะก่อนหน้านี้จีพียูออนบอร์ดก็ยังไม่ได้แรงทรงพลังมาก เรียกว่าเปิดเกมชั้นนำบนความละเอียด 1080p Medium ก็เต็มความสามารถแล้ว แต่ตอนนี้จีพียูนี้สามารถขยับไปเล่นเกมบนความละเอียด 1440p Medium ได้ดีขึ้นมากอย่างน่าสนใจ ไม่พอถ้าใช้ FidelityFX Super Resolution “FSR” ตั้งค่าระดับ Balanced-Quality ยิ่งเร่งเฟรมเรทได้สูงขึ้นจนเล่นได้ดี ยิ่งถ้าใช้ระดับ Performance ขึ้นไปยิ่งเห็นผลชัดเจนขึ้นมาก ซึ่งถ้าปกติเล่นเกมบนหน้าจอความละเอียดไม่เกินตัวอย่างข้างต้นได้แน่นอน

อย่างไรก็ตามถ้าใครอยากใช้ Lenovo Legion 7a 15ASH11 เป็นพีซีเครื่องหลักก็ยังมีเรื่องต้องใส่ใจอยู่เช่นกัน เริ่มต้นอย่างแรกคือพอร์ต USB-C ถึงจะมี 3 ช่องก็ตาม แต่มีเฉพาะช่องฝั่งขวามือเท่านั้นที่รองรับกระแสไฟ 180W เต็มกำลัง ถ้าจะเล่นเกมก็ต้องต่อพอร์ตนี้เท่านั้น และปุ่ม Legion Flow เหนือปุ่มลูกศรซ้ายและขวายังตั้งค่าไม่ได้และคำสั่งตอนผู้เขียนทดลองใช้งานยังเป็นแค่ Page Up / Down เท่านั้น จึงต้องรอทางบริษัทอัพเดตแพทช์เพิ่มเติมเข้ามาในอนาคต และคีย์บอร์ดแบบมีไฟ 1-Zone RGB และปรับเอฟเฟคแสงได้ 3 แบบ ก็ถือว่าค่อนข้างน่าเสียดายอยู่บ้าง ถ้าปรับได้แบบ 4-Zone หรือ Per-Key RGB เหมือน Legion 7 รุ่นอื่นๆ ก็คงจะดีมาก

ข้อดีของ Lenovo Legion 7a 15ASH11

  1. AMD Ryzen AI Max+ 388 เป็นสถาปัตยกรรม Zen 5 ใหม่ ใช้งานได้ลื่นไหลมาก
  2. AMD Radeon 8060S ใช้เล่นเกมชั้นนำบนความละเอียด 1440p ได้ลื่นไหลพอควร
  3. ชุดระบายความร้อน Legion Coldfront: Hyper คุมอุณหภูมิตอนใช้งานได้ดี
  4. ตัวเครื่องบางพกพาง่ายเหมือนโน้ตบุ๊คทำงานทั่วไปและเบาเพียง 1.55 กก. เท่านั้น
  5. ติดพอร์ต USB-C Full Function มาให้ 3 ช่อง พร้อมพอร์ตใช้งานอื่นๆ ครบถ้วน
  6. เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 7 (802.11be) และรองรับ Bluetooth 5.4 ในตัว
  7. หน้าจอ OLED มีความละเอียดสูง, ภาพลื่นไหล, ขอบเขตสีกว้างได้การการันตี PANTONE
  8. มีฟีเจอร์ป้องกันพาเนล OLED เกิดการเบิร์นในโปรแกรม Legion Space
  9. กล้องเว็บแคมติดเซนเซอร์สแกนใบหน้ามาให้ยืนยันตัวเจ้าของก่อนปลดล็อคให้ใช้งาน
  10. มีอินเทอร์เฟส PCIe 4.0 ติดมาให้ใช้ 2 ช่อง ให้เพิ่ม M.2 NVMe SSD ได้อีกตัว
  11. ติดตั้งลำโพงไว้ให้ใช้งาน 4 ดอก แยกเป็นดอกหลักและ Woofer ให้เสียงดีมาก
  12. มีชิปเซ็ต Lenovo AI Engine+ กับ Lenovo AI Core ไว้ปรับโหมดทำงานโดยอัตโนมัติ
  13. ติดตั้ง Microsoft Office Home 2024 มาให้พร้อมใช้งาน ไม่ต้องซื้อเพิ่ม
  14. ได้คีย์ลัด Legion Flow เป็นปุ่มมาโครเอาไว้ตั้งค่าเรียกใช้คำสั่งใช้งานบ่อยได้สะดวกขึ้น 2 ปุ่ม
  15. มีคีย์ลัด Fn+O ไว้ปรับค่า Refresh rate หน้าจอ กับ Fn+Q ไว้เปลี่ยนโหมดเครื่อง
  16. สามารถเปิดเป้าเล็งค้าง (Static crosshair) ใน Legion Space หัวข้อ Aim Assist ได้

ข้อสังเกตของ Lenovo Legion 7a 15ASH11

  1. ไฟ LED Backlit ของคีย์บอร์ดเป็น 1-Zone RGB ปรับได้แต่เอฟเฟคแสง ควรเป็น 4-Zone
  2. ปุ่ม Legion Flow ยังไม่มีฟังก์ชั่นตั้งค่าให้ใช้งาน ต้องรอการอัพเดตจาก Lenovo
  3. พอร์ต USB-C เฉพาะฝั่งขวาเท่านั้นที่รับกระแสไฟ 180W เต็มกำลังจ่ายไฟของอะแดปเตอร์

รีวิว Lenovo Legion 7a 15ASH11


Specification

Lenovo Legion 7a 15ASH11

เกมมิ่งโน้ตบุ๊คอย่าง Lenovo Legion 7a 15ASH11 นับเป็นมิติใหม่ของซีรีส์นี้ตั้งแต่ดีไซน์แบบบางพิเศษแถมเบาพกง่ายเหมือนพรีเมียมโน้ตบุ๊คในเครือแล้ว สมรรถนะก็ดีระดับพอให้เล่นเกมชั้นนำในปัจจุบันได้เช่นกัน ซึ่งรายละเอียดเป็นดังนี้

CPUAMD Ryzen AI Max+ 388
แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.6~5 GHz
ซีรีส์ Ryzen AI Max 300 Series
สถาปัตยกรรม AMD Zen 5
รหัสพัฒนา Strix Halo
เทคโนโลยีทรานซิสเตอร์ TSMC 4nm FinFET
NPUAMD Ryzen AI สมรรถนะ 50 TOPS
สมรรถนะองค์รวม 118 TOPS
GPUAMD Radeon 8060S
คอร์กราฟิค 40 คอร์ ความเร็ว 2900 MHz
StorageM.2 NVMe SSD ความจุ 1 TB
อินเทอร์เฟส PCIe 4.0 x4
มีช่องอัพเกรดรวม 2 ช่อง
Memory32 GB LPDDR5X บัส 8000 MHz
DisplayLenovo PureSight OLED
15.3″ 2.5K (2560*1600) OLED
Refresh Rate 165 Hz
AMD FreeSync
100% DCI-P3
VESA DisplayHDR True Black 1000
PANTONE Validated
PANTONE SkinTone
ฟีเจอร์ป้องกันพาเนลเกิดอาการเบิร์น
ปรับแต่งสีหน้าจอโดย X-Rite
SoftwareWindows 11 Home
Microsoft Office Home 2024
ConnectivityUSB-C 4 Full Function (40Gbps / PD 180W)*1
USB-C 4 Full Function (40Gbps / PD 100W)*1
USB-C 3.2 Full Function (10Gbps / PD 100W)*1
USB-A 3.2*2
HDMI 2.1*1
SD Card Reader*1
Audio combo*1
Wi-Fi 7 (802.11be)
Bluetooth 5.4
Weight1.55 กก.
Price67,990 บาท

Hardware & Design

Lenovo Legion 7a 15ASH11
Legion 7a 14
Legion 7a 7
Legion 7a 27
Legion 7a 28

Lenovo Legion 7a 15ASH11 แม้จะเป็นซีรีส์เกมมิ่งก็ตาม แต่ถ้าดูในภาพรวมจะเห็นว่ารูปลักษณ์ของมันค่อนไปทางโน้ตบุ๊คทำงานในเครือเช่น Yoga Slim หรือ ThinkPad X9 เสียมากกว่า ตั้งแต่ขอบหน้าจอส่วนบนมีติ่งโค้งสูงขึ้นเล็กน้อยให้ใช้นิ้วเกี่ยวเปิดหน้าจอได้ง่ายและมีสันกรอบเหมือนกับกล้องของโน้ตบุ๊คทำงานไม่มีผิด ถัดลงมาส่วนฐานเครื่องตั้งแต่ส่วนบนจะมีสันสี่เหลี่ยมยกสูงติดลำโพง Woofer คู่มาให้พร้อมสกรีนโลโก้ “audio by HARMAN” ไว้ มีปุ่ม Power แบบวงกลมแยกสามเส้นภายในของ Legion series อยู่ตรงกลาง ถ้ากด Fn+Q เปลี่ยนโหมดเป็น Auto กับ Balance, Quiet, Performance และ Custom แล้ว ไฟจะเปลี่ยนเป็นสีขาว, ฟ้า, แดงและม่วงเหมือนสีตัวเครื่องไปตามลำดับ

ถัดลงมาตรงแถบวางข้อมือจะเห็นว่าสติกเกอร์ซีพียูกับจีพียู, eSupport และแนะนำการกดคีย์ลัด Fn+Q ถูกย้ายไปอยู่ฝั่งขวามือแทนจึงไม่โดนมือซ้ายพาดทับเพื่อวางนิ้วกดปุ่ม WASD ผู้ใช้จึงเห็นสติกเกอร์ทั้งหมดนี้ตลอดเวลาและดูสะดวกมือกว่าการติดไว้ฝั่งซ้ายมาก

Legion 7a 5
Legion 7a 45
Legion 7a 44
Legion 7a 70
Legion 7a 71

ก้านบานพับหน้าจอของ Lenovo Legion 7a 15ASH11 ถูกยึดเป็นแนวเดียวกับบานหน้าจอแล้วประกอบเข้ากับริมสันบานขอบบนเครื่องแล้วร้อยสายสัญญาณต่างๆ ลงมาเชื่อมกับเมนบอร์ด ถ้าดูภายในจะเห็นว่าฐานมีก้านอลูมิเนียมยึดน็อตล็อคเอาไว้แข็งแรงพอควร แถมถ่วงน้ำหนักได้ค่อนข้างดีจึงใช้นิ้วเดียวกางได้จนราบเสมอไปกับพื้นโต๊ะ ดังนั้นจะขึ้นแท่นวางโน้ตบุ๊คก็ปรับองศาหน้าจอให้ดูได้สะดวกตา

Lenovo Legion 7a 15ASH11
Legion 7a 41
Legion 7a 42
Legion 7a 43

บนฝาหลังของ Lenovo Legion 7a ดูเรียบง่ายกว่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊คแบรนด์อื่นมาก บอดี้ฝาหลังสีม่วงเข้มมีเพียงเพลตโลโก้แบบอลูมิเนียมสะท้อนแสงเป็นคำว่า “LEGION” พิมพ์ใหญ่อยู่ตรงกลางฝาพอดี ถัดลงมาตรงกลางส่วนขอบล่างใช้วัสดุแบบเดียวกันเขียนเป็นชื่อแบรนด์ Lenovo และขอบบนสุดจะเห็นกรอบวงรีปั๊มนูนยกขึ้นเหมือนซีรีส์ Yoga ยิงเลเซอร์บอกสเปคว่าเป็นกล้องเว็บแคมความละเอียด 5MP / F2.0 RGB IR Camera เพราะกล้องหน้าก็มีเซนเซอร์อินฟาเรดติดไว้สแกนและยืนยันตัวเจ้าของเครื่องก่อนปลดล็อคให้ใช้งานหรือทำธุรกรรมใดๆ

Lenovo Legion 7a 15ASH11

ฝาด้านใต้เครื่องจะมีกรอบยกตรงกลางเจาะช่องนำอากาศเย็นเข้าระบบระบายความร้อน Legion Coldfront: Hyper พัดลมคู่ด้านใน ติดเส้นยางกันลื่น 3 เส้นเอาไว้ แยกเป็นเส้นยาวด้านบนกับคู่ล่างข้างลำโพงคู่หลักและขันน็อตแบบ Torx หัวแฉกดาวทั้งหมด 8 ดอก เพื่อยึดฝาให้เป็นชิ้นเดียวกับตัวเครื่องท่อนบน


Screen & Speaker

Lenovo Legion 7a 15ASH11
Legion 7a 10
Legion 7a 9
Legion 7a 11
Legion 7a 12

หน้าจอ Lenovo PureSight OLED ขนาด 15.3″ บานนี้ถูกบีบกรอบหน้าจอทั้งสามด้านให้บางลงเป็นพิเศษเพื่อเพิ่มพื้นที่แสดงผล แต่ขอบบนหน้าจอจะมีสันยกสูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อติดกล้องเว็บแคม, ไมโครโฟนและเซนเซอร์อินฟาเรดสแกนใบหน้าไว้ด้วยกัน ขอบล่างหน้าจอจะหนากว่าส่วนอื่นเท่าหนึ่งและไม่มีชื่อแบรนด์ Lenovo หรือ Legion สกรีนติดเอาไว้เหมือน Legion series รุ่นอื่น

จุดเด่นของหน้าจอพาเนล OLED บานนี้นอกจากถูกปรับแต่งโดย X-Rite มาจากโรงงานและได้ระบบป้องกันพาเนล OLED เบิร์นมาแล้ว ยังได้การการันตี VESA DisplayHDR True Black 1000 ว่าหน้าจอบานนี้มีค่าความสว่างสูงสุด (Peak) ไปได้ 1,000 cd/m2 และขอบเขตสีกว้าง 95% DCI-P3 ขึ้นไป พร้อมการการันตว่าสีสันเที่ยงตรงจาก PANTONE และ PANTONE SkinTone การันตีเฉดสีผิวมนุษย์ว่าเที่ยงตรงไม่มีผิดเพี้ยนจากความเป็นจริง

Lenovo Legion 7a 15ASH11
Screenshot 2026 08 10 145039
Screenshot 2026 08 10 160116
Screenshot 2026 08 10 161552
Screenshot 2026 08 10 161712

ความละเอียดของหน้าจอบานนี้อยู่ระดับ 2.5K (2560*1600) พาเนล OLED อัตรา Refresh rate 165 Hz รองรับ Variable refresh rate ตั้งแต่ 48 Hz ~ 165 Hz และรองรับ AMD FreeSync ในตัว ดังนั้นภาพตอนเล่นเกมหรือดูหนังฟังเพลงนอกจากลื่นไหลต่อเนื่องแล้วก็ไม่ฉีกขาดด้วย ถ้าเร่งความสว่างสูงสุดแล้ววัดได้ 495.04 cd/m2 สว่างมากพอให้ใช้ได้ทุกสถานการณ์ ถ้านั่งทำงานในอาคารสำนักงานแนะนำให้ลดเหลือ 50% ก็สว่างมองเห็นชัดเจนแล้วและถ้าแสงอาทิตย์ส่องทาบหน้าจอก้เร่งสู้แสงไม่ให้เงาทาบจอได้ และพาเนลนี้ก็แสดงผลภาพได้กว้าง 178 องศาทั้งในแนวตั้งและนอนโดยไม่มีเงาทาบเหมือนพาเนล IPS ทำให้มองภาพเห็นชัดเจนเสมอ

Lenovo เคลมขอบเขตสีไว้ 100% DCI-P3 ซึ่งผลการทดสอบกับเครื่อง Calibrite Display Pro HL กับโปรแกรม DisplayCal 3 แล้ววัดค่าขอบเขตสีจริง (Gamut coverage) ได้ 100% sRGB, 95.3% Adobe RGB, 99.9% DCI-P3 มีขอบเขตสีองค์รวม (Gamut volume) 173.7% sRGB, 119.6% Adobe RGB, 123% DCI-P3 มีความเที่ยงตรงสี Delta-E 0.19~2.92 และค่า Whitepoint จะโชว์ให้เห็นว่าจอ PureSight OLED มีค่าสีเขียวมากกว่าสีอื่นเล็กน้อย ถ้าจะแต่งสีก็ควรลดค่าความเขียวลงเล็กน้อยจะทำให้สีสมจริงขึ้น ซึ่งสมรรถนะของชิปเซ็ต AMD Ryzen AI Max+ เองก็ใช้ทำงานเหล่านี้ได้แน่นอน

Lenovo Legion 7a 15ASH11
Legion 7a 36
Legion 7a 37
Legion 7a 65
Legion 7a 66
Legion 7a 6
Legion 7a 79
Legion 7a 78

ลำโพงของ Lenovo Legion 7a 15ASH11 มีทั้งหมด 4 ดอก คือ Woofer คู่ กำลังขับ 1.2W ต่อดอก ส่วนสันด้านบนใต้หน้าจอเป็น Tweeter คู่ กำลัง 1W ต่อดอก ปรับแต่งโดย Nahimic audio และ Smart Amplifier มาให้ เวลาเร่งเสียงลำโพงจนสุดแล้ววัดได้ 88.8dB ดังพอให้ได้ยินเสียงทั่วห้องส่วนตัวขนาด 13 ตารางเมตร โดยไม่ต้องต่อลำโพงแยก ระบบสามารถแยกทิศทางเสียงเวลาเล่นเกมได้ชัดเจน มีมิติให้ผู้เล่นรู้สึกดำดิ่งไปกับคอนเทนต์ได้ไม่ยาก

เสียงเพลงตอนเล่นจากลำโพงชุดนี้น่าประทับใจ ไม่จำเป็นต้องต่อลำโพงแยกก็ได้เพราะเนื้อเสียงดีทีเดียว ทั้งเสียงนักร้องนำกับเครื่องดนตรีได้ยินชัดเจนไม่กลืนกันแล้วเสียงก็ใสฟังตั้งแต่เสียงย่านต่ำจนกลางแล้วปลายสูงไม่ถึงกับแหลมมากแต่ฟังชัดเจน เสียงเบสแน่นทุ้มมีแรงปะทะกำลังดีไม่ถึงกับบวมเกินไปจึงเหมาะกับเพลงทุกแนว ถ้าไม่ได้อยากฟังโทนเสียงจากลำโพงแบรนด์ใดเป็นพิเศษก็ไม่ต้องต่อลำโพงเพิ่มเลยยังได้


Keyboard & Touchpad

Lenovo Legion 7a 15ASH11
Legion 7a 14 1
Legion 7a 15
Legion 7a 16
Legion 7a 17
Legion 7a 18
Legion 7a 19
Legion 7a 20
Legion 7a 21
Legion 7a 22
Legion 7a 24
Legion 7a 29
Legion 7a 30

คีย์บอร์ดของ Lenovo Legion 7a 15ASH11 เป็นแบบ 75% ติดปุ่มชุดหลักไว้ครบถ้วน เรียงปุ่มให้เป็นกรอบทรงสี่เหลี่ยมแต่ปุ่มลูกศรจะยื่นลงมาเล็กน้อย เพราะใช้ปุ่มใหญ่เต็มขนาดจึงกดใช้ง่ายไม่ต้องปรับตัวนัก เสริมด้วยปุ่ม Legion Flow ไว้เหนือปุ่มลูกศรซ้ายและขวาเพื่อให้ผู้ใช้ตั้งค่าคีย์ลัดได้ แต่ ณ ตอนนี้ยังต้องรอทางบริษัทอัพเดตเฟิร์มแวร์ก่อนถึงจะใช้ได้

ไฟ LED Backlit ของคีย์บอร์ด TrueStrike เป็นแบบ 1-Zone RGB ปรับได้ 3 เอฟเฟคแสง ไม่ได้เป็น 4-Zone หรือ Per Key RGB อย่าง Legion 7 รุ่นย่อยอื่น ถ้าจะเปลี่ยนเอฟเฟคแสงทั้ง 3 แบบ ไปมาให้กด Fn+Space bar แล้วจะมีกรอบภาพบอกเจ้าของว่าตอนนี้ใช้เอฟเฟคแบบไหนอยู่ ส่วนปุ่มกับคำสั่งอื่นๆ ติดไว้ถัดจาก F12 เป็นต้นไป มี Insert, Print screen พร้อมคำสั่ง Snipping tool ปิดท้ายด้วยปุ่ม Delete ให้กดใช้งานได้ง่ายขึ้น ส่วนปุ่ม Legion Flow เวลากดจะเป็นคำสั่ง Page Up / Down แทน นอกจากนี้ถ้าสังเกตจะเห็นว่าคีย์บอร์ดมีเส้นมาร์กกิ้งวางนิ้ว 4 จุด นั่นคือ S, F, J และ Fn ส่วนตัวคิดว่าน่าจะย้ายเส้นจาก S ไป W จะเหมาะกับเกมมิ่งโน้ตบุ๊คมากกว่า

สัมผัสของคีย์บอร์ดชุดนี้ก็ยังทำงานเร็วต่อเนื่องตอบสนองทันทีไม่มีอาการหน่วงหรือกดไม่ไปสักครั้งไม่ว่าจะตอนพิมพ์งานตามปกติก็ต่อเนื่องไวทันใจ เวลาเล่นเกมก็ตอบสนองดีพอให้เล่นเกม FPS ได้สบายมาก ยิ่งถ้าเล่นเกม RPG เน้นการกดปุ่มตามจังหวะหรือออกสกิลต่อสู้ต่างๆ ก็ไม่มีปัญหา

Lenovo Legion 7a 15ASH11

ปุ่ม Hotkeys บรรทัดบนสุดร่วมกับปุ่ม F1~F12 ของ Lenovo Legion 7a 15ASH11 จะมีคำสั่งลัดสำหรับใช้ทำงานเป็นหลัก แทบไม่มีคำสั่งเกี่ยวกับการเล่นเกมอย่างปิดการทำงานปุ่ม Windows หรือคีย์ลัดเปิด Aim Assist ซึ่งเป็นเป้าเล็งปืนติดค้างบนจอ (Static crosshair) ให้ใช้ จึงต้องกดใน Legion Space เท่านั้น หากมีให้ใช้ก็จะดีมาก โดยคำสั่งแต่ละปุ่มเป็นดังนี้

Legion 7a 47
Legion 7a 46
Legion 7a 49
Legion 7a 48
Legion 7a 50

คีย์ลัดหลักของ Lenovo Leginon series จะมี 2 ปุ่มหลั กคือ Fn+O (Overdrive) ปรับอัตรา Refresh rate ของหน้าจอได้ว่าต้องการล็อคเอาไว้ 60 Hz หรือเร่งไป 165 Hz ก็กดตรงนี้ได้ทันทีและมี Fn+Q ไว้เปลี่ยนโหมดเครื่องแล้วไฟปุ่ม Power จะเปลี่ยนสีตามทันที ให้สีขาวเป็นโหมด Auto กับ Balance, สีฟ้ารูปคนตั้งนิ้วป้องปากคือ Quiet mode เน้นประหยัดพลังงานและรูปหน้าปัดขีดสูงสุดกับไฟสีแดงเป็น Performance mode ถ้าใช้โหมด Custom ปรับรอบพัดลมกับการใช้พลังงานไฟฟ้าตามต้องการของผู้ใช้จะเป็นไฟสีม่วงแล้วต้องกดใน Legion Space เท่านั้น

Legion 7a 25
Legion 7a 26

แป้นทัชแพดของ Lenovo Legion 7a 15ASH11 มีขนาดค่อนข้างกว้างและใหญ่ กว้างสุดขอบจากปุ่ม Alt ฝั่งซ้ายจนถึงปุ่ม Copilot ฝั่งขวา แต่พอวางมือแล้วสันมือจะทาบแค่ริมแป้นจึงไม่ค่อยมีอาการแป้นทัชแพดลั่นรบกวนเวลาใช้งานนักแถมใช้งาน Touch gesture ของ Windows 11 ได้หมด หากต่อเมาส์เกมมิ่งเมื่อไหร่ก็กด Fn+F10 ปิดการทำงานได้เหมือนกัน ตัวแป้นทำงานได้ดีพอให้ทดแทนเมาส์เวลาเปิดใช้บนโต๊ะขนาดเล็กในร้านกาแฟได้


Connector, Thin & Weight

Legion 7a 31
Legion 7a 32
Legion 7a 34
Legion 7a 33

พอร์ตและการเชื่อมต่อของ Lenovo Legion 7a 15ASH11 ถูกติดไว้ข้างเครื่องสองฝั่งเท่านั้น ด้านหลังถูกเว้นเป็นช่องระบายอากาศของชุดระบายความร้อน Legion Coldfront: Hyper จึงไม่มีพอร์ตใดติดอยู่ โดยแต่ละฝั่งเป็นดังนี้

ในภาพรวมถือว่า Lenovo Legion 7a ได้พอร์ตเวอร์ชั่นใหม่ทันสมัยครบถ้วน ไม่มีการตัดทอนใดๆ จึงต่อหน้าจอแยก, อะแดปเตอร์ GaN หรือ USB-C Hub ได้สะดวก สังเกตว่า Lenovo ไม่ได้สกรีนโลโก้กำกับข้างพอร์ต USB-C ให้ครบว่าแต่ละช่องเป็นเวอร์ใดจนกว่าจะดูคู่มือถึงจะทราบ ยกเว้นฝั่งขวาจะมีภาพสายชาร์จไว้บอกผู้ใช้ให้เอาอะแดปเตอร์ 180W มาต่อถึงจะจ่ายไฟเข้าเครื่องได้เต็มกำลัง หากต่อฝั่งซ้ายมือระบบจะแจ้งทันทีว่ารับการชาร์จไม่เต็มที่ ไม่เหมาะกับการเล่นเกมหรือทำงานหนัก นั่นหมายความว่าพอร์ตฝั่งขวาจะโดนบังคับให้ต่อสายชาร์จเสมอ ส่วน USB-C Hub ให้เอาไปต่อฝั่งซ้ายได้เลย

Lenovo Legion 7a 15ASH11
Legion 7a 73
Legion 7a 74
Legion 7a 75
Legion 7a 77
Legion 7a 76

น้ำหนักในหน้าสเปคของ Lenovo Legion 7a 15ASH11 ถูกเคลมเอาไว้ 1.55 กก. ใกล้เคียงกับน้ำหนักบนตาชั่ง พอรวมอะแดปเตอร์ 180W แบบหัวพอร์ต USB-C เข้าไปอีก 507 กรัม แล้วมีน้ำหนักรวม 2.02 กก. ประกอบกับมิติตัวเครื่องบางเพียง 15.8~18.2 มม. จึงพกไปกลับออฟฟิศหรือบินไป Business trip ต่างประเทศก็ไม่มีปัญหา เวลาเก็บเข้าช่องเก็บโน้ตบุ๊คในกระเป๋าก็ยังมีพื้นที่ให้ใส่เอกสารกับของใช้ชิ้นอื่นได้สบายมาก จะพกคู่กับอะแดปเตอร์ของ Lenovo หรือใช้พาวเวอร์แบงค์กับอะแดปเตอร์ GaN 100W ชาร์จเวลาไปพบลูกค้าหรือทำงานนอกสถานที่ก็ไม่มีปัญหา


Inside & Upgrade

Lenovo Legion 7a 15ASH11
Legion 7a 62
Legion 7a 63
Legion 7a 64
Legion 7a 38

วิธีเปิดฝาอัพเกรด Lenovo Legion 7a 15ASH11 ให้เริ่มขันน็อต Torx ทั้งหมด 8 ดอกออกก่อน แล้วใช้การ์ดแข็งหรือปิ๊กกีตาร์แกะจากช่องระบายความร้อนด้านหลังเครื่องก่อนแล้วไล่ไปจนรอบตัวก็สามารถดึงเปิดฝาได้ทันที แต่สังเกตว่าบนเมนบอร์ดจะมีเพียงช่องอินเทอร์เฟส PCIe 4.0 x4 แค่ 2 จุด ซึ่งฝั่งหนึ่งติดตั้ง M.2 2242 ความจุ 1 TB มาแล้วและมีฐานน็อตเพียงไซซ์นี้เท่านั้น ฝั่งขวาจะมีฐานน็อตไว้ติดตั้ง M.2 2280 ขนาดมาตรฐานอยู่

ด้าน RAM เป็นแบบ LPDDR5X จึงบัดกรีไว้เป็นส่วนหนึ่งของเมนบอร์ดจึงเพิ่มความจุเองไม่ได้ นั่นเพราะต้องย่อเครื่องให้บางลงจึงใส่ช่อง SO-DIMM ตามปกติไม่ได้ จึงขอแนะนำให้ใช้ SSD ประจำเครื่องไว้ติดตั้งโปรแกรมใช้งานทั่วไปแล้วถ้ามี SSD สำรองเอาไว้ก็เอามาใส่เพิ่มความจุได้ ไม่อย่างนั้นก็เอา External SSD มาติดตั้งเกมแทนจะดีกว่า


Performance & Software

Lenovo Legion 7a 15ASH11
Screenshot 2026 08 10 120526
Screenshot 2026 08 10 120535
Screenshot 2026 08 10 120543
Screenshot 2026 08 10 120549
Screenshot 2026 08 10 121343

หัวใจหลักของ Lenovo Legion 7a 15ASH11 เป็น AMD Ryzen AI Max+ 388 แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.6~5 GHz ใช้เทคโนโลยี TSMC 4nm FinFET ใช้รหัสพัฒนา Strix Halo สถาปัตยกรรม Zen 5 รองรับชุดคำสั่งใช้งานพื้นฐานครบถ้วน ค่า TDP 55W จึงมีสมรรถนะสูงแต่ก็ใช้พลังงานมากขึ้นเช่นกันและจำกัดค่าอุณหภูมิสูงสุด (Tjmax) ไว้ 100 องศาเซลเซียส

สังเกตว่า AMD ไม่ได้ใส่เลขเกรดซีพียูไว้เหมือนรุ่นทั่วไป เช่น Ryzen AI 7 350 แต่ใช้คำว่า Max+ แทนว่าชิปเซ็ตนี้เป็นรุ่นพิเศษและเป็นคอร์แบบ Zen 5 ล้วน ไม่ผสม Zen 5c ซึ่งเป็นคอร์ขนาดเล็กกว่ามาช่วยประหยัดพลังงาน แต่ถ้านับตามจำนวนคอร์ก็ถือว่าซีพียูนี้เป็นเกรดเดียวกับ Ryzen AI 7 และผลการทดสอบด้วย CPU-Z Benchmark แบบ Multi และ Single Thread ก็ทำคะแนนสูงไม่แพ้ซีพียูเดสก์ท็อปอย่าง Ryzen 5 9600X ทีเดียว

Lenovo Legion 7a 15ASH11

จีพียูออนบอร์ดของ AMD Radeon 8060S ตามสเปคมีคอร์ประมวลผล 40 คอร์ ความเร็ว 2900 MHz มี Shaders 2560 Unified แบ่งใช้ RAM LPDDR5X กับซีพียูมา 16 GB ไว้ช่วยทำงานดีขึ้น รองรับฟีเจอร์ Resizable BAR กับชุดคำสั่ง DirectX 12 API, DirectCompute, DirectML, Vulkan, Ray Tracing และ OpenGL 4.6

จุดเด่นของจีพียูนี้สามารถต่อหน้าจอแยกความละเอียดสูง 8K (7680*4320) @ 60 Hz ได้ หรือถ้าต่อหน้าจอแยกได้พร้อมกันถึง 4 บาน ดังนั้นจะต่อเพื่อทำงานหรือเล่นเกมก็ได

Lenovo Legion 7a 15ASH11

ใน Device Manager จะเห็นว่า Lenovo Legion 7a 15ASH11 มีชิป TPM 2.0, AMD PSP 11.0 และ Microsoft Pluton ติดตั้งมาให้รักษาความปลอดภัยของข้อมูลร่วมกับเซนเซอร์สแกนใบหน้า จึงใช้งานได้อย่างอุ่นใจ ประกอบกับชิปปรับแต่งเสียง Nahimic Nh4 ในตัว

Screenshot 2026 08 12 111451
Screenshot 2026 08 12 112015

Wi-Fi PCIe card ในเครื่องรหัส MediaTek Wi-Fi 7 MT7925 เป็นรหัสของ MediaTek Filogic 360 ตามสเปคแล้วเชื่อมต่อ Wi-Fi 7 (802.11be) รองรับคลื่น 2.4 GHz / 5 GHz / 6 GHz มีความเร็วรับส่งข้อมูลถึง 2.9Gbps รองรับฟีเจอร์ 4K-QAM, MLO, MRU มีแบนด์วิดท์กว้าง 160 MHz พร้อมเชื่อมต่อไร้สายด้วย Bluetooth 5.4 ได้ด้วย

การทดสอบจะตั้งเครื่องห่างจากจุดกระจายสัญญาณ 10 เมตร และมีประตูไม้อัดกั้น 1 บาน และใช้ Microsoft Edge ทดสอบกับเว็บไซต์ Speedtest by Ookla จะเห็นว่าความเร็ว Download / Upload ของ Wi-Fi Card ตัวนี้ทำงานได้เร็วทันใจ มีความเร็วระดับ 800Mbps ขึ้นไปทั้งหมด ส่วนคะแนนการทดสอบกับเว็บไซต์ Speedometer 3.1 แล้วได้คะแนน 28.8 คะแนน จึงตอบสนองกับหน้าเว็บไซต์ต่างๆ เร็วพอสมควร ใช้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง

Lenovo Legion 7a 15ASH11

OEM SSD รุ่น Samsung MZAL81T0HFLB เป็นรหัสของ Samsung PM9C1b ตามสเปคเป็น M.2 NVMe SSD อินเทอร์เฟส PCIe 4.0 x4 เข้ารหัสรักษาความปลอดภัยแบบ TCG Opal เคลมความทนทานต่อการเขียนอ่านไฟล์ไว้ถึง 1,200 TBW จึงใช้งานเป็นไดรฟ์หลักได้นานหลายปีแน่นอน เทียบกับการทดสอบกับโปรแกรม CrystalDiskMark 9.0.2 แล้วผลลัพธ์เป็นดังนี้

สเปค / ผลทดสอบRead (MB/s)Write (MB/s)
สเปคโรงงาน7,1006,700
CrystalDiskMark7,103.945,845.18

จะเห็นว่าความเร็วเขียนอ่านไฟล์ของ Samsung SSD นั้นเร็วใกล้เคียงกับการเคลมสเปค จึงเรียกใช้โปรแกรมและเปิดไฟล์ต่างๆ ทำงานได้ไวทันใจมาก จึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไดรฟ์หลักเลย แต่หา SSD 1~2 TB อีกตัวมาใส่เพิ่มไปเลยจะดีกว่า

Screenshot 2026 08 11 102330
Screenshot 2026 08 11 103023
Screenshot 2026 08 11 103715
Screenshot 2026 08 11 104416
Screenshot 2026 08 11 105222
Screenshot 2026 08 11 105542
Screenshot 2026 08 11 110109

ผลคะแนนการทดสอบกับโปรแกรมจำลองการเล่นตระกูล 3DMark ทุกเวอร์ชั่นสามารถสรุปได้ทันทีว่า Lenovo Legion 7a 15ASH11 เหมาะกับการเล่นเกมบนหน้าจอความละเอียด 1080p มาก ถ้าต่อหน้าจอความละเอียด 1440p ก็ได้ แต่ควรใช้ FSR Upscaling เสริมจะดีกว่า โดยผลคะแนนแต่ละเวอร์ชั่นจะเป็นดังนี้

Native res Max out No FSR
Native res Max out FSR Quality
Native res Medium graphics No FSR
Native res Medium graphics FSR quality

เฟรมเรทเวลาเล่นเกมชั้นนำเต็มความละเอียดหน้าจอ PureSight OLED ของ Legion 7a จะเห็นว่า Ryzen AI Max+ 388 ถึงไม่ใช้ FSR Upscaling และตั้งค่ากราฟิคสูงสุดจะเล่นเกมลำบากมากพอควรแถมภาพหน่วงพอควร อาจจะมีบางเกมทำเฟรมเรทเฉลี่ย 30 FPS ได้ ขึ้นอยู่ว่าผู้พัฒนา Optimize ตัวเกมมาดีเท่าไหร่ ดังนั้นพอใช้ AMD FSR แบบ Quality ช่วย จะเห็นว่าเฟรมเรทของแต่ละเกมเพิ่มขึ้นไปถึงหรือเกิน 30 FPS และเฟรมเรทต่ำสุดก็ยังเสถียร ไม่ต่ำจนภาพหน่วงวูบทันที

ในเงื่อนไขเดิมแต่ปรับตั้งค่ากราฟิคลงมาระดับปานกลาง (Medium) ถึงจะไม่เปิด AMD FSR ช่วย ก็ยังทำเฟรมเรทเฉลี่ยในระดับ 50 FPS ขึ้นไปแล้วและเฟรมเรทต่ำสุดเวลาโหลดข้อมูลฉากหรือศัตรูขึ้นมาก็ยังไม่ต่ำเกินไป ถ้าใช้ AMD FSR แบบ Quality ยิ่งพยุงเฟรมเรทให้สูงขึ้นแล้วควบคุมตัวละครได้ต่อเนื่องกว่าเดิม ถ้าจะเล่นเกมเต็มความละเอียดของ Lenovo Legion 7a 15ASH11 ก็แนะนำให้ตั้งค่ากราฟิคระดับนี้แล้วใช้ AMD FSR แบบ Quality หรือ Balanced ช่วยจะดีสุด แต่ถ้าเน้นให้เฟรมเรทสูงและอาจจะมี Texture บางส่วนเรนเดอร์ไม่สมบูรณ์หรือเกิดอาการภาพวุ้นแล้วยังยอมรับได้ก็เลือกเป็น Performance ได้เช่นกัน

1200p max out no upscaling 1
1200p max out Quality upscaling 1
1200p medium no upscaling
1200p medium FSR upscaling 1

หากต่อหน้าจอแยกความละเอียด 1080p หรือลด Resolution ลงมาระดับนี้แล้วตั้งค่ากราฟิคสูงสุดแต่ไม่ใช้ Upscaling จะเหมาะกับ Lenovo Legion 7a 15ASH11 มากและเล่นเกมได้ทุกแบบ เพราะภาพในเกมก็ยังสวยงามแถมต่อเนื่องแล้วไม่มีอาการหน่วงให้เห็น ถ้าใช้ FSR Quality จะยิ่งเล่นได้ดีขึ้นและถ้าต้องเรนเดอร์ฉากในเกมแล้วเฟรมเรทตกก็ยังไม่ลดมากไป ถ้าเอาความลื่นไหลเป็นหลักอาจเลือกเป็น FSR Balanced~Performance ก็ได้ แต่อาจมีอาการภาพวุ้นบ้างแต่ยังไม่น่าเกลียดนัก

กรณีใช้การตั้งค่า 1080p Medium อย่างที่ AMD แนะนำมาตลอดจะเห็นว่าเฟรมเรทเฉลี่ยในแต่ละเกมสูงขึ้นแตะระดับ 60 FPS แล้วและถ้าใช้ FSR Quality ช่วย เฟรมเรทหลายๆ เกมก็จะขึ้นไปแตะระดับ 120 FPS ได้ทีเดียว แนะนำให้ใช้การตั้งค่านี้กับเกม FPS Competitive ที่ไม่เน้นความสวยแต่ เอาความเร็วเข้าว่าอย่าง Counter-Stike 2 หรือ Valorant จะเหมาะสมสุด ส่วนเกม RPG จะเหมาะกับการตั้งค่าแบบ 1080p High มากกว่า

Screenshot 2026 08 11 113228
Screenshot 2026 08 11 131640

ผลคะแนนจากการทดสอบกับโปรแกรมจำลองการทำงานอย่าง PCMark 10 จะทำคะแนนเฉลี่ยได้ 8,216 คะแนน ถ้าพิจารณาตามหมวดหมู่การทดสอบจะเห็นว่า Ryzen AI Max+ 388 ใน Lenovo Legion 7a 15ASH11 เหมาะกับงานทั่วไปทุกแบบ ไม่ว่าจะเปิดเว็บไซต์ดูหนังฟังเพลง, ประชุมงานออนไลน์ไปจนงานเอกสารและบัญชีก็ไม่มีปัญหา ส่วนการทำงานกราฟิคจะเหมาะกับการแต่งภาพนิ่งและปั้นโมเดล 3D มาก ถ้าตัดต่อคลิป 4K ก็ยังทำได้ แต่ไม่แนะนำให้ใส่เอฟเฟคในเกมมากนัก พอรวมการทดสอบเล่นเกมเข้าไปในเวอร์ชั่น Extended จะได้คะแนนเฉลี่ย 9,574 คะแนน เทียบกับซีพียูในโน้ตบุ๊คทั่วไปถือว่าดีมากจนใช้ทำงานออฟฟิศทั่วไปได้หมดและเล่นเกมดีมากเช่นกัน ดังนั้นถ้าจะใช้โน้ตบุ๊คนี้เป็นคอมทำงานก็ตอบโจทย์มาก

Screenshot 2026 08 10 150508
Screenshot 2026 08 10 144956
Screenshot 2026 08 10 140720
Screenshot 2026 08 10 131412

ผลการทดสอบกับโปรแกรมตระกูล CINEBENCH แต่ละเวอร์ชั่นจะเห็นว่าชุดคอร์ซีพียูใน Lenovo Legion 7a 15ASH11 มีสมรรถนะสูงระดับพอให้ใช้ทำงาน 3D ได้ระดับหนึ่งและใช้พรีวิวโมเดลให้ลูกค้าดูได้ ซึ่งผลคะแนนในแต่ละการทดสอบเป็นดังนี้

Geekbench 6 2
Geekbench 6
Geekbench AI ONNX 3
Geekbench AI ONNX
Geekbench AI OpenVINO 3
Geekbench AI OpenVINO

ผลการทดสอบกับโปรแกรม Geekbench ในแต่ละเวอร์ชั่นกับซีพียู AMD Ryzen AI Max+ 388 ถือว่าตัวชิปเซ็ตมีสมรรถนะสูงระดับใช้งานทั่วไปได้ดีพอควรและพอรัน AI ทั้งแบบ Local model หรือเป็นส่วนเสริมในซอฟท์แวร์ต่างๆ ได้ โดยผลการทดสอบเป็นดังนี้

Geekbench 6 – ใช้ทดสอบว่าซีพียูสามารถประสานงานกับหน่วยความจำในเครื่องได้ดีหรือไม่ โดยจำลอง workloads งานประเภทการบีบอัดข้อมูล (data compression), การประมวลผลภาพ (image processing), Machine Learning และ Compile code มาทดสอบ

Geekbench AI – คำนวณว่าซีพียูสามารถรันการทำงานกับโปรแกรม AI ต่างๆ ได้แม่นยำหรือรวดเร็วหรือไม่ แบ่งเป็น Single Precision เน้นความเที่ยงตรง, Half precision เน้นความเร็วมากขึ้นและลดความแม่นยำลง และ Quantized Score เน้นความเร็วแต่ไม่แม่นยำนัก

Geekbench 6 OpenCL 4
Geekbench 6 OpenCL
Geekbench 6 Vulkan 4
Geekbench 6 Vulkan
Geekbench AI ONNX DirectML 3
Geekbench AI ONNX DirectML

ด้านผลการทดสอบกับจีพียู AMD Radeon 8060S เองก็ทำงานได้ดีพอสมควร ซึ่งผลเป็นดังนี้

Geekbench 6 – ใช้ทดสอบว่าจีพียูสามารถประสานงานกับหน่วยความจำในเครื่องได้ดีหรือไม่ โดยจำลอง workloads งานประเภทการบีบอัดข้อมูล (data compression), การประมวลผลภาพ (image processing), Machine Learning และ Compile code มาทดสอบ

Geekbench AI – คำนวณว่าซีพียูสามารถรันการทำงานกับโปรแกรม AI ต่างๆ ได้แม่นยำหรือรวดเร็วหรือไม่ แบ่งเป็น Single Precision เน้นความเที่ยงตรง, Half precision เน้นความเร็วมากขึ้นและลดความแม่นยำลง และ Quantized Score เน้นความเร็วแต่ไม่แม่นยำนัก

Lenovo Legion 7a 15ASH11
Screenshot 2026 08 12 114348
Screenshot 2026 08 12 114358
Screenshot 2026 08 12 114408
Screenshot 2026 08 12 114414
Screenshot 2026 08 12 114420
Screenshot 2026 08 12 114427
Screenshot 2026 08 12 114433
Screenshot 2026 08 12 114444
Screenshot 2026 08 12 114452

ซอฟท์แวร์ปรับตั้งค่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊คของ Lenovo อย่าง Legion Space ถูกติดตั้งมาเป็นพื้นฐานใน Lenovo Legion 7a 15ASH11 ให้ปรับตั้งค่าได้ตั้งแต่เปลี่ยนโหมดตัวเครื่งตามต้องการ, เลือกไฟ 1-Zone RGB ของคีย์บอร์ด TrueStrike, เปิดโหมดถนอมพาเนล OLED, เปิดเป้าเล็งปืนค้างไว้บนหน้าจอซึ่งทางบริษัทเรียกว่าเป็น Aim Assist หากใครใช้โน้ตบุ๊คนี้แนะนำให้เปิดโปรแกรมมาเช็คและตั้งค่าเครื่องเรื่อยๆ ก็จะดีมาก


Battery & Heat & Noise

Legion 7a 67
Legion 7a 68
Screenshot 2026 08 10 164914
Screenshot 2026 08 10 171927

แบตเตอรี่ของ Lenovo Legion 7a เป็นแบบลิเธียม-ไอออน (Li-ion) ความจุ 84Wh วัดค่าแบบ Typical Capacity ได้ 5,385mAh และ Rated capacity 5,285mAh วางตัวยาวสุดขอบเสมอลำโพงคู่ล่างและต่อสายจ่ายไฟให้โน้ตบุ๊คใช้งานได้ต่อเนื่องแม้ไม่ต่ออะแดปเตอร์ 180W อยู่ก็ตาม ซึ่งความจุระดับนี้ถ้าเทียบกับเกมมิ่งโน้ตบุ๊คในระดับราคาไล่เลี่ยกันก็ถือว่าใกล้เคียงเพราะแบตเตอรี่จะอยู่ระดับ 70~90Wh กันแทบทั้งหมดแล้ว

ผลการทดสอบระยะเวลาใช้งานโดยตั้งค่าลดความสว่างหน้าจอเหลือ 50% แล้วหรี่เสียงลำโพงเหลือ 10% ใช้โหมด Quiet และดูคลิป YouTube ด้วย Microsoft Edge นาน 1 ชม. จะเห็นว่าระยะเวลาใช้งานจากโปรแกรม BatteryMon ไม่ว่าจะช่วง 30 นาทีแรก หรืออยู่จนครบระยะเวลาทดสอบแล้ว ก็ใช้งานได้นานสุดราว 7 ชม. 6 นาที ถือว่านานพอให้ใช้ได้จนจบการประชุมทั่วไปจนระดับ Town hall ก็ไม่ต้องกลัวเครื่องดับกลางทาง ถ้าไม่แน่ใจก็ยังเอาพาวเวอร์แบงค์ต่อชาร์จจ่ายไฟได้เช่นกัน

หลายคนอาจจะตั้งข้อสังเกตว่า Lenovo Legion 7a 15ASH11 ได้ชิปเซ็ตตระกูล AMD Ryzen AI ทั้งที แต่ใช้งานได้ไม่ถึง 10 ชม. แบบนี้ จะนับว่าทาง Lenovo ปรับแต่งเครื่องมาไม่ดีก็คงไม่ได้ เพราะคอร์ประมวลผลของ Ryzen AI Max+ 388 เป็นแบบ Zen 5 สมรรถนะสูงทั้งหมดไม่มีแบบ Zen 5c เสริมเข้ามาช่วยประหยัดแบตเตอรี่แม้แต่น้อย พอจัดการพลังงานได้ระดับนี้ก็ถือว่าใช้ได้ดีสมตัวแล้ว แต่ถ้า Lenovo ปรับแต่งเฟิร์มแวร์เวอร์ชั่นใหม่ออกมาให้ประหยัดไฟขึ้นใช้งานได้เกือบถึง 10 ชม. ก็จะเป็นเรื่องดีมาก

Lenovo Legion 7a 15ASH11
Legion 7a 59
Legion 7a 60
Legion 7a 61
Legion 7a 69

ในเมื่อมีชิปเซ็ต AMD เพียงตัวเดียว ชุดระบายความร้อน Legion Coldfront: Hyper จึงใช้เพลตโลหะกับฮีตไปป์คู่ทาบบนซีพียูซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าซีพียูโน้ตบุ๊คทั่วไปพอควรออกไปยังฮีตซิ้งค์คู่หน้าพัดลมโบลวเวอร์แล้วระบายอากาศร้อนออกไปได้อย่างรวดเร็ว

1786705921387 100
1786705988880 100
1786706101196 100
Screenshot 2026 07 08 141240
Screenshot 2026 07 08 141519

ในภาพจากกล้องอินฟาเรดจะเห็นว่าโซนคีย์บอร์ดซึ่งให้ผู้ใช้วางข้อมือเพื่อใช้งานเล่นเกมจะมีอุณหภูมิไม่สูงมากราว 36.3 องศาเซลเซียสเท่านั้น แม้จะพลิกขึ้นมาดูด้านใต้เครื่องก็ยังไม่ร้อนมากและโซนที่มีความร้อนสูงจริงจะอยู่ตั้งแต่ส่วนขอบบนเหนือคีย์บอร์ดขึ้นไปถึงช่องระบายความร้อน ซึ่งกล้องอินฟาเรดจับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 39.8~40.7 องศาเซลเซียส พอกับความร้อนจากช่องหลังเครื่องจึงไม่ร้อนเกินไปจนน่ากังวลนัก

ชิ้นส่วนภายในจากการทดสอบเร่งอุณหภูมิให้ขึ้นสูงสุดและวัดด้วย CPUID HWMonitor จะเห็นว่าแพ็คเกจทั้งหมดไม่ว่าจะชุดซีพียูหรือจีพียูต่างมีอุณหภูมิสูงสุดถึง 100 องศาเซลเซียส แต่ความร้อนระดับนี้เกิดขึ้นราว 1~3 วินาที แล้วกลับลงมาอยู่ระดับ 90 องศาเซลเซียสตามเดิมก็ไม่น่ากังวลเท่าไหร่ อย่างมากอาจหาแท่นวางโน้ตบุ๊คพร้อมพัดลมระบายความร้อนมาเสริมสักหน่อยก็ลดอุณหภูมิไปได้พอควรแล้ว

Legion 7a 1
Legion 7a 2

เสียงชุดระบายความร้อน Coldfront: Hyper ใน Legion 7a 15ASH11 ตอนทำงานเต็มกำลังถ้าวัดด้วยเครื่องวัดระดับเสียงจากด้านหน้าก็เบาเพียง 55.6dB พอกับเสียงพูดคุยของมนุษย์เท่านั้น ด้านหลังเครื่องวัดได้ 59.9dB พอกับเสียงเครื่องปรับอากาศในห้องจนอาจจะกลมกลืนไปด้วยกันได้ ดังนั้นจะใช้โน้ตบุ๊คเครื่องนี้ในออฟฟิศหรือ Co-working space ก็ไม่รบกวนผู้อื่นเกินไปแน่นอน


User Experience

Lenovo Legion 7a 15ASH11

Lenovo Legion 7a 15ASH11 น่าจะเรียกได้ว่าเป็นพรีเมียมโน้ตบุ๊คเพื่อคนทำงานในบอดี้เกมมิ่งก็คงไม่ผิดนัก เพราะถ้าดูฟีเจอร์โดยรวมตั้งแต่กล้องอินฟาเรดสแกนใบหน้า, พอร์ต USB-C แบบ Full Function รวม 3 ช่อง และบอดี้บางน้ำหนักเบาพกพาง่ายแถมใช้ซีพียูตัวเดียว แต่จะต่างตรงซีพียู AMD Ryzen AI Max+ 388 เป็น AMD APU รุ่นสมรรถนะสูงพิเศษจนเล่นเกมชั้นนำได้ไหลลื่นมากแม้จะเป็นความละเอียดระดับ QHD ก็ตาม ดังนั้นถ้าใครเล่นเกมบนความละเอียด 1080p เป็นหลักก็เล่นได้สบายมาก ไม่มีปัญหากวนใจภายหลังแถมยังพกไปไหนมาไหนสะดวกมาก ผิดกับเกมมิ่งโน้ตบุ๊คทั่วไป เช่น Legion 7 series ซึ่งบอดี้หนาจนไม่ตอบโจทย์เกมเมอร์วัยทำงานบางกลุ่มนัก

ประเด็นน่าประทับใจถัดมา คือฟีเจอร์ของ Lenovo Legion 7a 15ASH11 มีติดมาให้ใช้พอควรแม้บางอย่าง เช่น Legion Flow จะต้องรอการอัพเดตก่อนก็ตาม แต่ฟีเจอร์เปิดเป้าช่วยเล็งค้างไว้บนหน้าจอ (Static crosshair) ในหัวข้อ Aim Assist ได้นั้นช่วยให้เล่นเกมต่างๆ ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเกม FPS เน้นความสมจริงอย่าง Resident Evil 7: Biohazard จะช่วยให้เล็งง่ายขึ้น แต่เสียดายว่าทางบริษัทไม่ทำคีย์ลัดไว้ให้เปิดใช้งานได้ง่ายๆ แล้วต้องเข้าไปเปิดใน Legion Space เองเท่านั้น ซึ่งถ้ามีคีย์ลัดให้กดก็จะดีมาก ถัดมาคือลำโพงชุด 4 ดอก ที่ให้เสียงดีจนแทบไม่ต้องต่อลำโพงแยกก็ได้ ถือว่า Nahimic ปรับแต่งเสียงได้ดีน่าประทับใจ

Lenovo Legion 7a 15ASH11

นอกจากเล่นเกม Lenovo Legion 7a 15ASH11 ก็เหมาะกับการทำงานมาก โดยเฉพาะงานถ่ายและแต่งภาพ Portrait จะเหมาะมาก เพราะหน้าจอ PureSight OLED ได้การการันตี PANTONE พื้นฐานและแบบ SkinTone มาครบถ้วน แถมมีพอร์ต SD Card reader จึงโอนไฟล์ภาพถ่ายจากการ์ดเข้าคอมมาทำงานต่อได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ถ้าต่ออุปกรณ์เสริมอีกนิดก็เปลี่ยนให้เกมมิ่งโน้ตบุ๊คนี้เป็นพีซีไว้ทำงานกราฟิค, ตัดต่อคลิปสั้นยาว, ทำงานเอกสารและธุรการ ฯลฯ ได้สบายมากไม่พอ ยังมีโปรแกรม Microsoft Office Home 2024 ติดตั้งมาให้พร้อมใช้ด้วย กลับกันถ้าอยู่บ้านก็ต่อแล้วเปลี่ยนเป็นเกมมิ่งพีซีได้เช่นกัน

ส่นจุดน่าเสียดายของ Legion 7a 15ASH11 นอกจากไฟ LED Backlit 1-Zone RGB กับพอร์ต USB-C Full Function แบบเป็นช่องต่อชาร์จโดยเฉพาะจะอยู่ฝั่งขวาจึงต้องต่อชาร์จด้วยพอร์ตนี้เป็นหลัก ถ้าต่อพอร์ตอื่นจะจ่ายไฟไม่พอให้เล่นเกมหรือทำงานหนักและถ้าต่อ USB-C Hub ซึ่งปกติรับกระแสไฟเพียง 100W ก็จะใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพและน่าเสียดายอยู่บ้าง แต่ถ้าเจอ Hub รุ่นรับกระแสไฟได้เท่ากับอะแดปเตอร์ประจำเครื่องก็ขอแนะนำให้ซื้อมาใช้คู่กันจะดีมาก


Conclusion & Award

Lenovo Legion 7a 15ASH11

Lenovo Legion 7a 15ASH11 เป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊คตัวบางพกง่ายได้ฟีเจอร์ไม่แพ้โน้ตบุ๊คพรีเมียมรุ่นอื่น ตอบโจทย์เกมเมอร์วัยทำงานไม่ว่าจะพกไปออฟฟิศก็เหมาะเพราะดีไซน์สวยเรียบง่ายดูดี แค่สีอาจจะนำสายตาสักหน่อยหรือตั้งโต๊ะที่บ้านเล่นเกมก็ดีด้วยชิปเซ็ต AMD Ryzen AI Max+ 388 เรียกว่าครบจบแม้ราคาจะสูงถึง 67,990 บาท เพราะวิกฤติการณ์หน่วยความจำสูงกว่าปกติหลายเท่า ไม่อย่างนั้นราคาอาจจะเข้าถึงง่ายกว่านี้ก็เป็นได้ แต่ถ้าราคานี้ยังรับได้แล้วอยากใช้เกมมิ่งโน้ตบุ๊คเครื่องบางพกสะดวก Lenovo Legion 7a นี้ก็เป็นอีกรุ่นที่ซื้อไปใช้แล้วไม่ผิดหวังแน่นอน

Award

NBS award 4 Mobility
award new Gaming
NBS award Features

Best Mobility

Lenovo Legion 7a 15ASH11 เด่นเรื่องน้ำหนักเบาเพียง 1.55 กก. พกพาง่ายและบางไม่แพ้กับโน้ตบุ๊คพรีเมียมทั้งที่เป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊ค ตอบโจทย์เกมเมอร์วัยทำงานได้เป็นอย่างดี

Best Gaming

ซีพียู AMD Ryzen AI Max+ 388 มีสมรรถนะสูงพอให้เล่นเกมชั้นนำได้ลื่นไหล ไม่ว่าจะเล่นบนจอความละเอียด 1440p ก็ดีหรือถ้าลดมาเหลือ 1080p ยิ่งเล่นได้เยี่ยมมาก

Best Features

ฟีเจอร์เพิ่มคุณภาพชีวิตของ Lenovo Legion 7a มีทั้งเซนเซอร์อินฟาเรดสแกนใบหน้า, พอร์ต USB-C Full Function, ปุ่มมาโคร Legion Flow และอื่นๆ ติดมาให้ครบ ช่วยให้เจ้าของใช้งานสะดวกขึ้นมาก


Gallery

Legion 7a 81
Legion 7a 54
Legion 7a 29
Legion 7a 30
Legion 7a 17
Legion 7a 57
Legion 7a 6
Legion 7a 40
Legion 7a 27
Legion 7a 20
Legion 7a 28