อัปเดต ‘LINE Business Solutions 2026’ รวมเครื่องมือ Marketing, Commerce, AI, Data ช่วยแบรนด์เข้าถึงลูกค้าและสร้างยอดขาย

จากสถิติยอดผู้ใช้ LINE ในไทยกว่า 56 ล้านคน สะท้อนได้ว่าเป็นแพลตฟอร์มที่อยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทย และไม่เพียงแต่ผู้ใช้งานทั่วไปเท่านั้น ธุรกิจหรือแบรนด์ก็ใช้ LINE เป็นเครื่องมือที่ตอบโจทย์ Full-funnel Marketing ตั้งแต่สร้าง Awareness ไปจนถึง Conversion และทำ Customer Retention เพื่อรักษาฐานลูกค้าในระยะยาว
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ LINE เป็นมากกว่าแอปฯ สำหรับการสื่อสาร แต่เป็น “Ecosystem” ที่รวมเครื่องมือการดำเนินธุรกิจ การตลาด และการขายที่หลากหลายไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ซึ่งแต่ละเครื่องมือถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์วัตถุประสงค์ที่แตกต่าง
บทความนี้จะพาไปอัปเดตอินไซต์และไฮไลต์เครื่องมือ LINE ปี 2026 ที่ธุรกิจ หรือแบรนด์สามารถนำไปปรับใช้ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ
1. “LINE OA” จากสร้างการรับรู้ ถึงปิดการขายด้วย “Chat Commerce”
เมื่อพูดถึงเครื่องมือ LINE ที่หลายธุรกิจคุ้นเคยและนิยมใช้ คือ “LINE Official Account” หรือ “LINE OA” เพราะเป็นช่องทางหลักสำหรับแบรนด์และร้านค้าในการสื่อสารกับลูกค้า ทั้งการ Broadcast และสนทนาแบบเฉพาะบุคคล ดังข้อมูลสถิติ พบว่า
- มียอดการสนทนาบน LINE OA มากกว่า 12,000 ล้านครั้งในปี 2025
- ยอดการเพิ่มเพื่อนบน LINE OA กว่า 800 ล้านครั้งในครึ่งปีแรกของปี 2026 สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยพร้อมเพิ่มเพื่อนบน LINE OA หากแบรนด์สามารถนำเสนอแมสิ่งที่ตรงความต้องการของพวกเขาได้อย่างเหมาะสม
ด้วยความที่ธุรกิจ/แบรนด์ ใช้เป็นหนึ่งในช่องทางหลักในการดำเนินธุรกิจ บทบาทของ LINE OA จึงไม่ใช่แค่ช่องทางการสื่อสาร เพื่อสร้างการรับรู้กับกลุ่มเป้าหมายเท่านั้น แต่ยังสามารถเชื่อมไปสู่ขั้น Conversion หรือปิดการขายได้ผ่านรูปแบบ “Chat Commerce” ซึ่งการซื้อขายผ่านแชทถือเป็น Uniqueness ของตลาดอีคอมเมิร์ซในไทย
และเพื่อเพิ่มศักยภาพความสามารถของ LINE OA “LINE ประเทศไทย” ได้พัฒนาฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การสร้าง Trust ให้กับแบรนด์/ธุรกิจ และสร้าง Customer Relation
- Verified Official Account (โล่ห์ฟ้า, โล่ห์เขียว): เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับ LINE OA ของแบรนด์ ยิ่งในยุคนี้ผู้บริโภคจะระมัดระวังและป้องกันภัย Scammer มากขึ้น ซึ่งการที่แบรนด์ใช้ Verified Account จะช่วยสร้าง Trust และทำให้ผู้บริโภครู้สึกมั่นใจที่จะเพิ่มเพื่อน
- OA Chat Package: ฟีเจอร์บริหารจัดการแชทที่มากกว่าฟีเจอร์พื้นฐาน โดยมีทั้งติด Chat Tags, เก็บบันทึกประวัติข้อมูลการแชท 5 ปี เมื่อเทียบกับฟีเจอร์พื้นฐาน เก็บได้เพียง 6 เดือน ซึ่ง Chat History เป็นฟีเจอร์ที่ผู้ประกอบการไทยต้องการและให้ความสำคัญอย่างมาก, ดาวน์โหลดประวัติการแชท, เพิ่มโน้ต เพื่อบันทึกข้อมูลลูกค้าแต่ละคนในแชท, มี AI Chatbot ช่วยตอบแชทอัตโนมัติ เป็นต้น

2. MyShop ยกระดับสู่การเป็น Chat Commerce Engine
อีกฟีเจอร์สำคัญของ LINE Ecosystem คือ “MyShop” เครื่องมือสำคัญที่มุ่งพัฒนาสู่การเป็น “Chat Commerce Engine” เพื่อบริหารการขายผ่านแชทได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผ่านการพัฒนา 3 ด้านคือ
- Seller AI Automation: พัฒนาระบบให้ร้านค้าเสมือนมี Seller Agent บนแชทผ่าน AI เพื่อลดภาระแอดมิน และเก็บตกโอกาสปิดการขายที่เคยหลุดออกไป เนื่องจากพบว่ากว่า 90% ของแชทใหม่ไม่ได้รับการติดตามหลังการตอบกลับครั้งแรก
- Customer Data Agent: เน้นพัฒนาฟีเจอร์ Customer Profile สู่แหล่งรวบรวม วิเคราะห์ และแบ่งกลุ่มลูกค้าให้แม่นยำกว่าเดิม เพื่อตอบโจทย์การทำ Customer Segmentation ได้ง่ายขึ้น
- Return on Broadcast Spend: ระบบวิเคราะห์ผลตอบแทนจากการ Broadcast ที่ชัดเจน ช่วยให้ร้านค้าสามารถวางแผนการสื่อสารได้มีประสิทธิภาพ

3. MyTeam โซลูชันช่วยบริหารแอดมินบน LINE OA เตรียมเปิดปี 2027
หลายธุรกิจที่มีพนักงานขายดูแลลูกค้าโดยตรง ลูกค้าจะทัก Personal Chat ของพนักงานขาย เพื่อพูดคุยได้สะดวกและได้คำตอบที่รวดเร็ว ในขณะที่พนักงานขายก็ยินดีตอบแชทที่ลูกค้าทักมาหาโดยตรง เนื่องจากช่วยปิดการขายได้เร็ว
แต่รูปแบบการติดต่อผ่าน Personal Chat ดังกลาว ในด้านธุรกิจก็มี Pain Point หลายด้าน จากผลสำรวจพบว่า
- 66% ของผู้ใช้งาน LINE มองว่าทักไปที่ Personal Chat ของพนักงานขาย ทำให้ได้คำตอบเร็วกว่า
- ขณะเดียวกัน 74% ของผู้ใช้งาน LINE ก็รู้สึกยุ่งยาก หากเปลี่ยนพนักงานขาย หรือเปลี่ยน Agent เพราะรู้สึกว่าต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ที่ต้องคุยกับพนักงานขายคนใหม่ที่เข้ามาทำแทน
- ขณะที่ฝั่งแบรนด์/ธุรกิจ เผชิญข้อจำกัดในการบริหารจัดการเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการไม่สามารถติดตามสถานะงานผาน Tag หรือ Workflow รวมถึงถ้าพนักงานขายลาออก หรือย้ายงาน ข้อมูลที่คุยกับลูกค้าอาจติดไปกับพนักงานคนนั้น ส่งผลให้แบรนด์ไม่สามารถเก็บ Customer Data
นึ่จึงเป็นที่มาของการพัฒนาโซลูชันใหม่ “MyTeam” เครื่องมือที่ช่วยให้แบรนด์/ธุรกิจสามารถบริหารแอดมินบน LINE OA โดยเตรียมเปิดตัวภายในต้นปี 2027 โซลูชันนี้ประกอบด้วย
- ฟีเจอร์มอบหมายงานให้แอดมินดูแลบทสนทนาอย่างเป็นระบบ
- รวมประวัติการสนทนาและข้อมูลลูกค้าไว้ในศูนย์กลางเดียว ทำให้การส่งต่องานและติดตามสถานะการให้บริการเป็นไปอย่างราบรื่น
- ระบบรายงานและวิเคราะห์ประสิทธิภาพการทำงานของแอดมิน ลดข้อจำกัดของการบริหารแชทแบบเดิม และรักษาประสบการณ์การบริการที่รวดเร็ว

4 LINE MINI Eats เจาะผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
หนึ่งในอุตสาหกรรมที่แข่งขันสูง มีทั้งผู้เล่นรายเดิม และผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ตลาดอยู่เสมอ ต้องยกให้กับ “ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม” เพื่อตอบรับแนวโน้มดังกล่าว LINE จึงได้เปิดตัว “LINE MINI Eats” โซลูชันสำหรับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็น
- ลูกค้าค้นหาและสั่งใน LIINE หรือสแกนสั่งหน้าร้าน
เมื่อออเดอร์แล้ว สามารถรับที่ร้าน จึงไม่ต้องรอคิว โดยจะมีแจ้งเตือนผ่าน LINE - โซลูชัน LINE MINI Eats ไม่เก็บ GP ต่อออเดอร์ จ่ายเป็นแพ็คเกจรายเดือน
- ทุกครั้งที่ลูกค้าซื้อ สะสมแต้มได้ทันที
- ร้านค้าสามารถเก็บ Data ลูกค้า เช่น การใช้งาน, พฤติกรรมการสั่งซื้อ เพื่อวิเคราะห์ ทำ Segmentation และต่อยอดทางการตลาด
- ลดความยุ่งยากของระบบ Operation หน้าร้าน

5. LINE MINI App สร้าง App-in-App บนแพลตฟอร์ม LINE
อีกหนึ่งเครื่องมือที่น่าสนใจ คือ “LINE MINI App” เป็นเทคโนโลยี App-in-App บนแพลตฟอร์ม LINE เพื่อให้ผู้ใช้งานใช้บริการผ่าน LINE โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันใหม่
- ปัจจุบันธุรกิจในไทยมีการสร้างบริการผ่าน LINE MINI App มากกว่า 1,000 แอปฯ คิดเป็นยอดการเติบโตถึง 3 เท่าหลังเปิดให้ภาคธุรกิจ นักพัฒนาทั่วไปสามารถสร้าง LINE MINI App Channel เองไดในเดือนมีนาคม 2026
- ยอดผู้ใช้งานรายวัน (DAU) บน LINE MINI App เติบโตถึง 4 เท่า
จากการตอบรับดังกล่าว LINE เดินหน้าผลักดัน LINE MINI App ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับทุกธุรกิจในไทย สามารถนำเสนอบริการดิจิทัลให้ผู้ใช้เข้าถึงได้ง่าย และทำให้แบรนด์เป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้าเองได้

6. LINE Premium ขยายจากผู้ใช้ สู่การสร้างความร่วมมือกับธุรกิจ
หลังจาก LINE ประเทศไทยเปิดตัว “LINE Premium” เมื่อปี 2025 พบว่าได้การตอบรับจากผู้ใช้งาน LINE เป็นอย่างดี โดยปัจจุบันเติบโตต่อเนื่องด้วยยอดผู้ใช้งานกว่า 3 ล้านราย
สำหรับ Top 5 ฟีเจอร์ยอดนิยมใน LINE Premium ได้แก่
- ยกเลิกข้อความแบบพรีเมียม (Premium Unsend) เมื่อผู้ใช้ LINE Premium กดยกเลิกข้อความจะไม่ปรากฏ Unsend ให้อีกฝั่งรับรู้
- ปรับแต่งไอคอนแอป (App Icon Customize๗ มี Icon ให้เลือกได้หลากหลาย และสามารถปรับเปลี่ยน Icon ได้ตามความต้องการ
- สำรองอข้อมูลแบบพรีเมียม (Premium Backup) เก็บไฟล์ได้ไม่หมดอายุ และสามารถเปิดไฟล์ย้อนหลังได้ ตอบโจทย์คนทำงาน
- อินไซต์พบว่าช่วงที่คนนิยมสมัคร LINE Premium เพื่อใช้ฟีเจอร์ Premium Backup มากที่สุด คือ ช่วงสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงเปิดตัว เพื่อใช้เก็บไฟล์ก่อนเปลี่ยนเครื่องใหม่ โดยมียอดสมัครสูงขึ้น 35%
- แยกโปรไฟล์ตามการใช้งาน (Multi-profile) เช่น โปรโฟล์สำหรับใช้ในการทำงาน ครอบบครัว เพื่อน
- เก็บภาพไฟล์ความละเอียดสูง (Hi-res media in album) อินไซต์พบว่าช่วงที่ยอดใช้ฟีเจอร์ Hi-res สูงกว่าช่วงปกติ จะเป็นช่วงท่องเที่ยว
นอกจากฟีเจอร์แล้ว ยังได้พัฒนาสิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์ ร่วมกับพาร์ทเนอร์แบรนด์ในเครืออย่าง LINE SHOPPING และ LINE MAN โดยพบว่าช่วยเพิ่มค่าเฉลี่ยการสั่งซื้อจากสมาชิกได้ถึง 50% และ 30% สะท้อนถึงประสบการณ์และสิทธิประโยชน์ที่โดนใจผู้ใช้
พร้อมทั้งเปิดโอกาสใหม่สำหรับธุรกิจในการเป็นพาร์ทเนอร์กับ LINE Premium ร่วมนำเสนอสิทธิประโยชน์ให้กับผู้บริโภค

7. LINE Sponsored Stickers & LINE Sponsored Emoji เครื่องมือทำการตลาด Character Marketing
การทำการตลาดผ่าน “Character Marketing” บน LINE ยังคงเป็นแนวทางเชื่อมต่อแบรนด์เข้ากับไลฟ์สไตล์ผู้ใช้ไทยที่ทรงพลัง ทั้ง LINE Sponsored Stickers และ LINE Emoji
- รูปแบบLINE Sponsored Stickers ที่พบว่า มียอดการใช้งานในไทยรวมกว่า 979 ล้านครั้งในปีที่ผ่านมา
- จากอินไซต์ยังพบว่าLINE Emoji ได้รับความนิยมจากกลุ่ม Gen Z ช่วงอายุ 15-24 ปี สะท้อนได้ว่า LINE Sponsored Emoji เป็นหนึ่งใน Character Marketing บน LINE ที่น่าสนใจ
- ตัวอย่างแบรนด์Butterbear สามารถสร้างยอดดาวน์โหลดภายในเดือนเดียวเกิน 6 แสนครั้ง และอิโมจิถูกใช้งานภายใน 30 วันแรกกว่า 2.6 ล้านครั้ง ชี้ให้เห็นว่าสติกเกอร์และอีโมจิบน LINE เป็นเครื่องมือเชิงการตลาด ที่เชื่อมต่อแบรนด์กับผู้ใช้ สร้างการมีส่วนร่วมผ่านไลฟ์สไตล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

8. ต่อยอดความร่วมมือด้าน Character IP
IPX หรือ LINE FRIENDS เดิม อีกหนึ่งบริการที่เปิดโอกาสให้ธุรกิจต่อยอดความร่วมมือด้าน Character IP ในหลากหลายรูปแบบ
- มีคลังคาแรกเตอร์ระดับโลกกว่า 250 คาแรกเตอร์ จาก 29 IP
- มี Style Guide (art asset) มากกว่า 600 รูปแบบ
แบรนด์สามารถเลือกนำไปพัฒนาสินค้า บริการ และประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่เชื่อมโยงกับไลฟ์ไสตล์ของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างสร้างสรรค์
ตัวอย่างความสำเร็จในประเทศไทย อาทิ ความร่วมมือกับ Big C เปิดตัวคอลเลคชัน LINE FRIENDS ที่สร้างยอดขายทะลุเป้าถึง 200% คาแรคเตอร์ ZO&FRIENDS จากความร่วมมือกับศิลปิน G-DRAGON ที่มียอดจำหน่ายสินค้าแตะถึง 80% ภายในวันแรก รวมถึงคาแรคเตอร์ Dreamiez จากความร่วมมือกับศิลปิน NCT DREAM ที่มียอดจองเต็มภายในเวลาเพียง 50 นาที
ตลอดจนกระแสตอบรับอันดีของคาแรคเตอร์ JOGUMAN ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ความสำเร็จเหล่านี้ตอกย้ำบทบาทของ IPX ในการนำ Character IP ระดับโลกมาต่อยอดทางธุรกิจในประเทศไทย ช่วยให้แบรนด์สร้าง Engagement และ เพิ่มคุณค่าให้สินค้าและบริการผ่านคาแรคเตอร์ได้อย่างทรงพลัง

“การเติบโตของธุรกิจในยุคดิจิทัลไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีช่องทางขายที่หลากหลายเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องในทุกช่วงของ Customer Journey รวมถึงการเข้าไปอยู่ในโมเมนต์สำคัญ ในไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาว ซึ่งทั้งหมดต้องอาศัยข้อมูล เทคโนโลยี และการทำงานร่วมกันกับแพลตฟอร์มอย่างไร้รอยต่อ
LINE พร้อมเดินหน้าในบทบาทพาร์ทเนอร์คนสำคัญที่ทุกธุรกิจสามารถไว้วางใจ ให้ความเชื่อมั่นผ่านโซลูชันและบริการที่หลากหลาย ช่วยให้ทุกธุรกิจสามารถสร้างการเติบโตด้วย Trust ได้ในทุกมิติ โดย LINE พร้อมเดินหน้าสู่การเป็น Trusted Platform และ Trusted Partner ที่ช่วยให้ธุรกิจไทยสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า เพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้อย่างมั่นใจ และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในโลกดิจิทัล” คุณรัฐธีร์ ฉัตรดำรงค์ศักดิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ LINE ประเทศไทย สรุปทิ้งท้าย
