“เอกนิติ” เปิดงานสัมมนา “LINE MAN Wongnai AI Accelerator” เร่งอัปสกิล AI ร้านอาหารไทยกว่า 100 แห่ง | ThaiPR.NET
ทั่วไป21 ก.ย. 69 17:452026-09-21
ใช้ AI ยกระดับธุรกิจจริง LINE MAN Wongnai เปิดตัว “Wongnai Genie” AI ผู้ช่วยสำหรับร้านอาหาร

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมเปิดงานสัมมนา “LINE MAN Wongnai Merchant AI Accelerator” สัมมนาเสริมพลัง AI อัปสกิลใหม่ให้ร้านอาหาร พาเศรษฐกิจไทยทันโลก โดยมี นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวรายงานความสำเร็จของโครงการรัฐผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล และในงานสัมมนาครั้งนี้ LINE MAN Wongnai ยังมีการเปิดตัว “Wongnai Genie” AI ผู้ช่วยสำหรับร้านอาหาร โดยมีเจ้าของร้านอาหารกว่า 100 แห่งเข้าร่วม เพื่อเตรียมความพร้อมนำ AI ไปประยุกต์ใช้จริงในการบริหารธุรกิจด้วย
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง กล่าวว่า “นโยบายของกระทรวงการคลัง คือการนำเทคโนโลยีมาเป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการในทุกระดับ โดยเฉพาะ SMEs และร้านค้ารายย่อย ซึ่งเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย การดำเนินโครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ เป็นตัวอย่างของการนำศักยภาพของภาครัฐมาทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อให้มาตรการสามารถเข้าถึงผู้ประกอบการได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และต่อเนื่อง นอกจากนี้ธนาคารกรุงไทยผู้พัฒนาแอปพลิเคชันถุงเงินได้มีการพัฒนา AI นกกระซิบในแอปพลิเคชันถุงเงิน เพื่อมาช่วยผู้ประกอบการในการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ โดยผู้ประกอบการสามารถใช้ AI นกกระซิบเพื่อดูยอดขาย วิเคราะห์แนวโน้ม วางแผนธุรกิจ และเปรียบเทียบกับร้านค้าอื่นในพื้นที่ใกล้เคียงหรือร้านประเภทเดียวกันได้ และเมื่อมีข้อมูลธุรกิจที่ชัดเจนขึ้น ผู้ประกอบการก็จะสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการได้อีกด้วย”
นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “การเชื่อมโยงโครงการรัฐเข้ากับแพลตฟอร์มเทคโนโลยี ช่วยเปลี่ยนแรงส่งระยะสั้นให้กลายเป็นการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งเห็นได้ชัดจากโครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ที่มีร้านค้าเลือกเข้าร่วมผ่าน LINE MAN มากเป็นอันดับ 1 กว่า 59,000 ร้านค้า ช่วยขยายผลกระจายเงินอุดหนุนจากรัฐกว่า 2,570 ล้านบาท ผ่าน LINE MAN รวม 16 ล้านออเดอร์สู่ร้านค้ารายย่อยครอบคลุมครบทั้ง 77 จังหวัด และ 266 อำเภอทั่วประเทศ โดยผลลัพธ์จากโครงการรัฐและเทคโนโลยีสามารถช่วยให้ร้านค้า
- ขายดีด้วยโครงการรัฐ: ข้อมูลจาก LINE MAN Wongnai พบว่า ยอดขายรวมร้านค้าจาก “ไทยช่วยไทย พลัส” สูงถึง 1.8 เท่า[1] ของ “คนละครึ่ง พลัส” แม้โครงการยังไม่สิ้นสุด โดยมีปัจจัยหนุนจากวงเงินงบประมาณที่เพิ่มขึ้น และการกระจายเม็ดเงินเข้าสู่ร้านค้าอย่างต่อเนื่องในแต่ละเดือน คาดว่าเมื่อสิ้นสุดโครงการ ยอดขายรวมร้านค้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ขณะที่ข้อมูลจากโครงการรัฐรอบก่อนพบว่า ยอดขายร้านค้ายังเติบโตต่อเนื่องราว 10%[2] หลังสิ้นสุดโครงการ
- โตยั่งยืนด้วยเทคโนโลยี: การนำระบบจัดการร้านอาหาร (POS) มาใช้ ช่วยให้ร้านค้าเปลี่ยนจากแค่ ‘ขายได้ดีระยะสั้น’ สู่ ‘การบริหารจัดการเป็น’ โดยร้านที่เข้าร่วมโครงการรัฐมีอัตราการอยู่รอดของธุรกิจถึง 84% และหากใช้งานระบบ POS ร่วมด้วย อัตราการอยู่รอดของธุรกิจจะพุ่งสูงถึง 93%
- สเกลธุรกิจด้วยข้อมูล สร้างโอกาสเข้าถึงเงินทุน: ข้อมูลการขายจากระบบ POS ช่วยให้ร้านค้ามีข้อมูลการดำเนินธุรกิจที่เป็นระบบ และสามารถนำไปประกอบการพิจารณาสินเชื่อ SMEs เพื่อเข้าถึงเงินทุนและต่อยอดธุรกิจจาก LINE MAN Wongnai และพาร์ทเนอร์ โดยใน 12 เดือนที่ผ่านมามีร้านค้าเข้าถึงเงินทุนหมุนเวียนผ่าน LINE MAN Wongnai แล้วกว่า 30,000 ร้าน และในอนาคตอันใกล้ ก็จะสามารถนำข้อมูลจากยอดขายไปขอรับการพิจารณาสนับสนุนหลักประกัน จากโครงการค้ำประกันสินเชื่อนาโนพลัสของ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมได้อีกด้วย
ทั้ง 3 ประเด็นสะท้อนว่า การเชื่อมโครงการรัฐเข้ากับเทคโนโลยี ไม่ได้สร้างเพียงผลลัพธ์ในระดับร้านค้า แต่ช่วยวางรากฐานให้ผู้ประกอบการรายย่อยมีรายได้ที่เติบโต บริหารธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ และเข้าถึงเงินทุนเพื่อขยายกิจการ พร้อมได้รับการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและเอกชนในการ Upskill-Reskill ยกระดับศักยภาพของร้านค้ารายเล็กให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้ในระยะยาว เมื่อแนวทางเหล่านี้เกิดขึ้นในวงกว้าง จะช่วยส่งต่อการเติบโตไปยังเศรษฐกิจฐานรากและสร้างแรงขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทย”
นอกจากนี้ ดร.เอกนิติ พร้อมคณะผู้บริหาร ได้เยี่ยมชมบูธกิจกรรมและการฝึกอบรมเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการ พร้อมพบปะตัวแทนร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส และนำเทคโนโลยีมาสร้างการเติบโตได้จริง อาทิ ร้าน ‘ตำยำยั่ว by โบตั๋น’ และร้านระดับตำนานอย่าง ‘ประจักษ์เป็ดย่าง’
ภายในงานยังมีการเสวนาเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “อัปสกิลเจ้าของร้านอาหารยุคใหม่ เริ่มต้นใช้ AI ทำกำไรด้วยเทคโนโลยี” โดย คุณเอกลักษณ์ วิริยะโกวิทยา กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจ Merchant Digital Solutions LINE MAN Wongnai พร้อมด้วย คุณกานต์–อรรถกร รัตนารมย์ ผู้ก่อตั้ง BEARHOUSE และคุณคุ–คุณาพงศ์ เตชวรประเสริฐ เจ้าของเพจ ‘ขายดีไปด้วยกัน’ และเจ้าของร้าน ‘หอมมันข้าวมันไก่’ ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การนำข้อมูลและ AI มาประยุกต์ใช้กับธุรกิจจริง พร้อมเวิร์กชอปสำหรับเจ้าของร้านอาหารกว่า 100 แห่ง เพื่อ Upskill-Reskill การใช้ AI และ POS วิเคราะห์ธุรกิจ วางแผนการขายและการตลาด และบริหารจัดการร้านให้มีประสิทธิภาพและต่อยอดธุรกิจได้จริง
เปิดตัว “Wongnai Genie” AI ผู้ช่วยร้านอาหาร พัฒนาโดยคนไทย เพื่อคนไทย
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัว “Wongnai Genie” AI ผู้ช่วยร้านอาหารที่พัฒนาจากความเข้าใจในธุรกิจร้านอาหารไทยและข้อมูลภายใน Ecosystem ของ LINE MAN Wongnai โดยทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยผู้จัดการร้านที่ให้คำปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมตั้งแต่ การดูภาพรวมธุรกิจ ช่วยรวบรวมข้อมูลยอดขาย วิเคราะห์ต้นทุน-กำไรจากทุกช่องทาง และดึงรายงานต่าง ๆ จากระบบมาแสดง การเข้าใจลูกค้าและการขาย ดู Insights เช่น เมนูขายดีและช่วงเวลาที่ลูกค้าใช้บริการสูงสุด การวางแผนบริหารร้าน ช่วยจัดกะพนักงานให้เหมาะกับยอดขาย ไปจนถึง การเพิ่มยอดขายและลดต้นทุน ด้วยคำแนะนำด้านโปรโมชันและแนวทางบริหารต้นทุน ช่วยให้เจ้าของร้านเห็นภาพธุรกิจได้ครบและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
ปัจจุบัน Wongnai Genie กำลังทยอยเปิดให้ร้านค้าที่ใช้ Wongnai POS สามารถใช้งานผ่าน Wongnai POS Web Owner และแอปพลิเคชัน Wongnai POS Manager ได้แล้ว ขณะเดียวกัน Wongnai Genie กำลังพัฒนาความสามารถเพิ่มเติม ทั้งการเปรียบเทียบข้อมูลกับร้านประเภทเดียวกัน การวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าผ่านข้อมูล CRM รวมถึงการช่วยจัดการเมนู ราคา และโปรโมชันต่าง ๆ แบบอัตโนมัติบนระบบ Wongnai POS และ LINE MAN พร้อมตั้งเป้าขยายการใช้งานไปยังร้านอาหารกว่า 520,000 ร้านทั่วประเทศเพื่อให้ร้านอาหารที่ยังไม่ได้ใช้ POS เข้าถึงเทคโนโลยี AI ได้มากขึ้น
ที่มา: ChomPR
ChomPR