รัชดา ชี้ รัฐบาล เดินหน้า ลดค่าครองชีพ ตรึง LPG 423 บาท คู่ ไทยช่วยไทยพลัส
“รัชดา” ชี้ รัฐบาล เดินหน้า ลดค่าครองชีพ ตรึง LPG 423 บาท ควบคู่ ไทยช่วยไทยพลัส รักษากำลังซื้อฟื้น-ไม่ปล่อยวิกฤตพลังงาน ซ้ำเติมประชาชน ปลื้ม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับขึ้น
8 ส.ค. 69 – น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาล ยังดูแลค่าครองชีพประชาชนอย่างต่อเนื่อง หลังดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนมิถุนายน 2569 ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 50.2 เป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน
ข้อมูลตัวเลขดังกล่าว สะท้อนว่า กำลังซื้อเริ่มฟื้น จากมาตรการของ รัฐบาล แต่สถานการณ์เศรษฐกิจยังมีความเปราะบาง รัฐบาล จึงต้องทำงานควบคู่กัน ทั้งด้านการเติมรายได้ การลดภาระค่าใช้จ่าย และการดูแลราคาพลังงานไม่ให้กระทบชีวิตประจำวัน
โดย รัฐบาล ไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการอัดฉีดเพียงด้านเดียว แต่ใช้มาตรการเป็นชุด และโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส ช่วยให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ 1 แสนล้านบาท ลดภาระค่าครองชีพ และกระจายเม็ดเงินลงสู่เศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ
น.ส.รัชดา กล่าวว่า จุดสำคัญของ ไทยช่วยไทย พลัส คือเงินไม่ได้กระจุกอยู่เฉพาะกรุงเทพฯ เพราะสัดส่วนการใช้จ่ายในกรุงเทพฯ อยู่เพียง 15-16 % สะท้อนว่า เม็ดเงินไหลถึงต่างจังหวัด ร้านค้ารายย่อย และชุมชนจริง
ขณะที่กระทรวงพลังงาน ยังใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงดูแลราคาก๊าซหุงต้ม หรือ LPG ไม่ให้ปรับขึ้นตามราคาตลาดโลก โดยเพิ่มการชดเชยจาก 7.2209 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 9.8642 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้ราคาขายปลีกยังอยู่ที่ถังละ 423 บาท ขนาด 15 กิโลกรัม
การตรึงราคา LPG เป็นมาตรการที่กระทบต่อประชาชนโดยตรง เพราะก๊าซหุงต้ม เป็นต้นทุนของครัวเรือน ร้านอาหาร และผู้ค้ารายย่อย หากปล่อยให้ราคาพลังงานขยับขึ้น จะส่งต่อไปยังราคาอาหาร สินค้า และบริการทันที
ทั้งนี้ รัฐบาล ตระหนักว่า การดูแลราคาพลังงานมีต้นทุน โดยฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 7 ส.ค.2569 ติดลบ 71,826.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนประมาณ 2,044 ล้านบาท จึงต้องบริหารอย่างระมัดระวัง
“รัฐบาล ทำเต็มที่ในการดูแลค่าครองชีพบนพื้นฐานศักยภาพทางการคลังของประเทศ เป้าหมายคือให้เงินหมุนถึงฐานราก เศรษฐกิจฟื้นอย่างมั่นคง และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”