มอเตอร์เวย์ M82 ปลอดภัย! ทล.จัดสิบล้อ 36 คัน บรรทุกน้ำหนักเต็มพิกัด วิ่งทดสอบ ผลชี้ผ่านเกณฑ์

จากกรณีแกนทรีลำเลียง หรือ Launching Gantry : LG ซึ่งใช้สำหรับติดตั้งคานสะพานคอนกรีตของสัญญาที่ 7 ช่วง กม. 29+772 ถึง กม. 31+207 ของมอเตอร์เวย์ M82 บางขุนเทียน-เอกชัย-บ้านแพ้ว พังถล่ม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต และสร้างความเสียหายต่อองค์ประกอบบางส่วนของโครงสร้าง รวมถึงตอม่อสะพานบริเวณที่เกิดเหตุ แม้โครงสร้างที่ได้รับผลกระทบจะผ่านการตรวจสอบและประเมินความเสียหายอย่างละเอียดแล้ว แต่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนที่จะเดินทางบนเส้นทางดังกล่าว กรมทางหลวง จึงดำเนินการทดสอบความสามารถในการรับน้ำหนักของโครงสร้างเพิ่มเติม ครอบคลุมทั้งคานสะพานคอนกรีตที่ติดตั้งใหม่และตอม่อสะพานที่อาจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์
มีรายงานว่า เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง พร้อมด้วย นายชยุธ โลหกิจ รองอธิบดีฝ่ายดำเนินงาน นายชวเลิศ เลิศชวนะกุล วิศวกรใหญ่ด้านควบคุมการก่อสร้าง รศ.เอนก ศิริพานิชกร นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ศ.ดร.ภาณุวัฒน์ จ้อยกลัด ประธานคณะกรรมการสาขาวิศวกรรมโยธา วสท. รศ.ดร.สุนิติ สุภาพ ประธานคณะอนุกรรมการสาขาวิศวกรรมโครงสร้างเหล็กและโครงสร้างเชิงประกอบ วสท. และผู้บริหารกรมทางหลวง ลงพื้นที่ตรวจสอบและประเมินความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุกของโครงสร้างทางยกระดับ มอเตอร์เวย์ M82 บางขุนเทียน-เอกชัย-บ้านแพ้ว (Load Test) ตามมาตรฐานของ AASHTO โดยทำการทดสอบสะพานภายใต้น้ำหนักบรรทุกตามกฎหมาย

การทดสอบครั้งนี้ได้รับการออกแบบให้ครอบคลุมสภาวะการรับน้ำหนักที่สำคัญ ใช้รถบรรทุกสิบล้อบรรทุกน้ำหนักเต็มพิกัดจำนวน 36 คัน นับได้ว่าเป็นการทดสอบสะพานบนทางหลวงแผ่นดินที่ใช้จำนวนรถบรรทุกสูงสุด ทั้งในรูปแบบการวิ่งผ่าน เพื่อประเมินการตอบสนองและการสั่นสะเทือนของคานสะพาน และการจัดวางรถบรรทุกในตำแหน่งเยื้องศูนย์ เพื่อประเมินการตอบสนองของตอม่อภายใต้การกระจายน้ำหนักที่ไม่สมมาตรและผลต่อเสถียรภาพของโครงสร้าง
การทดสอบครั้งนี้ได้รับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเชิงวิชาการจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ วสท. โดยผลการทดสอบที่รายงานระบุว่า “ค่าการตอบสนองของโครงสร้างอยู่ภายในเกณฑ์ที่กำหนด”

การตรวจวัดดำเนินการโดยสถาบันการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านการทดสอบสะพานขนาดใหญ่ พร้อมประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการตรวจวัดสมัยใหม่ อาทิ เครื่องมือวัดระยะด้วยเลเซอร์ความละเอียดสูงสำหรับตรวจวัดการโก่งตัวของคานสะพานโดยไม่ต้องติดตั้งนั่งร้านหรือโครงรองรับ ตลอดจนการสแกนสามมิติ หรือ 3D Scanning เพื่อบันทึกและวิเคราะห์การเคลื่อนตัวของโครงสร้างในภาพรวมระหว่างการทดสอบ นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดขั้นสูงเพื่อบันทึกค่าความถี่ธรรมชาติของโครงสร้าง ซึ่งสามารถใช้เป็นข้อมูลฐานสำหรับการประเมินความแข็งแรงของโครงสร้างเพื่อวางแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกันในอนาคต
ทั้งนี้ กรมทางหลวงอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการตรวจสอบและเตรียมความพร้อมทุกด้านอย่างรัดกุม เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างมั่นใจ เมื่อเปิดให้บริการเส้นทางดังกล่าวในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 นี้



