MAGURO ความท้าทายใหม่


ถ้าพูดถึงบริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO เกิดและโตมาจากร้านอาหารญี่ปุ่น และเกาหลี ระดับพรีเมียม-แมส โดยก่อตั้งเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2553 และเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ มาตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2567 ด้วยไอพีโอ 15.90 บาท พาร์ 0.50 บาท

หลังจากเข้าตลาดฯ MAGURO ก็ขยับขยายเยอะแยะ มีการเปิดแบรนด์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีแบรนด์ร้านอาหารในพอร์ตมากกว่า 10 แบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น MAGURO ร้านซูชิและอาหารญี่ปุ่นสไตล์พรีเมียม, SSAMTHING TOGETHER ร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลีพรีเมียม, HITORI SHABU ร้านชาบูชาบูหม้อเดี่ยวสไตล์คันไซ

HITORI SUKIYAKI ร้านสุกียากี้ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม, TONKATSU AOKI ร้านทงคัตสึชื่อดังระดับตำนานจากญี่ปุ่น, COUCOU ร้านอาหารและคาเฟ่สไตล์โฮมมี่, BINCHO ร้านข้าวหน้าปลาไหลย่างถ่าน, KIWAMIYA ร้านแฮมเบิร์กเนื้อสไตล์ญี่ปุ่นย่างบนเตาร้อน

ส่วนในปี 2569 ได้ทยอยเปิดแบรนด์ใหม่ อาทิ IPPE KOPPE ร้านข้าวแกงกะหรี่จากญี่ปุ่น, Kaiten Sushi Ginza Onodera ร้านซูชิสายพานระดับพรีเมียม และเตรียมจะเปิดแบรนด์ Age.3 เป็นแซนด์วิชทอดชื่อดังย่านกินซ่าในเดือน ต.ค.นี้ 

ขณะที่ MAGURO มีแผนเปิดสาขาใหม่ 17 แห่งในปี 2569 โดยจะเปิด 8 แห่งในไตรมาส 3/2569 และ 4 แห่งในไตรมาส 4/2569

   ถ้าสังเกตจะเห็นว่าที่ผ่านมา MAGURO โฟกัสไปที่อาหารญี่ปุ่นเป็นหลัก แต่ล่าสุดการเปิดตัวแบรนด์ที่ 14 กลับหักมุมด้วยการเปิดร้านอาหารไทย-อีสาน ภายใต้ชื่อ “หลาย” (Laii)..!!

โอเค…แม้ยังคงคอนเซ็ปต์อาหารระดับพรีเมียม ด้วยการคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศ อาทิ การใช้เนื้อวากิวจากไทย ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย, การใช้ข้าวเหนียวแสงแรก ซึ่งเป็นข้าวเหนียวพันธุ์โบราณที่เก็บเกี่ยวได้เพียงปีละครั้ง, ใช้เทคนิคการปรุงที่พิถีพิถัน เช่น การใช้เตาถ่าน Kopa จากเยอรมนี การซูวีลิ้นวัวนาน 16 ชั่วโมง และการหมักคอหมูย่างสูตรพิเศษนานถึง 4 ชั่วโมง

แต่ถือเป็นความท้าทายใหม่ของ MAGURO เนื่องจาก 1) ไม่เคยทำร้านอาหารไทยมาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่รุกเข้าสู่ตลาดอาหารไทย 

และ 2) การตอบรับจะเป็นยังไง..?? เพราะในสนามนี้มีคู่แข่งมากหน้าหลายตา ตั้งแต่ร้านส้มตำรถเข็นราคามิตรภาพ ร้านส้มตำห้องแถว ไปจนถึงร้านส้มตำในห้างฯ ขณะที่เมนูส้มตำ ลาบ ยำ ต้มแซ่บ และปิ้งย่าง ของร้าน Laii มีราคาเริ่มต้นที่ 79 บาท ส่วนเมนูจานเดียวราคาอยู่ที่ 139 บาท 

ก็น่าสนใจ การกระโดดเข้าไปแย่งเค้กตลาดอาหารไทย-อีสานของ MAGURO จะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน..?? ที่สำคัญจะสามารถลบล้างภาพจำของอาหารญี่ปุ่น ไปสู่แพลตฟอร์มอาหารที่ครอบคลุมทุกสัญชาติอย่างที่ตั้งใจไว้ได้หรือไม่..?? เป็นช็อตที่ต้องติดตามกันต่อไป…

ทว่าด้วยแบรนด์ในพอร์ตที่หลากหลาย เลยทำให้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มีมุมมองเชิงบวกต่อ MAGURO โดย บล.ดาโอ ระบุว่า ชอบ MAGURO จาก 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) ธุรกิจร้านอาหารแบบ Full-Service ไทย ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง MAGURO อยู่ในกลุ่ม Premium Mass มีกำลังซื้อสูง และมีความอ่อนไหวของราคา (Price Sensitivity) ต่ำ, 2) มี penetration rate ที่ต่ำเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ยังมีโอกาสเติบโตอีกมากจากการขยายสาขาแบรนด์เดิมและแบรนด์ใหม่ และ 3) คาดกำไรปี 2569-2570 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง 

สอดคล้องกับ บล.โกลเบล็ก ที่มีมุมมองบวกต่อภาพการเติบโตของ MAGURO ในปี 2569 จากรายได้ที่บริษัทตั้งเป้าการเติบโตในระดับสูงราว 30% จากปีก่อน โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 รายได้เติบโต 32% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นไปตามที่บริษัทตั้งเป้า แม้อุตสาหกรรมร้านอาหารมีการแข่งขันที่สูง แต่เนื่องจากบริษัทมีแผนกลยุทธ์ในการเติบโตอย่างชัดเจนทั้งในการขยายแบรนด์ใหม่ที่เป็นที่ต้องการของตลาด การขยายสาขาแบรนด์ที่มีศักยภาพ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพในการรักษาให้มีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ในระดับสูง 

ส่วนใหญ่จึงแนะนำให้ “ซื้อ” เป้าหมายราคาสูงสุดที่ 28 บาท

ซึ่งยังมีอัพไซด์อีกเพียบ…แต่ถ้าไม่เข้าตาก็ไม่ว่ากัน นานาจิตตัง..!!

…อิ อิ อิ…