MASTEC พลิกกำไร Q2 แตะ 15 ล้าน รับยอดขายระบบแอร์โต-งานผู้รับเหมาหนุน

บริษัท แมสเทค ลิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTEC รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 และงวด 6 เดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 15.46 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 1.85 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากรายได้และกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ลดลง รวมถึงต้นทุนทางการเงินและผลขาดทุนด้านเครดิตของสินทรัพย์ทางการเงินที่ลดลง
ทั้งนี้ MASTEC มีรายได้จากการขายและบริการไตรมาส 2/2569 จำนวน 268.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 180.92 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนหลักจากยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบปรับอากาศและสุขาภิบาลที่ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะยอดขายแก่กลุ่มผู้รับเหมา
เมื่อจำแนกตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ พบว่ารายได้จากผลิตภัณฑ์ระบบปรับอากาศและสุขาภิบาลอยู่ที่ 189.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.42% และมีสัดส่วนสูงถึง 70.80% ของรายได้จากการขายและบริการ ขณะที่รายได้จากผลิตภัณฑ์ป้องกันอัคคีภัยและผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัยอยู่ที่ 67.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.31% ส่วนผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเพื่อการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมมีรายได้ 11.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.19%
ด้านกลุ่มลูกค้า รายได้จากผู้รับเหมาอยู่ที่ 237.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็น 88.48% ของรายได้จากการขายและบริการ ขณะที่รายได้จากร้านค้าหรือตัวแทนจำหน่ายอยู่ที่ 15.37 ล้านบาท และเจ้าของโครงการอยู่ที่ 15.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเช่นกัน
ขณะที่กำไรขั้นต้นไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 77.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.52% จาก 49.92 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 27.59% เป็น 28.96% เนื่องจากสินค้าที่จำหน่ายส่วนใหญ่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็น 22.32 ล้านบาท จาก 3.51 ล้านบาท และอัตรากำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจาก 1.94% เป็น 8.33%
ด้านค่าใช้จ่ายในการขายอยู่ที่ 30.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.14% ตามการขยายตัวของยอดขายและกิจกรรมส่งมอบสินค้าและบริการ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นดังกล่าวต่ำกว่าการเติบโตของรายได้ ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายต่อรายได้ลดลงจาก 12.59% เหลือ 11.32% ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง 2.13% เหลือ 25 ล้านบาท และสัดส่วนค่าใช้จ่ายบริหารต่อรายได้ลดลงจาก 14.12% เหลือ 9.33%
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมีผลขาดทุนสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์ 0.69 ล้านบาท จากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิจากรายการดังกล่าว 0.55 ล้านบาท แต่ได้รับปัจจัยบวกจากผลขาดทุนด้านเครดิตของสินทรัพย์ทางการเงินที่ลดลงเหลือ 0.59 ล้านบาท จาก 2.90 ล้านบาท หรือลดลง 79.48%
นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินไตรมาส 2/2569 ลดลง 28.87% เหลือ 2.18 ล้านบาท จาก 3.07 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมลดลง การทยอยชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว และการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้น ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนการพลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาสนี้
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 MASTEC มีกำไรสุทธิ 33.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 526.01% จากกำไรสุทธิ 5.34 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 529.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.93% จาก 395.53 ล้านบาท ตามการทยอยส่งมอบสินค้าและบริการในงานโครงการ รวมถึงการทยอยรับรู้รายได้จากคำสั่งซื้อคงค้าง หรือ Backlog
แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบปรับอากาศและสุขาภิบาล ซึ่งมีรายได้ 360.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.75% และคิดเป็นประมาณ 79% ของรายได้ที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด จากการส่งมอบสินค้าให้โครงการ Data Center ของลูกค้าหลายราย โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์วาล์วสำหรับโครงการอื่น ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเพื่อการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมมีรายได้ 37.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82.28% โดยได้รับแรงสนับสนุนจากงาน Data Center เช่นกัน
งวด 6 เดือนแรก บริษัทมีกำไรขั้นต้น 154.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.17% และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 28.47% เป็น 29.15% ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็น 47.12 ล้านบาท หรือ 156.17% โดยอัตรากำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจาก 4.65% เป็น 8.90% เนื่องจากกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นและสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ลดลง
อย่างไรก็ตาม งวด 6 เดือนบริษัทยังรับรู้ผลขาดทุนสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์ 2.28 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไร 0.75 ล้านบาท จากความผันผวนของค่าเงินและความไม่แน่นอนของสถานการณ์ระหว่างประเทศ โดยบริษัทได้เพิ่มสัดส่วนการทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า เพื่อบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ขณะเดียวกันผลขาดทุนด้านเครดิตของสินทรัพย์ทางการเงินลดลง 86.79% เหลือ 0.73 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินลดลง 33.05% เหลือ 4.32 ล้านบาท ซึ่งช่วยหนุนการเติบโตของกำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีแรก