Mattie Do ผู้กำกับหญิง พาหนังผีลาวสู่เวทีเทศกาลหนังระดับโลก
Mattie Do Film คือป้ายชื่อที่ติดอยู่กับหนังผีลาวสามเรื่อง ซึ่งพาประเทศที่คนทั่วโลกแทบไม่รู้จักในแวดวงภาพยนตร์ขึ้นไปอยู่บนเวทีเทศกาลหนังนานาชาติ แมตตี้ โด (Mattie Do) ผู้กำกับวัย 42 ปีในขณะให้สัมภาษณ์ เมื่อเมษายน 2566 เป็นผู้กำกับภาพยนตร์หญิงคนแรกและคนเดียวของลาว และเธอยอมรับว่าไม่เคยฝันจะเป็นผู้กำกับมาก่อน
หนังสามเรื่อง งบเริ่มต้น 4,500 เหรียญ
แมตตี้เริ่มต้นด้วยหนังผีเรื่อง จันทะลี (2555) ซึ่งถ่ายทำด้วยงบเพียง 4,500 เหรียญสหรัฐ ตามด้วย น้องฮัก (2559) ที่ทำให้ชื่อเสียงของเธอและเมืองลาวเป็นที่รู้จักมากขึ้น และ บ่มีวันจาก (2562) ที่คว้ารางวัลระดับโลก เธอไม่มีพื้นฐานการทำหนังมาก่อน เธอเล่าว่าคำแนะนำจากแม่คือไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุดในทุกด้าน ขอเพียงหาคนที่เก่งกว่ามาร่วมงาน และเธอก็ทำตามนั้น
จากบัลเลต์สู่กองถ่าย

เธอเกิดที่สหรัฐอเมริกา ในครอบครัวที่มีเชื้อสายลาว เวียดนาม และไทย วัยเด็กถูกเพื่อนล้อเรื่องหน้าตาและอาหารกลางวัน บางครั้งถูกปาก้อนหินใส่ ประสบการณ์นั้นทำให้เธอรู้สึกเป็นคนนอกในทุกกลุ่ม แต่เมื่ออายุ 16 เธอเริ่มภูมิใจว่าตัวเองเป็นหลายอย่างในคนเดียว
เธอหลงรักบัลเลต์ตั้งแต่ราวอายุ 10 ปี จากการดูวิดีโอในห้องสมุด แม้แม่ไม่สนับสนุน เธอก็หางานหาเงินมาเรียนเอง ต่อมาย้ายไปอิตาลีเมื่ออายุ 20 และได้เรียนในโรงเรียนบัลเลต์เต็มเวลา แต่สรุปว่าตัวเองไม่มีพรสวรรค์พอจะเป็นนักเต้น จึงหันมาสอนแทน เธอกลับมาอยู่ลาวในปี 2553 หลังแม่เสียชีวิต เพราะกังวลว่าพ่อจะเป็นซึมเศร้า และตั้งใจจะสอนบัลเลต์เด็กๆ ที่นั่น
จุดเริ่มต้นจากความบังเอิญ
สามีของเธอซึ่งเธอเรียกว่า “พี่คริส” สังเกตว่าลาวแทบไม่มีหนังใหม่ หลังคุยกับผู้ผลิตท้องถิ่นก็พบว่าวงการขาดคนทำหนังหน้าใหม่ เขาเคยสอนในโรงเรียนภาพยนตร์ที่อิตาลี จึงเสนอเขียนบท แต่กำกับเองไม่ได้ เพราะไม่ใช่คนลาว เขาจึงเสนอให้แมตตี้กำกับ โดยบอกว่าถ้ากำกับเด็กไร้ประสบการณ์เต้นรำได้ ก็กำกับหนังได้
เธอเล่าว่าช่วงแรกมีคนดูถูกเพราะไม่ได้เรียนหนังมา และแม้ น้องฮัก จะมีงบมากขึ้น คนก็ยังคิดว่าเธอต้องพึ่งชาวต่างชาติ เธอตอบด้วยการทำงานหนัก ดูหนังคนอื่นเพื่อวิเคราะห์ว่าทำไมชอบหรือไม่ชอบ และทำงาน 12 ถึง 16 ชั่วโมงต่อวันในช่วงถ่ายทำ
ครั้งแรกที่เทศกาลหนัง
จุดเปลี่ยนคือเมื่อโปรดิวเซอร์ของบริษัท XYZ Films ดู จันทะลี และเสนอส่งหนังไปเทศกาลต่างๆ ผลคือหนังได้ฉายที่เทศกาล Fantastic Fest ในสหรัฐ ตอนนั้นเธอไม่ได้เข้าใจว่าเทศกาลนี้ใหญ่แค่ไหน และไม่มีเงินบินไปจนต้องหาทางไปเอง เมื่อถึงที่นั่นเธอตกใจที่มีผู้ชมนับพันเข้าคิวดูหนัง และเห็นว่าผู้ชมสนใจวัฒนธรรมลาว เช่น ข้าวเหนียวที่กินด้วยมือ เธอจึงรู้สึกว่าอยากเป็นผู้เล่าเรื่องของบ้านตัวเอง
ทำหนังในลาวยากแค่ไหน

เธอบอกตรงๆ ว่าการเป็นผู้กำกับในลาวยากมาก ทีมงานส่วนใหญ่เป็นอาสาสมัครที่ไม่มีประสบการณ์ ไม่มีวิชาชีพภาพยนตร์ที่เป็นระบบ ไม่มีกองทุนสนับสนุนเหมือนในไทย เงินทำหนังของเธอมาจากต่างประเทศ จึงต้องเดินทางไปเทศกาลเพื่อเสนอโปรเจกต์อยู่เสมอ
ปัจจุบันลาวมีผู้กำกับหญิงที่ทำหนังสั้น สารคดี หรือคลิปข่าว แต่ยังไม่มีคนทำหนังยาว เธอมองว่านี่ไม่ใช่ปัญหาเรื่องเพศ แต่เป็นปัญหาของวงการหนังทั้งระบบ เพราะผู้ชายก็แทบไม่มีคนทำหนังยาวเช่นกัน
หนังที่ไม่ตามกฎ
หนังของเธอเป็นสยองขวัญครึ่งหนึ่งและอาร์ตเฮาส์อีกครึ่งหนึ่ง ซึ่งผู้ชมลาวดูยากเพราะคุ้นกับหนังตลกและแอ็กชันมากกว่า เธอเล่าว่าไม่รู้เลยว่ามีกฎของแต่ละแนว จึงไม่ได้ตั้งใจแหกกฎ ส่วนแรงบันดาลใจของ บ่มีวันจาก มาจากความสูญเสียแม่ซึ่งเสียชีวิตตอนอายุ 49 ปี และสุนัขชื่อแมงโก้ ซึ่งเธอต้องตัดสินใจร่วมกับสัตวแพทย์ให้จากไป ธีมของหนังจึงเป็นความเสียดายและคำถามว่าถ้าย้อนเวลาได้จะแก้อะไร
คำแนะนำสำหรับคนที่อยากเป็นผู้กำกับ
เธอไม่บอกให้ใครเลิกฝัน แต่ก็ไม่อยากให้เข้าใจผิดว่ามันง่าย งานผู้กำกับไม่ใช่การเดินพรมแดงตลอดเวลา ผู้กำกับต้องวิพากษ์ตัวเองให้เก่ง กลับไปดูงานเก่า จดโน้ตว่าจะแก้อะไร และไม่ใช้ข้ออ้าง เธอยกตัวอย่างว่าไม่จำเป็นต้องพูดภาษาอังกฤษได้จึงจะทำหนังสำเร็จ และแนะนำให้คนทำหนังลาวใช้สิ่งที่คนอื่นไม่รู้จัก เช่น ข้าวเหนียวและศาลพระภูมิ มาเล่าเรื่องให้แตกต่าง