McLaren 788HS เปิดตัวซูเปอร์คาร์รุ่นอำลาตระกูล 720S–750S–765LT ผลิตเพียง 200 คันทั่วโลก - HeadLight Magazine

11 กรกฎาคม 2026 เวลา 11:24 น. | หมวดหมู่ New Cars : Worldwide | โดย PLUG_IN | อ่านไปแล้ว: 107 ครั้ง

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2026 McLaren เปิดตัว 788HS ซูเปอร์คาร์รุ่นพิเศษที่ถือเป็นตอยจบของวิวัฒนาการขั้นสูงสุดของตระกูล 720S 765LT และ 750S ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้แบรนด์มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยรถรุ่นนี้ใช้รหัส HS (ย่อมาจาก High Sport) ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ที่ McLaren สงวนไว้สำหรับรถรุ่นพิเศษที่สุดของสายการผลิต และก่อนหน้านี้เคยปรากฏเพียง MP4-12C HS และ MSO HS เท่านั้น

ภายนอกยังตกแต่งด้วยชิ้นส่วนสีดำเงา พร้อมช่องรับอากาศบนหลังคาในรุ่น Coupe และลูกค้าสามารถเลือกตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งคันผ่านแผนก McLaren Special Operations (MSO) ได้ ทั้งแบบผิวเงาและผิวด้าน เพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว ขณะที่ภายในห้องโดยสารติดตั้งคอนโซลกลางคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา พร้อมลวดลายเบาะเฉพาะรุ่น ตราสัญลักษณ์ HS และป้ายหมายเลขประจำรถ

จุดเด่นสำคัญอีกประการคือชุดแอโรไดนามิกใหม่ที่ผลิตจาก คาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด ประกอบด้วยลิ้นหน้า ฝากระโปรงหน้าพร้อมช่อง S-Duct สปอยเลอร์หลังแบบ Active ที่ยกสูงขึ้น และดิฟฟิวเซอร์ท้ายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่ง Formula 1 ช่วยเพิ่มแรงกดอากาศมากกว่า 765LT ถึง 10% พร้อมเสริมเสถียรภาพในการขับขี่ด้วยแผงใต้ปีกหลังแบบ Louvred ที่ช่วยทั้งด้านอากาศพลศาสตร์และการระบายความร้อน

หัวใจของ 788HS คือเครื่องยนต์เบนซิน V8 ความจุ 4.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์คู่รหัส M840T ให้กำลังสูงสุด 788 แรงม้า (PS) และแรงบิด 800 นิวตัน-เมตร และมีน้ำหนักตัวรถเพียง 1,265 กิโลกรัม (Dry Weight) ส่งผลให้มีอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักสูงถึง 623 PS/ตัน ซึ่งเป็นตัวเลขสูงที่สุดในบรรดารถตระกูล 720S 750S และ 765LT ทั้งหมด

ด้านสมรรถนะ 788HS สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ใน 2.8 วินาที, 0-200 กม./ชม. ใน 7.0 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 330 กม./ชม. เครื่องยนต์สามารถลากรอบได้ถึง 8,500 รอบ/นาที พร้อมปรับจูนแท่นเครื่องใหม่เพื่อเพิ่มความรู้สึกเชื่อมต่อระหว่างผู้ขับกับเครื่องยนต์ โดยยังคงความสบายสำหรับการใช้งานบนถนนสาธารณะ

ด้านช่วงล่างใช้ระบบ Proactive Chassis Control III ที่พัฒนาให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น พร้อมการปรับเซ็ตใหม่โดยเฉพาะและลดความสูงด้านหน้าลง 5 มม. เมื่อเทียบกับ 750S เพื่อเพิ่มความเฉียบคมในการเข้าโค้ง ส่วนระบบเบรกใช้จาน Carbon Ceramic ที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีจาก McLaren Senna พร้อมคาลิเปอร์อะลูมิเนียมฟอร์จ 6 ลูกสูบ และช่องระบายความร้อนสำหรับการใช้งานหนักในสนามแข่ง

788HS ยังเป็นรถรุ่นแรกของตระกูลนี้ที่ติดตั้งล้ออัลลอย Forged แบบ Center Lock น้ำหนักเบารุ่นใหม่ ขณะที่ระบบไอเสียไทเทเนียมแบบ 4 ท่อ ได้รับการออกแบบใหม่เพื่อเพิ่มความดุดันของเสียงเครื่องยนต์ V8 ตลอดทุกช่วงรอบ เสริมด้วยระบบปรับแต่งเสียงไอดีและไอเสีย (Sound Symposer) เพื่อให้ผู้ขับสัมผัสเสียงเครื่องยนต์ได้อย่างเต็มอารมณ์

ทั้งนี้ McLaren จะผลิต 788HS เพียง 200 คันทั่วโลก แบ่งเป็นตัวถัง Coupe และ Spider อย่างละ 100 คัน โดยรถทุกคันจะผ่านการตกแต่งจากโปรแกรม McLaren Special Operations (MSO) ทำให้รถแต่ละคันมีรายละเอียดแตกต่างกันตามความต้องการของเจ้าของ ถือเป็นการปิดฉากตำนานซูเปอร์คาร์ตระกูล 720S ที่ประสบความสำเร็จทั้งในด้านยอดขายและเสียงชื่นชมจากนักขับทั่วโลก ก่อนที่ McLaren จะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของรถสมรรถนะสูงในอนาคต

ที่มา: McLaren


788HS Mclaren McLaren 788HS