Meta ยุติคดีเด็กเสพติด ยอมจ่าย 6.5 แสนล้าน สั่งคุมเข้ม IG และ FB

Meta ยุติคดีเด็กเสพติด ยอมจ่าย 6.5 แสนล้านบาท ยอมความนอกศาล พร้อมยกเครื่องระบบ Instagram และ Facebook คุมเข้มเวลาเล่นเด็กต่ำกว่า 18 ปี
Mark Zuckerberg ไม่ต้องขึ้นให้การต่อศาลให้เหนื่อยใจ หลัง Meta ตัดสินใจยอมความนอกศาลด้วยการยอมจ่ายเงินสูงสุดถึง 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 6.5 แสนล้านบาท เพื่อตัดจบมหากาพย์คดีความที่ถูกกว่า 52 อัยการรัฐและดินแดนในสหรัฐฯ รวมตัวฟ้องร้อง
โทษฐานจงใจออกแบบฟีเจอร์อย่าง Infinite Scroll, Push Notifications และอัลกอริทึมดูดเวลาเพื่อทำให้เด็กและเยาวชนเสพติดหน้าจออย่างถอนตัวไม่ขึ้น
ข้อตกลงนี้บังคับให้ Meta ต้องยกเครื่องประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปีขนานใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น
- โควตา 2 ชั่วโมงต่อวัน โดยจะจำกัดเวลาเล่นรวมกันระหว่าง Instagram และ Facebook ไว้ที่วันละ 2 ชั่วโมง โดยมีเพียงผู้ปกครองเท่านั้นที่กดปลดล็อกได้
- ระบบเบรกอารมณ์ที่บังคับหยุดพักสายตาทันทีที่ไถฟีดต่อเนื่องครบ 15 นาที พร้อมขึ้นเตือนซ้ำที่นาทีที่ 60 และ 90
- ล็อกดาวน์ช่วงดึก โดยบล็อกการเข้าแอปตั้งแต่ 00:00 – 06:00 น. พร้อมปิดการแจ้งเตือนยาวตั้งแต่ 22:00 – 07:00 น. รวมถึงช่วงเวลาเรียน
- สั่งห้ามฟิลเตอร์ปรับแต่งความงามและเอฟเฟกต์ศัลยกรรม ซ่อนยอดไลก์เป็นค่าเริ่มต้น และเปิดทางให้ผู้ปกครองบังคับใช้ฟีดแบบไร้อัลกอริทึมได้
แม้ฝั่งรัฐจะยกย่องว่านี่คือชัยชนะของผู้บริโภคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่คดียาสูบยุค 90s แต่นักวิเคราะห์ฝั่งเทคโนโลยีหลายคนกลับมองว่านี่คือ ชัยชนะของ Meta เพราะหัวใจหลักในการทำเงินแทบไม่สะเทือน เพราะอัลกอริทึมยังอยู่ดี โดย Meta ไม่ได้ถูกสั่งให้ปิดระบบแนะนำเนื้อหาเป็นค่าเริ่มต้น
นอกจากนี้ การยิงแอดแบบ Targeted Ads ใส่กลุ่มวัยรุ่นยังดำเนินต่อไปได้ตามปกติ และฟีดตามเวลายังเป็นแค่ทางเลือก ไม่ใช่ค่าตั้งต้น ถ้าผู้ปกครองไม่เข้ามากดเปลี่ยน เด็กส่วนใหญ่ก็ยังคงถูกอัลกอริทึมป้อนคอนเทนต์ต่อไป
จุดที่แสบที่สุดในดีลนี้คือเรื่องตัวเลข โดย Meta การันตีจ่ายจริง 1.21 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนอีก 5 พันล้านดอลลาร์ที่เหลือ (และเงื่อนไขจำกัดเวลาที่อาจลดเหลือ 1 ชั่วโมง) จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ TikTok และ YouTube ยอมจ่ายเงินในสัดส่วนเท่ากันและนำกฎเกณฑ์แบบเดียวกันไปใช้
Meta ให้เหตุผลแบบตรงไปตรงมาว่า ถ้าคุมแค่เรา เด็กก็แค่หนีไปไถแอปอื่น พร้อมออกจดหมายเปิดผนึกกดดันแพลตฟอร์มคู่แข่งทันที ซึ่งทำให้ทั้ง ByteDance และ Google ต้องนั่งไม่ติดเก้าอี้ เพราะทั้งสองค่ายต่างก็กำลังเผชิญคดีฟ้องร้องเรื่องการออกแบบแอปดูดเวลาเด็กอยู่ด้วยเช่นกัน
ที่มา : techspot