ปรากฏการณ์เปลี่ยนผู้ชมเป็นผู้แสดง! ถอดรหัส Microwave Film Festival คืนชีพเมืองเก่าสู่โรงหนังมีชีวิต... ประสบการณ์ที่สตรีมมิ่งไหนก็ให้ไม่ได้" - Brand Buffet

แชร์ :

ในยุคที่ภาพยนตร์ไม่ได้อยู่แค่บนในจอเหมือนในอดีต หากแต่กลายเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่ใช้ในการสร้างคอนเทนต์ แต่จะทำอย่างไรให้คอนเทนต์นั้น “เชื่อมโยง” และ “สร้างมูลค่า” ให้กับพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม ท่ามกลางบริบทใหม่ ของโลกที่ภาพยนตร์ไม่ได้ทำหน้าที่แค่การฉายภาพบนจอผ้าใบอีกต่อไป 

Brand Buffet สัมภาษณ์พิเศษ “คุณแบงค์-ชัยพฤกษ์ เฉลิมพรพานิช”  Director แห่ง Microwave Film Festival  ที่พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่ม และต่อยอดเทศกาลภาพยนตร์ให้เป็นมากกว่าที่เคย ด้วยการนำเสนอโมเดลการบริหารจัดการเทศกาลภาพยนตร์ในมิติใหม่ ที่ไม่ใช่การนำหนังไปฉายแล้วจบไป  แต่เป็นการ “คืนชีพ” มรดกทางวัฒนธรรมและเมืองเก่าให้กลับมาโลดแล่นในฐานะ Platform ทางธุรกิจและสังคม ด้วยการเปลี่ยน “เมืองเก่า” ให้กลายเป็น “สตูดิโอที่มีชีวิต” และเปลี่ยน “ผู้ชม” ให้กลายเป็น “ตัวละครหลัก” ผ่านโปรเจกต์ที่ผสานศิลปะภาพยนตร์เข้ากับอัตลักษณ์ชุมชนอย่างแนบเนียน

จาก “ภาพนิ่ง” สู่อัตลักษณ์ “เมืองมีชีวิต” กลยุทธ์การเลือกเมือง

คุณชัยพฤกษ์  เริ่มต้นเล่าถึงที่มาของจุดเริ่มต้นในการเดินสายงาน Microwave Film Festival  𝟮𝟬𝟮𝟲 ที่จัดขึ้นต่อเนื่อง  โดยล่าสุดจัดขึ้นที่ จันทบุรี เมื่อช่วงที่ผ่านมา ว่า เกิดจากแนวคิดที่ว่าการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์ หรือภาพยนตร์ในทุกวันนี้มีหลายสเตจ ไม่ใช่แค่การฉายบนจอผ้าใบเพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีต แต่เกิดจากแนวคิดที่ว่าภาพยนตร์สามารถทำอะไรได้มากกว่าที่คิด และสามารถต่อยอดมุมมอง  ไอเดียใหม่ๆได้อย่างไม่จำกัด 

คุณแบงค์-ชัยพฤกษ์ เฉลิมพรพานิช Director

การจัดงาน Microwave Film Festival จึงไม่ได้เป็นเพียงงาน Event ที่มาแล้วไป แต่คือการวางรากฐาน “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” โดยใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมเดิมที่มีอยู่ มาเล่าใหม่ผ่านเลนส์ของภาพยนตร์ โดยที่ผ่านมาทางค่ายไม่ได้มองหาเมืองเศรษฐกิจขนาดใหญ่ แต่เลือกเมืองรอง เมืองที่สงบ แม้กระทั้งเมืองที่เคยมีอดีตรุ่งเรือง อย่างสงขลา ศรีสะเกษ 

และล่าสุดคือ “จันทบุรี” กับการจัดงานครั้งล่าสุดกลางตลาดโภคสิริ  ที่เป้าหมายไม่ใช่เพียงแค่การนำหนังไปฉาย แต่คือการขับเคลื่อนเมือง (City Drive) ผ่านสายตาของคนทำภาพยนตร์  พร้อมพาย้อนเวลากลับไปสัมผัส “จันทบุรี พ.ศ. 2518” ทั้งกินอาหาร ฟังข่าวลือ พูดคุยกับผู้คน และร่วมเหตุการณ์ไปพร้อมกัน ที่ประสบความสำเร็จอย่างท้วมท้น ทั้งจากชุมชนและนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน

ไอเดียนี้เป็นการคืนชีพยุครุ่งเรืองของเมืองเก่าในอดีตอย่าง “จันทบุรี” หรือเมืองแห่งอัญมณี ที่มีโรงหนังถึง 6 โรง หยิบเอา “ความทรงจำที่ยังมีลมหายใจ” มาปัดฝุ่นใหม่ ผ่านพื้นที่ๆมีความหมายอย่าง “ตลาดเฉลิมจันทร์” และ “โรงหนังเก่า” เป็นการสะท้อนว่าพื้นที่เหล่านี้ไม่ใช่แค่ตึกแถว แต่มันคือที่เก็บความทรงจำของผู้คน

Cinema of Experience เมื่อหนังหลุดออกมานอกจอ

ขณะที่หัวใจสำคัญที่ทำให้ Microwave Film Festival แตกต่างจากเทศกาลหนังทั่วไป นอกจากการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนแล้ว ยังคือการสร้าง “ตัวละครเวที” (Live Characters) และกิจกรรมรายล้อมที่ดึงคนจากหลากหลายสาขาเข้ามารวมตัวกัน

ภาพความสุขจาก “จันทบุรี” กลายเป็นไวรัลชิ้นสำคัญ ส่งให้  Microwave Film Festival ทะยานความสำเร็จในในผู้ชม ชุมชน ตลอดจนนักท่องเที่ยว สร้างปรากฏการณ์กระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ทั้งความภาคภูมิใจ ความสุข ตลอดจนการสัมผัสกับบรรยากาศในอดีตแบบใกล้ชิด

โดยเฉพาะชาวเน็ตที่ต่างร่วมกันแชร์โมเมนต์ “Immersive Experience” ที่เปลี่ยนตลาดเก่าให้กลายเป็นฉากหนังมีชีวิต จนเกิดกระแสไวรัลถล่มทลาย ทั้งใน TikTok และ Instagram ที่คนรุ่นใหม่พร้อมใจกันแห่เช็กอินและติดแฮชแท็ก และเรียกร้องให้จัดในพื้นที่จังหวัดของตัวเองบ้าง

Rethink & Re-balance ความท้าทายในเชิงธุรกิจและ Funding Cost

แม้ในแง่ของภาพลักษณ์และการตอบรับจะประสบความสำเร็จอย่างสูง แต่ในเชิงการบริหารจัดการ คุณชัยพฤกษ์ ยอมรับว่า “การบริหารจัดการต้นทุน (Funding Cost)” คือโจทย์ใหญ่ที่ต้อง “Rethink” หรือคิดใหม่ตั้งแต่แรก เพราะที่ผ่านมาเหมือนเรามีเงิน 100 แต่ใช้ไป 1 ล้าน” 

“ด้วยสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันและการสนับสนุนจากภาครัฐผ่านกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม แม้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ความท้าทายคือการทำอย่างไรให้งบประมาณที่จำกัดสามารถสร้าง Impact ได้สูงสุด (Low Budget, High Impact)”

ทำให้โจทย์ใหญ่จากนี้ไปความท้าทายคือการทำอย่างไรให้งบประมาณที่จำกัดสามารถสร้าง Impact ได้สูงสุด (Low Budget, High Impact) และเมื่อเทศกาลจบลง เมืองต้องสามารถนำ “กิมมิก” เหล่านี้ไปใช้ต่อได้เอง เกิดเป็นมูลค่าหมุนเวียนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลการสร้าง Engagement และ Value ที่ทรงพลัง เพราะเป็นการทำให้คนในพื้นที่รู้สึกภาคภูมิใจ ขณะที่คนทำงานครีเอทีฟได้พื้นที่ปล่อยของ และนักท่องเที่ยวได้ประสบการณ์ใหม่ที่ไม่สามารถหาได้จากสตรีมมิ่งที่บ้าน นี่คือการคืนชีพเมืองเก่าให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง ในรูปแบบที่ทันสมัยและยั่งยืนกว่าที่เคยเป็นมา


แชร์ :