ภาวะมิสซี (MIS-C) ในเด็ก ภาวะแทรกซ้อนหลังติดเชื้อโควิด 19 | theAsianparent Thailand
แม้เด็กที่ติดเชื้อโควิด 19 ส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรงหรือมีโอกาสติดเชื้อน้อยกว่าผู้ใหญ่ แต่คุณพ่อคุณแม่อาจต้องเผชิญกับความกังวลใหม่หลังจากลูกหายป่วย “ภาวะมิสซี” (Multisystem Inflammatory Syndrome in Children: MIS-C) เป็นหนึ่งวิกฤตที่หมอเป็นห่วงมาก เพราะเป็นกลุ่มอาการอักเสบที่เกิดพร้อม ๆ กันหลายระบบในร่างกายของเด็กหลังได้รับเชื้อ ภูมิคุ้มกันที่ตอบสนองผิดปกติต่อเชื้อนี่เอง แม้จะพบได้ยาก แต่ได้สร้างปัญหากับตัวเด็กและคนใกล้ชิดอยู่ไม่น้อยเลย หมอจึงอยากแบ่งปันวิธีรับมือ เพื่อลดทอนโอกาสที่อาจเกิดแก่เด็กให้มากที่สุดค่ะ
สารบัญ
- สรุปสั้นๆ
- ภาวะมิสซี (MIS-C) ในเด็ก เกิดจากอะไรได้บ้าง?
- ภาวะมิสซี กับการติดเชื้อโควิด 19 ทั่วไป ต่างกันยังไง?
- ภาวะมิสซี รุนแรงและอันตรายแค่ไหน?
- 4 แนวทางป้องกันและบรรเทาภาวะมิสซี ได้ผลจริง
- สัญญาณอันตราย! อาการแบบไหนของลูก ต้องรีบพาไปพบแพทย์ด่วน
- FAQ: คำถามที่คุณแม่มักสงสัย
สรุปสั้นๆ
- ภาวะมิสซี เกิดหลังได้รับเชื้อ: พบช่วงที่เด็กกำลังจะหายป่วย หรือ 2-6 สัปดาห์หลังรับเชื้อโควิด 19
- ภาวะมิสซี ไม่ใช่โรคติดเชื้อโดยตรง: เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำงานสูงและตอบสนองผิดปกติ ไม่ใช่การติดเชื้อทางเดินหายใจซ้ำ
- อันตรายถึงชีวิต: แม้พบได้น้อยกว่า 1% ในเด็กที่ติดเชื้อโควิด 19 แต่รุนแรงสูงจนอาจเกิดภาวะช็อกและเสี่ยงต่อชีวิตของเด็กอย่างมาก
- ต้องรีบรักษาทันที: หากพบไข้สูงร่วมกับผื่น ตาแดง ปากแดง อาเจียน หรือซึม ต้องรีบพบแพทย์เพื่อรับอิมมูโนโกลบูลินและยากดภูมิคุ้มกัน
ภาวะมิสซี (MIS-C) ในเด็ก เกิดจากอะไรได้บ้าง?
สาเหตุหลักของภาวะมิสซี (MIS-C)เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของเด็กที่ตอบสนองต่อไวรัสโควิด 19 กลับทำงานมากเกินไปและตอบสนองผิดปกติ จนกระตุ้นให้เกิดกระบวนการอักเสบในหลายอวัยวะพร้อม ๆ กัน ปัจจุบันการแพทย์ยังไม่พบปัจจัยกระตุ้นอื่นที่แน่ชัด
ภาวะมิสซี กับการติดเชื้อโควิด 19 ทั่วไป ต่างกันยังไง?

ภาวะมิสซีไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโดยตรงและไม่ถือว่าเป็นโรคติดเชื้อ แต่เป็นผลจากระบบภูมิคุ้มกันที่ตอบสนองสูงเกินไปและผิดปกติ ผู้ป่วยมิสซีส่วนใหญ่จึงไม่มีอาการทางเดินหายใจอย่างไอหรือน้ำมูก แต่จะมีไข้สูงพร้อมกับอาการอักเสบในระบบอื่น เช่น
- ผื่นแดง ตาแดง ปากแดง
- ปวดท้อง อาเจียน หรือท้องเสีย
- เหนื่อยหอบที่พบมักเกิดจากผลกระทบทางหัวใจมากกว่าทางเดินหายใจ
นอกจากการมีประวัติเคยติดเชื้อโควิด 19 หรือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อมาก่อน โดยภาวะนี้สามารถพบได้ในเด็กทุกกลุ่มอายุ แต่พบในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง
ภาวะมิสซี รุนแรงและอันตรายแค่ไหน?
แม้อุบัติการณ์การเกิดภาวะมิสซีจะพบได้น้อยกว่า 1% ของเด็กที่ติดเชื้อโควิด 19 ทั้งหมด (ในไทยเคยมีรายงานราว 30-40 ราย) แต่ถือว่าเป็นภาวะที่รุนแรงและอันตรายถึงชีวิตอย่างมาก เนื่องจากส่งผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดสูงถึง 50-90% ของผู้ป่วย อาจก่อให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หลอดเลือดหัวใจโป่งพอง และภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันจนช็อกได้
เด็กบางรายอาจมีอาการ ทรุดลงอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ จนต้องเข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) อย่างน่าเป็นห่วง
4 แนวทางป้องกันและบรรเทาภาวะมิสซี ได้ผลจริง
เนื่องจากยังไม่มีวิธีป้องกันที่เฉพาะเจาะจงได้ 100% การป้องกันที่ดีที่สุดคือการระวังไม่ให้เด็กติดเชื้อโควิด 19 ตั้งแต่แรก แต่สำหรับเด็กที่เคยติดเชื้อแล้ว ผู้ปกครองสามารถปฏิบัติตาม 4 แนวทางเพื่อบรรเทาความรุนแรงได้ดังนี้:
- เฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด: คอยติดตามอาการของลูกในช่วง 2-6 สัปดาห์หลังหายป่วยอย่างสม่ำเสมอ
- พาไปพบแพทย์ทันทีเมื่อผิดปกติ: หากมีอาการสงสัย ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดและอัลตราซาวนด์หัวใจ เพื่อแยกแยะจากโรคอื่น เช่น โรคคาวาซากิ
- รับการรักษาด้วยวิธีมาตรฐาน: บรรเทาและรักษาได้ด้วยการให้สารอิมมูโนโกลบูลิน (Immunoglobulin) ร่วมกับยากดภูมิคุ้มกันตามคำแนะนำของแพทย์
- ตรวจเช็กและฟื้นฟูสุขภาพหลังติดเชื้อ: นำเด็กอายุ 1-13 ปี เข้ารับการประเมินและคัดกรองความผิดปกติของร่างกายตามโปรแกรมฟื้นฟูสุขภาพ
สัญญาณอันตราย! อาการแบบไหนของลูก ต้องรีบพาไปพบแพทย์ด่วน
หากบุตรหลานมีอาการไข้สูง ร่วมกับสัญญาณอันตรายดังต่อไปนี้หลังจากหายจากโควิด 19 ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที:
- อาการทางผิวหนังและเยื่อบุ: มีผื่นแดงขึ้นตามตัว ตาแดง ปากแดง
- อาการทางระบบทางเดินอาหาร: ปวดท้องรุนแรง อาเจียน ท้องเสีย
- อาการทางระบบหัวใจและทางเดินหายใจ: หายใจเหนื่อยหอบ หรืออ่อนเพลียรุนแรง
- สัญญาณภาวะช็อก: เด็กมีอาการซึมลง มือเท้าเย็น หรือหมดสติ

FAQ: คำถามที่คุณแม่มักสงสัย
Q: ลูกหายจากโควิด 19 แล้ว ทำไมยังเสี่ยงเกิดภาวะมิสซี?
A: เพราะภาวะมิสซีไม่ได้เกิดจากการอักเสบระลอกแรกของไวรัสโดยตรง แต่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของเด็กเองที่ทำงานผิดปกติหลังการติดเชื้อผ่านพ้นไปแล้ว ซึ่งมักจะเริ่มแสดงอาการในช่วงใกล้หาย หรือภายใน 2-6 สัปดาห์หลังติดเชื้อ
Q: ภาวะมิสซี มีอาการแสดงออกทางอวัยวะส่วนไหนบ้าง?
A: ส่งผลต่อหลายระบบพร้อมกัน โดยหลัก ๆ จะกระทบระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่น กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หลอดเลือดหัวใจโป่งพอง ระบบผิวหนังและเยื่อบุ และระบบทางเดินอาหาร ส่วนระบบทางเดินหายใจกระทบน้อยกว่า และอาการเหนื่อยมักมาจากผลกระทบทางหัวใจ
Q: ลูกเป็นภาวะมิสซี ต้องนอนโรงพยาบาลนานไหม?
A: ไม่มีข้อมูลระบุจำนวนวันที่แน่นอน แต่เนื่องจากเป็นภาวะรุนแรงที่อาจทำให้หัวใจทำงานผิดปกติหรือช็อกได้ เด็กส่วนใหญ่ที่มีอาการรุนแรงจึงจำเป็นต้องเข้ารักษาตัวในหอผู้ป่วยวิกฤตเด็ก (ICU) อย่างใกล้ชิดจนกว่าจะพ้นขีดอันตราย
Q: อาการดีขึ้นแล้ว ต้องระวังภาวะแทรกซ้อนระยะยาวอะไรอีกบ้าง?
A: ต้องระวังความผิดปกติของระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่น กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหรือหลอดเลือดหัวใจโป่งพอง ซึ่งพบได้สูงถึง 50-90% จึงแนะนำให้พาเด็กเข้ารับการตรวจติดตามและฟื้นฟูสุขภาพหลังติดเชื้อเพื่อประเมินการฟื้นตัวของอวัยวะต่าง ๆ
ภาวะมิสซี (MIS-C) เป็นภาวะแทรกซ้อนหลังติดเชื้อโควิด 19 ที่แม้อัตราการเกิดจะต่ำ แต่ความรุนแรงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดนั้นอันตรายถึงชีวิต หัวใจสำคัญในการคุ้มครองบุตรหลานคือการป้องกันไม่ให้ติดเชื้อตั้งแต่ต้น และการที่ผู้ปกครองหมั่นสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดในช่วง 2-6 สัปดาห์หลังหายป่วย
หากพบสัญญาณเตือน เช่น ไข้สูง ผื่น ตาแดง หรือปวดท้อง ต้องรีบพาเด็กไปพบแพทย์เพื่อตรวจเลือด อัลตราซาวนด์หัวใจ และรับการรักษาอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงและรักษาชีวิตของเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทความจากพันธมิตร
บทความโดย พญ. ตวงพร ตุรงค์สมบูรณ์
กุมารแพทย์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลรามคำแหง

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
อาหารควรกิน-เลี่ยง “ลองโควิด” หลังหายจากโควิด แต่ยังป่วยอยู่ ต้องรับมืออย่างไร
หมอเตือน 5 โรคที่มาพร้อมอากาศชื้น และแนวทางป้องกันไม่ให้ลูกป่วย
ลูกเป็น RSV ดูแลอย่างไร? สถิติเด็กป่วย RSV พุ่ง ช่วงหน้าฝน พ่อแม่เตรียมรับมือ
แหล่งอ้างอิง
- ตวงพร ตุรงค์สมบูรณ์. (2569, 13 พฤษภาคม).โรงพยาบาลรามคำแหง. ภาวะ MIS-C ในเด็ก ภาวะที่เกิดขึ้นตามหลังการติดเชื้อ COVID-19.
- Youtube โรงพยาบาลรามคำแหง. ภาวะ MIS-C ในเด็ก ภาวะที่เกิดขึ้นตามหลังการติดเชื้อ COVID-19
บทความอัปเดตล่าสุด กันยายน 2569
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!