MONA BANGKOK พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ มาพร้อมโครงการเคเบิลข้ามแม่น้ำแบบรักษ์โลก ผลักดันการท่องเที่ยว ศิลปะ และวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นอาคารหน้าตาล้ำๆ สนุกๆ ในกรุงเทพฯ ยิ่งพอรู้ว่าเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ผู้คนเข้าไปเยี่ยมชมใช้งานได้ก็ยิ่งน่าตื่นตาตื่นใจ เพราะในอนาคตหลักไม่กี่ปีต่อจากนี้ ทุกคนจะได้พบกับ ‘MONA Bangkok’ พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยระดับโลกที่เปลี่ยนพื้นที่ใน ‘โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น’ ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางศิลปะแห่งใหม่ พร้อมเป็นจุดมุ่งหมายการท่องเที่ยวระดับห้ามพลาดของกรุงเทพฯ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีต้นแบบจากพิพิธภัณฑ์ชื่อดังของออสเตรเลีย

MONA Bangkok เป็นความร่วมมือระหว่าง ‘MONA (Museum of Old and New Art)’ พิพิธภัณฑ์จากประเทศออสเตรเลีย และ ‘Asset World Corporation (AWC)’ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของไทย ก่อตั้งแลนด์มาร์กและสถานที่ท่องเที่ยวด้านศิลปะแห่งใหม่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาของกรุงเทพฯ ที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

MONA Bangkok Museum of Old and New Art AWC เอเชียทีค พิพิธภัณฑ์ศิลปะ ศิลปะ แม่น้ำเจ้าพระยา

โดย MONA เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย ก่อตั้งโดย ‘David Walsh’ และเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2554 ณ ย่านชานเมืองทางตอนเหนือของเมืองโฮบาร์ต รัฐแทสเมเนีย เพื่อเป็นสถานที่จัดแสดงคอลเลกชันศิลปะอันทรงคุณค่า ทั้งศิลปะโบราณ ศิลปะสมัยใหม่ และศิลปะร่วมสมัย ที่มอบรูปแบบการชมพิพิธภัณฑ์ผ่านการผสานศิลปะ เทคโนโลยี สถาปัตยกรรม และการออกแบบประสบการณ์เข้าด้วยกัน

พื้นที่แลกเปลี่ยนและฉายแสงศิลปะไทยสู่เวทีโลก

สำหรับ MONA Bangkok จะเป็นพื้นที่ที่สะท้อนคุณค่าศิลปวัฒนธรรมของประเทศไทยและกรุงเทพฯ โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนและมีส่วนร่วมกับศิลปิน เรื่องราว ผู้ชม วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของไทย ภายใต้แนวคิดการเป็นแพลตฟอร์มแห่งการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และเปิดโอกาสให้ศิลปินไทยและศิลปินจากทั่วโลกได้สร้างสรรค์และนำเสนอผลงานสู่เวทีนานาชาติ พร้อมมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนต่อยอดศิลปะในกรุงเทพฯ ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการในปี 2572

MONA Bangkok Museum of Old and New Art AWC เอเชียทีค พิพิธภัณฑ์ศิลปะ ศิลปะ แม่น้ำเจ้าพระยา

อย่างไรก็ตาม พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังมีการนำ ‘แสง’ มาเป็นแนวคิดหลักของโครงการ โดยทาง ‘Leigh Carmichael’ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ และหัวหน้าโครงการ MONA Bangkok พูดถึงแนวคิดนี้ว่า แสงจะเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างประสบการณ์ ผ่านการสำรวจและตีความทั้งในฐานะปรากฏการณ์ทางกายภาพและสัญลักษณ์แห่งแรงบันดาลใจ ความหวัง และการเชื่อมโยงผู้คน ซึ่งสอดคล้องกับอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันโดดเด่นของกรุงเทพมหานครที่เต็มไปด้วยวิถีชีวิตและประเพณีทางวัฒนธรรม

โครงการเคเบิลคาร์ข้ามแม่น้ำแบบยั่งยืนแห่งแรกของโลก

มากไปกว่าการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เชิญชวนให้ผู้เข้าชมได้ดื่มด่ำและค้นหาความหมายของชิ้นงาน ทาง AWC ยังเดินหน้าพัฒนาเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น สู่การเป็น World-Class Sustainable Tourism and Lifestyle Destination ผ่าน ‘โครงการเคเบิลคาร์รักษ์โลกข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานคร สู่ MONA Bangkok’ ที่จะเชื่อมต่อสู่พิพิธภัณฑ์โดยตรง

MONA Bangkok Museum of Old and New Art AWC เอเชียทีค พิพิธภัณฑ์ศิลปะ ศิลปะ แม่น้ำเจ้าพระยา

ความน่าสนใจของโครงการนี้คือ เป็นโครงการเคเบิลคาร์ข้ามแม่น้ำแห่งแรกของโลกที่พัฒนาภายใต้แนวคิดการเดินทางอย่างยั่งยืน รวมไปถึงเป็นเคเบิลคาร์แห่งแรกที่ได้การรับรองมาตรฐานระดับโลก ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีมาตรฐานสูงสุดประหยัดพลังงาน

โครงการนี้จะเชื่อมโยงเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น เข้ากับโครงการมิกซ์ยูส (Mixed-Use) แห่งใหม่ของ AWC บนถนนเจริญนคร อีกทั้งยังเป็นการออกแบบแบบไม่มีเสารับกลางแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมทั้งระบบการเดินทางอย่างยั่งยืน (Sustainable Mobility Solution) ซึ่งเคเบิลคาร์ข้ามแม่น้ำนี้ไม่ได้มีฟังก์ชันด้านการเดินทางอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังได้รับการออกแบบให้เป็นศิลปะเคลื่อนไหว (Kinetic Art) ที่เปลี่ยนการเดินทางข้ามแม่น้ำให้กลายเป็นประสบการณ์ใหม่ๆ อีกด้วย

Sources : 
ABC News | tinyurl.com/3y3326kx 
Artforum | tinyurl.com/2xut2fvw 
Asset World Corporation | tinyurl.com/ymefxvdf 
MONA | mona.net.au 

AWC MONA Bangkok พิพิธภัณฑ์ศิลปะ ออสเตรเลีย เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น

Writer

ชอบเดินไปเรื่อยๆ แต่ไม่ค่อยสะดวกเดินในกรุงเทพฯ สักเท่าไหร่ ก็หวังว่าสักวันจะสามารถเดินในเมืองแบบชิลล์ๆ ได้วันละ 12,700 ก้าว