โมเดลรถไฟฟ้า MRT รุ่นแรก ของที่ระลึกวันประวัติศาสตร์ไทย
มีของสะสมบางชิ้นที่ไม่ได้มีค่าเพราะความหายาก แต่มีค่าเพราะมันเป็นพยานของช่วงเวลาที่สำคัญ โมเดลรถไฟฟ้า MRT จำลองรุ่นแรกที่แจกในงานพระราชพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 คือหนึ่งในนั้น — ชิ้นพลาสติกสีน้ำเงินขนาดกระเป๋าเสื้อที่บันทึกวันที่กรุงเทพฯ เริ่มเดินทางสู่การมี “รถใต้ดิน” เป็นของตัวเอง
ความฝันที่เริ่มจากนิวยอร์กเมื่อกว่า 40 ปีก่อน

ก่อนจะเข้าใจว่า โมเดลรถไฟฟ้า MRT ชิ้นนั้นสำคัญแค่ไหน ต้องย้อนกลับไปถึงต้นกำเนิดของความฝันที่จะมีรถใต้ดินในกรุงเทพฯ
เมื่อกว่า 40 ปีก่อน ในกลางปี พ.ศ. 2523 ธงทอง จันทรางศุ นักกฎหมายและนักวิชาการผู้ซึ่งต่อมาจะกลายเป็นที่รู้จักในนาม “อ.ธงทอง” เดินทางไปศึกษาระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก และได้พบกับสิ่งที่ไม่มีในบ้านเรา — รถใต้ดินที่มีโครงข่ายกว่า 400 สถานีและผู้โดยสารนับล้านคนต่อวัน ในขณะที่กรุงเทพฯ ยังคุ้นเคยแต่รถเมล์ที่มีชื่อเสียงด้านความแออัดและความเสี่ยงภัยในระดับโลก
คำถามที่ตามมาคือ เมื่อไหร่บ้านเราจะมีพาหนะเดินทางแบบนี้บ้าง — คำถามนั้นสะท้อนในใจคนไทยจำนวนมากมาตลอดหลายทศวรรษ
เส้นทางอันยาวนานสู่วันวางศิลาฤกษ์
ความฝันเรื่องรถใต้ดินในกรุงเทพฯ ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วคืน รัฐบาลไทยเริ่มศึกษาโครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางมาตั้งแต่ทศวรรษ 2520 ผ่านความร่วมมือกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจก้า) ที่ส่งผู้เชี่ยวชาญมาศึกษาความเหมาะสมทั้งด้านเศรษฐกิจและวิศวกรรม
กว่าจะผ่านการศึกษา การออกแบบ การเจรจา และการอนุมัติมาได้ ก็ถึงปี พ.ศ. 2539 ที่การก่อสร้างดำเนินไปได้ระยะหนึ่งพอที่จะประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อย่างเป็นทางการ
วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ในปัจจุบัน) เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงวางศิลาฤกษ์โครงการรถไฟฟ้ามหานครที่บริเวณหน้าสถานีรถไฟหัวลำโพง ในเวลา 16.39 น. — ศิลาฤกษ์นั้นปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่บริเวณทางเดินเชื่อมต่อของสถานีหัวลำโพงใต้หลังคาพีระมิดแก้ว
ในงานพระราชพิธีวันนั้น นอกจากพิธีการอันยิ่งใหญ่แล้ว ผู้ที่มาร่วมงานยังได้รับโมเดลรถไฟฟ้า MRTจำลองเป็นที่ระลึก พร้อมกับสูจิบัตรงานพระราชพิธีวางศิลาฤกษ์ที่บันทึกรายละเอียดของโครงการและความสำคัญของวันประวัติศาสตร์นั้น
โมเดลรถไฟฟ้าชิ้นนั้นไม่ใช่ของสะสมราคาแพง แต่คือสิ่งที่บอกว่า ในปี 2539 กรุงเทพฯ กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการเดินทาง — ยุคที่คนเมืองจะสามารถเดินทางใต้ดินได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย
MRT สายเฉลิมรัชมงคล รายละเอียดของรถไฟฟ้ารุ่น
แรก

รถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2539 และหลังจากความล่าช้าหลายครั้ง ในที่สุดได้เปิดให้สาธารณชนทดลองใช้งานในวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2547 — ใช้เวลาจากวันวางศิลาฤกษ์ถึงวันเปิดให้บริการถึงเกือบ 8 ปี
รถไฟฟ้ารุ่นแรกเป็นรถไฟฟ้าขนาดใหญ่ (Heavy Rail) ขนาดกว้าง 3.2 เมตร ยาว 19.23 เมตร และสูงประมาณ 3.8 เมตร ใช้ล้อเหล็กวิ่งบนรางเหล็ก มีระบบปรับอากาศ สามารถจุผู้โดยสารได้ 320 คนต่อคัน ความเร็วสูงสุด 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
รถไฟฟ้ารุ่นแรกคือ Siemens Modular Metro มีจำนวน 19 ขบวน โดยขบวนหมายเลข 1 ถูกส่งมาประเทศไทยโดยเครื่องบิน — ความพิเศษในการขนส่งขบวนแรกนั้นบอกถึงความสำคัญของโครงการนี้ในสายตาของโลก
นาม “เฉลิมรัชมงคล” เป็นนามพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีความหมายว่า “งานเฉลิมความเป็นมงคลแห่งความเป็นพระราชา”
จากหัวลำโพงถึง 38 สถานี MRT ที่เติบโตมาในสี่สิบปี
เส้นทางแรกของ MRT วิ่งระหว่างหัวลำโพงถึงบางซื่อ 18 สถานี ระยะทาง 20 กิโลเมตร ปัจจุบัน MRT สายสีน้ำเงินมีระยะทางรวม 48 กิโลเมตร รวม 38 สถานี และสามารถเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายอื่นๆ ได้หลายจุด
การขยายตัวของ MRT ในสองทศวรรษที่ผ่านมาคือภาพสะท้อนของกรุงเทพฯ ที่เติบโตอย่างไม่หยุดนิ่ง แต่ไม่ว่าจะขยายไปไกลแค่ไหน ทุกอย่างเริ่มต้นจากพิธีวางศิลาฤกษ์ที่หน้าหัวลำโพงในวันนั้น
โมเดลที่เล็ก ความหมายที่ใหญ่

สิ่งที่ทำให้โมเดลรถไฟฟ้า MRTชิ้นนั้นมีคุณค่าในฐานะของสะสมไม่ใช่วัสดุหรือฝีมือการผลิต แต่เพราะมันเป็นหลักฐานว่าคนที่ถือมันอยู่เคยยืนอยู่ในวันที่กรุงเทพฯ เริ่มเปลี่ยน
จากเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องรถติดอันดับโลก สู่เมืองที่ผู้คนหลายล้านคนใช้ชีวิตประจำวันกับรถไฟฟ้าได้อย่างเป็นเรื่องธรรมดา — ทั้งหมดนั้นมีจุดเริ่มต้นที่วันหนึ่งในปีพุทธศักราช 2539 และโมเดลรถไฟฟ้า MRTชิ้นเล็กๆ ที่แจกไปในวันนั้นคือพยานที่ยังเหลืออยู่