MTC เครื่องร้อนพอร์ตโตสนั่น กดต้นทุนหนุนงบแรง - มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

MTC ยันปรับเป้ารอบใหม่โต 8-10 % ยังสูงกว่าอุต ฯ ชะลอตัวหนักเหลือโต 1 %  รับผลกระทบราคาพลังงาน   มั่นใจต้นทุนการเงินลดค่าใช้จ่ายไม่เพิ่มหนุนรายได้และกำไร

มิติหุ้น – MTC หรือ บมจ. เมืองไทย แคปปิตอล โดย นาย ปริทัศน์ พัชรชัย ประธานกรรมการบริหาร  ระบุ “มิติหุ้น” ว่า  การปรับเป้าหมายสินเชื่อปี 69 อยู่ที่ 8-10 % จาก 10-15 % เป็นการอิงกับอุตสาหกรรม ที่โตเพียงแค่ 1 % ตามผลกระทบราคาพลังงาน แต่ด้วยบริษัทเตรียมความพร้อมมองในระยะยาวจึงทำให้ยังสามารถเติบโตได้มากกว่าอุตสาหกรรม สะท้อนพอร์ตสินเชื่อ  Q1 โต 9.8 % และ Q2 ที่ 8.2 %   ซึ่งข้อดีคือทำให้การเก็บหนี้มีอัตราโตเท่าเดิมภายใต้รายได้ที่จะเพิ่มขึ้น บวกกับต้นทุนรอบใหม่ดอกเบี้ยไม่ได้ปรับขึ้นจากการคงดอกเบี้ยนโยบายแบงก์ชาติ  รักษาNPL ไว้ที่ระดับเดิม เมื่อรายได้หักค่าใช้จ่ายที่ไม่กระทบมีผลต่อผลประกอบการ

“ฐานะผู้บริหารไม่โกหกเพราะอุตฯเห็นชัดว่าโตแค่ 1% คนมีกำลังกู้ได้น้อยลงไม่อยากเป็นหนี้  แต่ MTC เราทำธุรกิจระยะยาวไม่ต่ำกว่า 10 ปี ทั้งโมเดลธุรกิจและโปรดักส์รองรับสถานการณ์เปลี่ยนแปลง ”

เน้นสินเชื่อขนาดเล็ก

บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ระบุว่า  การมุ่งเน้นสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่มีวงเงินขนาดเล็ก และการเข้าถึงชุมชนในท้องถิ่น เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของ MTC ซึ่งสามารถควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ได้ดี แม้เผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นใน  Q2 ปี 69 กลยุทธ์การหลีกเลี่ยงสินเชื่อไม่มีหลักประกันและสินเชื่อวงเงินขนาดใหญ่ช่วยให้บริษัทสามารถจัดเก็บเงินสดได้ดี

บริษัทตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อที่ 3 แสนล้านบาทในอีก 5 ปีข้างหน้าคุณภาพสินทรัพย์ทรงตัวพร้อมประสิทธิภาพการดาเนินงานที่ดีขึ้น การจัดเก็บเงินสดในปัจจุบันยังคงทรงตัวและไม่มีสัญญาณที่แย่ลงในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมปีนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากกลยุทธ์การหลีกเลี่ยงสินเชื่อวงเงินขนาดใหญ่ (150,000 บาทขึ้นไป) และสินเชื่อไม่มีหลักประกัน  ซึ่งมองว่าสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ให้อัตราผลตอบแทนที่คุ้มความเสี่ยงดีที่สุด (Risk-adjusted return) เนื่องจากมีวงเงินเฉลี่ยต่อสัญญาน้อยและยอดชำระต่อเดือน

ต้นทุนการเงินลดลง

ด้านต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (Credit Cost) อยู่ที่ 2.3% ในครึ่งแรกของปี 69 เทียบกับ 2.57% ในปี 68 ซึ่งคาดว่าสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to income ratio) จะค่อยๆ ลดลง จากประสิทธิภาพของพนักงานและการบริหารสาขาที่ดีขึ้น  คาดว่าต้นทุนทางการเงินที่ลดลงและการควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ดีจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของกำไร แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 46 บาท (อิง PER ปี 2570 ที่ 12 เท่า และ P/BV ที่ 1.7 เท่า) ความเสี่ยงสำคัญคือคุณภาพสินทรัพย์ที่อาจอ่อนแอลงจากความเสี่ยงภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้น

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon