'วีรพัฒน์' ผุด MuslimGo ดันเที่ยวไทยเจาะตลาดมุสลิม

“วีรพัฒน์” เปิดตัว MuslimGo แพลตฟอร์มดิจิทัลท่องเที่ยวมุสลิม รวบรวมฮาลาล ที่พัก มัสยิด และแหล่งท่องเที่ยวไว้ในจุดเดียวผสาน AI Travel Planner ช่วยวางแผนการเดินทางเฉพาะบุคคล เชื่อมโยงเส้นทางกิน เที่ยว และเวลาละหมาดให้สะดวกยิ่งขึ้นมุ่งเพิ่มโอกาสผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดมุสลิมทั่วโลก พร้อมกระจายรายได้สู่ชุมชนและเมืองน่าเที่ยวทั่วประเทศ

22 ก.ย. 2569 -นายวีรพัฒน์ ชินพันธ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาบริการท่องเที่ยว เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดตัว Web Application MuslimGo – Explore Thailand, The Muslim-Friendly Way แพลตฟอร์มท่องเที่ยวดิจิทัลที่รวบรวมข้อมูลและบริการด้านการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม พร้อมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาช่วยวางแผนการเดินทาง เพื่อยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวในประเทศไทย และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงตลาดนักท่องเที่ยวมุสลิมจากทั่วโลกได้มากขึ้น

สำหรับ MuslimGo พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด เที่ยวไทย มั่นใจ ในทุกจุดหมายการท่องเที่ยว โดยมุ่งหมายให้เป็นศูนย์กลางดิจิทัลสำหรับค้นหาและเข้าถึงข้อมูลสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวทั่วประเทศ ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับนักท่องเที่ยวมุสลิม ซึ่งมีความต้องการด้านข้อมูลและบริการเฉพาะในการเดินทาง อาทิ อาหารฮาลาล สถานที่ละหมาด มัสยิด และที่พักที่เหมาะสม

นายวีรพัฒน์กล่าวว่า การพัฒนาแพลตฟอร์มดังกล่าวสอดรับกับการเติบโตของตลาดนักท่องเที่ยวมุสลิมทั่วโลก ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากดัชนีการท่องเที่ยวเชิงมุสลิมโลก (Global Muslim Travel Index : GMTI) ระบุว่า ในปี 2568 มีนักท่องเที่ยวมุสลิมระหว่างประเทศประมาณ 196 ล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 262 ล้านคนภายในปี 2573 สะท้อนให้เห็นถึงขนาดและโอกาสของตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 27 ของโลก และอันดับที่ 5 ในกลุ่มประเทศ Non-OIC จากการจัดอันดับดังกล่าว สะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการพัฒนาเป็นจุดหมายปลายทางที่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมุสลิมในระดับแนวหน้า และเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับบริการด้านการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงไป

นายวีรพัฒน์กล่าวต่อว่า MuslimGo จึงได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดมุสลิมและปลดล็อกข้อจำกัดในการค้นหาข้อมูลสำคัญระหว่างการเดินทาง โดยรวบรวมข้อมูลร้านอาหารฮาลาล สถานที่ละหมาด มัสยิด ที่พัก และสถานที่ท่องเที่ยวไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถค้นหาและวางแผนการเดินทางได้สะดวก รวดเร็ว และสอดคล้องกับความต้องการเฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น

สำหรับจุดเด่นสำคัญของ MuslimGo คือระบบ Comprehensive Search & Mapping ที่ช่วยค้นหาร้านอาหารฮาลาล ที่พัก มัสยิด และสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ตัว ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นได้ง่ายขึ้น ขณะที่ AI Travel Planner ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยจัดทริปอัจฉริยะด้วย AI โดยสามารถวางแผนการเดินทางแบบเฉพาะบุคคล และเชื่อมโยงสถานที่รับประทานอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงเวลาละหมาดเข้าไว้ใน Journey เดียวกัน เพื่อให้การเดินทางมีความต่อเนื่องและเหมาะสมกับรูปแบบการท่องเที่ยวของแต่ละคน

นอกจากนี้ MuslimGo ยังให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือของข้อมูลผ่าน Trusted Data & High Credibility โดยนำข้อมูลและมาตรฐานการรับรองที่น่าเชื่อถือมาใช้เป็นองค์ประกอบสำคัญของแพลตฟอร์ม พร้อมรองรับการใช้งาน 4 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษามลายู และภาษาอาหรับ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

อย่างไรก็ตามนอกการอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวแล้ว MuslimGo ยังมีบทบาทเป็นสะพานเชื่อมระหว่างนักท่องเที่ยวกับผู้ประกอบการไทย โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถใช้แพลตฟอร์มเป็นช่องทางขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มตลาดมุสลิม ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการและชุมชนท่องเที่ยวในพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง

ทั้งนี้ ข้อมูลจากรายงาน GMTI ปี 2568 ยังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวมุสลิมยุคใหม่ โดยพบว่ากว่า 80% หันมาพึ่งพาเครื่องมือ AI และแพลตฟอร์มดิจิทัลในการวางแผนและตัดสินใจเดินทางมากขึ้น แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนา MuslimGo ที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาประยุกต์ใช้ เพื่อทำให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวเข้าถึงง่าย สะดวก และสามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวได้อย่างตรงจุด

นายวีรพัฒน์  กล่าวว่าการเปิดตัว MuslimGo จึงนับเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการยกระดับระบบนิเวศการท่องเที่ยวของไทยให้สอดรับกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในยุคดิจิทัล โดยคาดว่าจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวมุสลิมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้น พร้อมกระตุ้นการใช้จ่ายและเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันยังช่วยสนับสนุนการกระจายนักท่องเที่ยวและรายได้จากเมืองหลักไปสู่เมืองน่าเที่ยวและชุมชนท่องเที่ยวในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวอย่างทั่วถึงและยั่งยืน.