NER รับราคายางโลกพุ่ง หนุนผลงานครึ่งปีหลังโต โบรกชี้ Q2 ฟื้น ชูเป้าสูงสุด 5.40 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งยังคงมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER หลังประเมินแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีทิศทางฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากราคาขายยางพาราที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น แม้ปริมาณขายยังอยู่ในระดับทรงตัวและเผชิญแรงกดดันจากตลาดส่งออกบางช่วง

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมให้ราคาเป้าหมายในช่วง 5.00-5.40 บาท โดยมองว่าครึ่งปีหลัง NER จะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มราคายางที่อยู่ในระดับสูงขึ้น ขณะที่ บล.ดาโอ (ประเทศไทย) เป็นเพียงแห่งเดียวที่คงคำแนะนำ “ถือ” จากความกังวลด้านปริมาณขายและความเสี่ยงจากภาวะตลาดส่งออก

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ “ซื้อ” NER พร้อมให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 5.40 บาท โดยคาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 327 ล้านบาท หลังรวมผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 10 ล้านบาท ขณะที่กำไรปกติคาดอยู่ที่ 337 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 31.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ ผลประกอบการมีแนวโน้มดีกว่าคาดการณ์เดิม หลังราคาขายยางฟื้นตัวเร็วกว่าที่บริษัทเคยประเมิน โดยคาดปริมาณขายอยู่ที่ 110,000 ตัน รายได้ 7,150 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นเป็น 9.5% จาก 8.6% ในไตรมาส 1/2569

บล.หยวนต้าประเมินว่า กำไรไตรมาส 3/2569 มีโอกาสเติบโตทั้งจากไตรมาสก่อน และเมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน จากราคาขายที่อาจปรับขึ้นแตะระดับ 70 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ไตรมาส 4/2569 มีโอกาสเป็นช่วงที่ผลประกอบการดีที่สุดของปี แม้ปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 ลง 4% แต่ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากราคาหุ้นซื้อขายที่ระดับ PER ปี 2569 เพียง 5 เท่า และคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลทั้งปีอยู่ที่ 6.6%

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” NER ให้ราคาเป้าหมาย 5.20 บาท โดยคาดผลประกอบการไตรมาส 2/2569 จะฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน แม้ปริมาณขายลดลง แต่ได้รับแรงหนุนจากราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น 11% จากไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ 65 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 10% จาก 8.6%

โดยคาดกำไรปกติไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 407 ล้านบาท ลดลง 17% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 34% จากไตรมาสก่อน และคาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 387 ล้านบาท ลดลง 30% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 52% จากไตรมาสก่อน พร้อมมองว่าช่วงที่เหลือของปีจะได้รับผลดีจากราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” NER ราคาเหมาะสม 5.05 บาท โดยระบุว่า NER จะเริ่มเห็นผลบวกจากราคายางพาราที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 361 ล้านบาท ลดลง 35% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 42% จากไตรมาสก่อน จากราคาขายที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 11% จากไตรมาสก่อนหน้า

พร้อมประเมินว่าครึ่งปีหลังจะได้รับแรงหนุนจากราคายางพาราที่อยู่ในระดับสูงขึ้น จึงยังคงประมาณการกำไรทั้งปี 2569 ที่ 1,555 ล้านบาท และคำแนะนำ “ซื้อ”

ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คงคำแนะนำ “ถือ” NER แต่ปรับราคาเป้าหมายลงเหลือ 5.00 บาท โดยประเมินกำไรปกติไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 445 ล้านบาท ลดลง 9% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 46% จากไตรมาสก่อน แม้กำไรจะฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน แต่ยังต่ำกว่าคาดจากปริมาณขายที่ชะลอตัว

อย่างไรก็ตาม ราคาขายเฉลี่ยยังปรับเพิ่มขึ้น 11% จากไตรมาสก่อน และคาดว่าไตรมาส 3/2569 กำไรมีโอกาสเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน จากราคายางที่สูงขึ้น แต่ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากภาวะ Super El Niño และการแข่งขันในตลาดส่งออก