Neura Robotics จับมือ Seco พัฒนา Edge AI ชิปสู้ศึกเซมิคอนดักเตอร์ | MM Thailand
Neura Robotics ผนึกกำลัง Seco พัฒนา Edge-AI Compute Module ดึงข้อมูลจริงจากสายการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ป้อนระบบปฏิบัติการ Physical AI ความเคลื่อนไหวนี้สร้างทางเลือกใหม่ให้ SI-Vendor และผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์ในไทย ที่ต้องการหนีข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีจากขั้วมหาอำนาจเดิม
ตลาดหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ระดับโลกที่กำลังถูกครอบงำโดยมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและจีนกำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่ เมื่อบริษัทเทคโนโลยีจากเยอรมนีเดินหน้าสร้างระบบปฏิบัติการ ‘Physical AI’ ที่ใช้ข้อมูลจริงจากภาคอุตสาหกรรม ล่าสุด Neura ได้ประกาศความร่วมมือกับ Seco ผู้เชี่ยวชาญด้าน Edge AI และ Physical AI จากอิตาลี เพื่อร่วมกันพัฒนาโมดูลประมวลผล ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำกลยุทธ์การขยายเครือข่ายพันธมิตรและการเข้าซื้อกิจการอย่างต่อเนื่องเพื่อชิงความได้เปรียบในตลาดโลก
หุ่นยนต์ของ Neura ทำงานบนระบบปฏิบัติการ AI พื้นฐานเดียวกัน ซึ่งเอื้อประโยชน์ต่อหุ่นยนต์ทุกประเภท การประกาศความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของบริษัท โดยในเดือนตุลาคม 2025 Neura ได้เข้าซื้อกิจการ EK Robotics ที่กำลังประสบปัญหาทางการเงิน ตามมาด้วยการซื้อเทคโนโลยี Active-Shuttle จาก Bosch Rexroth และการเข้าซื้อ Adlatus Robotics ผู้ให้บริการหุ่นยนต์ทำความสะอาดในเดือนสิงหาคม 2026
ก่อนหน้านี้ Neura ได้ร่วมมือกับบริษัทชั้นนำมากมาย เช่น Nvidia (มีนาคม 2025), Omron (เมษายน 2025), GFT (มิถุนายน 2025) และ Schaeffler (พฤศจิกายน 2025) นอกจากนี้ยังมีการประกาศความร่วมมือกับ Dassault Systèmes และ Amazon AWS ในงาน Hannover Messe รวมถึงการผนึกกำลังกับ Bosch Robotics เพื่อพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ภายใต้มาตรฐานเยอรมนีในเดือนมกราคม และการจับมือกับ Zimmer Group ในเดือนกุมภาพันธ์
เครือข่ายพันธมิตรและนักลงทุนที่แข็งแกร่ง
ความร่วมมือกับ Seco ในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาโมดูลประมวลผล (Compute Module) สำหรับหุ่นยนต์ของ Neura นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงการนำข้อมูลจริงในภาคอุตสาหกรรมและโซลูชันระบบอัตโนมัติสำหรับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์มาพัฒนาร่วมกัน เพื่อสร้างเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้งานได้ทั่วโลกในระยะยาว
สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือรายชื่อนักลงทุนในการระดมทุนรอบล่าสุดมูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกเหนือจาก Qualcomm ที่เป็นผู้จัดหาฮาร์ดแวร์โปรเซสเซอร์สำหรับหุ่นยนต์ซีรีส์ Dragonwing แล้ว บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon, Bosch, Nvidia และ Schaeffler ก็ร่วมเป็นผู้ให้ทุนเช่นกัน
รูปแบบความร่วมมือของ Neura มีความน่าสนใจตรงที่พันธมิตรมักจะมีบทบาทที่ทับซ้อนกัน ทั้งเป็นผู้ให้ทุน พันธมิตรทางเทคโนโลยี ลูกค้า และซัพพลายเออร์ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับโมเดลการลงทุนในอุตสาหกรรม AI ขนาดใหญ่ แต่มีข้อแตกต่างที่สำคัญคือ นี่เป็นการเป็นพันธมิตรทางเทคโนโลยีที่เน้นการปฏิบัติจริง มีการพัฒนาร่วมกัน และเป็นการร่วมมือแบบทวิภาคี มากกว่าแค่การสร้างเครือข่ายเงินทุนหมุนเวียน
สร้างความแข็งแกร่งให้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ยุโรป
พันธมิตรและผู้ให้ทุนส่วนใหญ่ รวมถึงกิจการที่ถูกเข้าซื้อทั้งหมดเป็นบริษัทในยุโรปหรือเยอรมนี โดย Neura เน้นย้ำถึงเป้าหมายในการนำเสนอ ‘Physical AI’ จากยุโรปสู่สายตาชาวโลก
David Reger ซีอีโอของ Neura ได้กล่าวถึงการระดมทุน Series C ไว้ว่า “หลายคนเคยเชื่อว่าบริษัทโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ระดับโลกจะเกิดขึ้นได้ก็แต่ในซิลิคอนแวลลีย์เท่านั้น เราเชื่อว่าผู้นำตลาด AI รุ่นต่อไปสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่บนโลก ขอเพียงมีวิสัยทัศน์ บุคลากรด้านวิศวกรรม และความรวดเร็วในการดำเนินงานมารวมกัน การระดมทุนครั้งนี้ทำให้ Neura ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำในการแข่งขันด้านวิทยาการหุ่นยนต์ระดับโลก ซึ่งทัดเทียมกับบริษัทชั้นนำจากสหรัฐอเมริกาและจีน ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่วิทยาการหุ่นยนต์ แต่เป็นการสร้างเทคโนโลยีที่ทั่วโลกจำเป็นต้องพึ่งพา”
แนวคิดดังกล่าวยังสะท้อนให้เห็นผ่านกลยุทธ์ของบริษัทที่ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การพัฒนาและผลิตหุ่นยนต์ แต่เป็นการสร้างระบบปฏิบัติการ ‘Physical AI’ แบบครบวงจร ซึ่งซอฟต์แวร์และข้อมูลมีความสำคัญยิ่งกว่าฮาร์ดแวร์ ระบบนี้ต้องการข้อมูลการฝึกฝนจากการปฏิบัติงานจริง เช่น โปรไฟล์การเคลื่อนไหว ข้อมูลสภาพแวดล้อม และข้อมูลกระบวนการทำงาน ดังนั้นบริษัทที่ Neura เข้าซื้อกิจการจึงไม่ได้นำเสนอเพียงผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นการนำกลุ่มหุ่นยนต์เข้ามาเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับแพลตฟอร์ม AI
‘Neuraverse’ ระบบปฏิบัติการศูนย์กลาง
หัวใจสำคัญของ Neura คือ ‘Neuraverse’ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่หุ่นยนต์ประเภทต่างๆ สามารถแบ่งปันทักษะที่เรียนรู้และรับการอัปเดตได้ ระบบนี้เปิดตัวในงาน Automatica 2025 โดยการเข้าซื้อกิจการต่างๆ เป็นการนำกรณีการใช้งานจริงเข้ามาเติมเต็มระบบนิเวศนี้
แนวทางนี้ถือเป็นก้าวสำคัญและสร้างความยั่งยืน Neura กำลังพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคตร่วมกับพันธมิตรในยุโรป เพื่อลดการพึ่งพากลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่จากสหรัฐอเมริกาและจีน กรณีศึกษาของ Neura แสดงให้เห็นว่าการแข่งขันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงยังคงเปิดกว้าง ยุโรปยังมีโอกาสที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำ หากสามารถรวมเอานวัตกรรม ความเชี่ยวชาญ และจิตวิญญาณของผู้ประกอบการเข้าไว้ด้วยกัน โดยมุ่งมองไปสู่อนาคตมากกว่าการจดจ่ออยู่กับปัญหาในปัจจุบัน
MM