Nothing เตรียมบุกตลาด Smartwatch ชูดีไซน์เอกลักษณ์ เปิดตัวกันยายนนี้
Nothing อาจเตรียมขยายระบบนิเวศอุปกรณ์ของตัวเองเข้าสู่ตลาดสมาร์ตวอตช์อย่างจริงจัง หลังมีข่าวลือว่าบริษัทกำลังพัฒนา Smartwatch รุ่นแรกภายใต้แบรนด์ Nothing โดยตรง และอาจเปิดตัวอย่างเร็วที่สุดในเดือนกันยายน 2026
ข้อมูลดังกล่าวมาจาก Yogesh Brar แหล่งข่าวสายไอที ซึ่งระบุว่านาฬิการุ่นใหม่น่าจะมาพร้อมงานออกแบบตามเอกลักษณ์ของ Nothing ตั้งราคาไม่เกิน 300 ดอลลาร์สหรัฐ และอาจเริ่มวางจำหน่ายเฉพาะบางประเทศก่อน อย่างไรก็ตาม Nothing ยังไม่ได้ออกมายืนยันข้อมูลอย่างเป็นทางการ
ตามข้อมูลที่หลุดออกมา Nothing มีแผนเปิดตัวสมาร์ตวอตช์รุ่นแรกภายใต้แบรนด์หลักในช่วงเดือนกันยายน 2026 โดยจุดเด่นสำคัญน่าจะอยู่ที่การออกแบบซึ่งสะท้อนตัวตนของแบรนด์ เช่น การใช้เส้นสายแบบมินิมอล รายละเอียดกึ่งโปร่งใส หรือองค์ประกอบภายในที่มองเห็นได้ คล้ายกับสมาร์ตโฟนและหูฟังของบริษัท ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับรูปทรงหน้าปัด ขนาดหน้าจอ วัสดุตัวเรือน หรือสีที่วางจำหน่าย จึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะมีหน้าตาใกล้เคียงผลิตภัณฑ์รุ่นใดของ Nothing
ส่วนเรื่องราคา จากข่าวลือระบุว่า Nothing Smartwatch อาจมีราคาต่ำกว่า 300 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราวหลักหมื่นบาทโดยยังไม่รวมภาษีและค่าใช้จ่ายในการนำเข้า ตำแหน่งราคาดังกล่าวสูงกว่าสมาร์ตวอตช์ของ CMF อย่างชัดเจน และอาจทำให้นาฬิการุ่นนี้ถูกวางไว้ในตลาดระดับกลางค่อนบน
หาก Nothing เลือกใช้ราคานี้จริง คู่แข่งสำคัญน่าจะเป็นนาฬิกาจาก Samsung, Google, OnePlus และ Apple บางรุ่น ซึ่งหมายความว่าบริษัทจำเป็นต้องมีจุดขายมากกว่างานออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบติดตามสุขภาพ ความแม่นยำของเซ็นเซอร์ อายุแบตเตอรี่ หรือการเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน

อาจวางขายเฉพาะบางประเทศก่อน
อีกหนึ่งรายละเอียดที่น่าจับตาคือ Nothing Smartwatch อาจไม่ได้เปิดตัวทั่วโลกพร้อมกัน แต่จะเริ่มทำตลาดในบางประเทศเท่านั้น ซึ่งอาจเป็นตลาดหลักที่ Nothing มีฐานผู้ใช้งานอยู่แล้ว ก่อนขยายไปยังภูมิภาคอื่นในภายหลัง
ดังนั้น แม้จะเปิดตัวในเดือนกันยายนจริง ก็ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าประเทศไทยจะอยู่ในกลุ่มตลาดแรกหรือไม่

แม้รุ่นใหม่นี้จะถูกเรียกว่า Smartwatch รุ่นแรกของ Nothing แต่บริษัทเคยทำตลาดนาฬิกาอัจฉริยะผ่านแบรนด์ย่อยอย่าง CMF มาแล้วหลายรุ่น รวมถึง CMF Watch 3 Pro ซึ่งมาพร้อมหน้าจอ AMOLED ระบบ GPS ฟีเจอร์ติดตามสุขภาพและการออกกำลังกาย รวมถึงอายุแบตเตอรี่สูงสุดตามการใช้งานที่ผู้ผลิตระบุ
ความแตกต่างสำคัญคือสมาร์ตวอตช์รุ่นใหม่จะใช้ชื่อ Nothing โดยตรง จึงมีแนวโน้มว่าจะเน้นงานออกแบบ วัสดุ ซอฟต์แวร์ และการเชื่อมต่อในระดับที่สูงกว่าสายผลิตภัณฑ์ CMF ซึ่งถูกวางตำแหน่งให้เข้าถึงง่ายกว่า
รายงานล่าสุดยังไม่ได้เปิดเผยว่า Nothing Smartwatch จะใช้ระบบปฏิบัติการ Wear OS ของ Google หรือพัฒนาระบบเฉพาะของตัวเอง รวมถึงยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับชิป เซ็นเซอร์สุขภาพ การวัด GPS การโทรผ่าน LTE หรือการรองรับแอปภายนอก
เรื่องระบบปฏิบัติการจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถของนาฬิกา หากใช้ Wear OS ผู้ใช้จะได้ระบบแอปและบริการของ Google ที่ครบกว่า แต่ก็อาจมีข้อจำกัดด้านอายุแบตเตอรี่ ขณะที่ระบบเฉพาะของ Nothing อาจทำงานได้ยาวนานกว่า แต่มีแอปให้เลือกใช้น้อยกว่า
Nothing ยังไม่ได้ประกาศเปิดตัว Smartwatch รุ่นดังกล่าวอย่างเป็นทางการ ทำให้ทั้งกำหนดการเดือนกันยายน ราคาต่ำกว่า 300 ดอลลาร์ และการวางขายในบางตลาด ยังคงเป็นเพียงข้อมูลจากแหล่งข่าวเท่านั้น หากข่าวนี้เป็นจริง Nothing Smartwatch จะเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัทในการสร้างระบบนิเวศให้ครอบคลุมทั้งสมาร์ตโฟน หูฟัง และอุปกรณ์สวมใส่ โดยรายละเอียดด้านดีไซน์ ฟีเจอร์ และตลาดที่วางจำหน่ายน่าจะเริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อเข้าใกล้ช่วงเปิดตัว