ซีอีโอ Nvidia ชี้ AI ไม่ต้องการกฎหมายใหม่ สวนทางซีอีโอ Anthropic ที่เสนอตั้งมาตรฐาน AI ระดับนานาชาติ บนเวที Dreamforce 2026
สำหรับงาน Dreamforce 2026 เป็นงานประจำปีที่ใหญ่ที่สุดของ Salesforce ปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม Becoming an Agentic Enterprise โดย THE STANDARD WEALTH เป็นตัวแทนสื่อไทยเข้าร่วมงานในครั้งนี้
- ความปลอดภัยคือโจทย์วิศวกรรม ไม่ใช่โจทย์กฎหมาย
- เริ่มจากทบทวนตัวเอง แล้วจบที่มาตรฐานระหว่างประเทศ
ความปลอดภัยคือโจทย์วิศวกรรม ไม่ใช่โจทย์กฎหมาย
“ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญสูงสุด ในหลายแง่มันคืองานอันดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยเป็นปัญหาทางวิศวกรรม” Huang กล่าว พร้อมอธิบายว่าสิ่งที่กำลังพัฒนาอยู่คือระบบคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อน แต่สุดท้ายก็ยังเป็นระบบคอมพิวเตอร์ ที่ต้องมีสภาพแวดล้อมสำหรับทดสอบและกระบวนการทดสอบที่ดีพอ
“แรงกลไกตลาดมีอยู่แล้ว เราไม่ต้องการกฎหมายใหม่ เราไม่ต้องการกฎระเบียบใหม่ เราแค่ต้องการให้บริษัทตัดสินใจเอง” Huang กล่าว
Huang ขยายความว่ากลไกที่ควบคุมความปลอดภัยได้จริงคือแรงจูงใจทางธุรกิจ ถ้าสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการ แล้วคุณไม่มั่นใจในการทำงาน ความสามารถ หรือความปลอดภัยของมัน ก็อย่าปล่อยออกมา นั่นเป็นสิ่งที่ชัดเจนมากที่ควรทำ
“ผมคิดว่าความเร็วของนวัตกรรมกับผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยไม่ใช่สิ่งที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง มันเป็นทางเลือกปลอม คุณมีทั้งสองอย่างพร้อมกันได้แน่นอน วิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่ถ้าเมื่อไรคุณรู้สึกว่าบริษัทเริ่มควบคุมไม่ได้ หรือผลิตภัณฑ์จะไม่ปลอดภัย ก็หยุดพักแล้วทำให้มันถูกต้องก่อน”
Huang ระบุว่าในรอบปีที่ผ่านมา ปริมาณโทเคนที่ระบบ AI ทั่วโลกประมวลผลเพิ่มขึ้นราว 25 เท่า และส่วนใหญ่กระจุกอยู่ใน 6 เดือนหลัง ขณะเดียวกันจะเห็นว่าผู้คนเริ่มหันมาพัฒนาโมเดล AI ของตัวเองมากขึ้น
เริ่มจากทบทวนตัวเอง แล้วจบที่มาตรฐานระหว่างประเทศ
ด้าน Amodei อธิบายผ่านการเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมรถยนต์ สมมติว่าบริษัทรถยนต์คู่แข่งเกิดอุบัติเหตุด้านความปลอดภัย ขณะที่บริษัทของตัวเองเชื่อว่ามีสถิติดีที่สุดในอุตสาหกรรม

“มันน่าดึงดูดมากที่จะโจมตีคู่แข่ง แต่ผมคิดว่าวิธีตอบสนองที่รับผิดชอบกว่าคือบอกว่า ก่อนอื่นมาดูสถิติของเราเองก่อน เราดีขึ้นได้เสมอ” Amodei กล่าว
Amodei กล่าวว่าแต่ละบริษัทควรวางลำดับสามขั้น เริ่มจากการทบทวนแนวปฏิบัติและความโปร่งใสของตัวเอง ต่อด้วยการรวมอุตสาหกรรมที่เหลือเพื่อหารือว่าจะตั้งมาตรฐานร่วมกันอย่างไร และสุดท้ายควรมีองค์ประกอบระหว่างประเทศด้วย
อย่างไรก็ดี Amodei มองว่า ต่อให้เทคโนโลยีหยุดพัฒนา ณ วันนี้ โลกก็ยังใช้ประโยชน์จาก AI ได้เพียง 5-10% ของมูลค่าที่เป็นไปได้ “สัดส่วนของคนที่ได้เห็นสิ่งนี้และเห็นว่ามันเป็นไปได้ ยังน้อยมากเมื่อเทียบกับคนที่จะได้ประโยชน์จากมัน”