OpenAI ทวงคืนบัลลังก์ ปล่อย ChatGPT Work เอเจนต์สุดโหดที่เบื้องหลังความเก่งคือ GPT-5.6 และ Codex

กรกฎาคม 10, 2026 | By

Techsauce Team

ล่าสุด OpenAI ได้เดินหมากสำคัญด้วยการเปิดตัว ChatGPT Work เอเจนต์อัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดล GPT-5.6 ซึ่งถือเป็นการประกาศศึกท้าชนโดยตรงกับ Claude Cowork จากค่าย Anthropic ที่ชิงพื้นที่ตลาดไปก่อนหน้านี้

การขยับตัวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึง Corporate Strategy ของกลุ่ม Tech Giants ที่กำลังเร่งเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีไปสู่ยุคของ Agentic AI อย่างเต็มรูปแบบ

ChatGPT Work คืออะไร?

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นปี 2026 Anthropic ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนด้วยการเปิดตัว Claude Cowork ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็น AI Agent สำหรับคนทำงานออฟฟิศ โดยชูจุดเด่นเรื่อง End-to-End Workflow และการทำงานแบบ Background Tasks ข้ามแอปพลิเคชัน

การมาของ ChatGPT Work จึงเป็น Counter-attack ที่ชัดเจนจาก OpenAI เพื่อดึงกลุ่มลูกค้าองค์กรกลับเข้ามาใน Ecosystem ของตนเอง

ChatGPT Work ก็คือฟีเจอร์ Agent ระดับองค์กรที่ถูกพัฒนาต่อยอดขึ้นมาในระบบของ ChatGPT โดยเปลี่ยนรูปแบบจากการเป็นเพียง AI แชตบอตที่คอยตอบคำถามและให้ข้อมูล ไปสู่การเป็นผู้ช่วยที่สามารถลงมือปฏิบัติงานจริงได้แบบครบวงจร

ระบบนี้ขับเคลื่อนด้วยโมเดลระดับแนวหน้าอย่าง GPT-5.6 และเทคโนโลยี Codex โดยออกแบบมาเพื่อจัดการกับเวิร์กโฟลว์หรือโปรเจกต์ที่ซับซ้อนและต้องใช้เวลาทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมง

ความสามารถหลักของ ChatGPT Work

สำหรับการเปิดตัวในเฟสแรก ChatGPT Work เริ่มทยอยเปิดให้ใช้งานแล้วตั้งแต่วันนี้บนระบบเว็บและมือถือ โดยเริ่มปักหมุดที่กลุ่มผู้ใช้แพ็กเกจระดับบนและสถาบันการศึกษาอย่าง Pro, Enterprise และ Edu เป็นอันดับแรก ส่วนผู้ใช้งานในแพ็กเกจยอดนิยมอย่าง Plus และ Business ทาง OpenAI ยืนยันว่าจะเริ่มทยอยเปิดให้เข้าถึงฟีเจอร์นี้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก ChatGPT Work ถูกออกแบบมาเพื่อประมวลผลงานที่มีความซับซ้อนสูงและต้องรันระบบต่อเนื่องเป็นเวลานาน รูปแบบการคิดค่าบริการจึงมีความแตกต่างจากการใช้งานแชตบอตทั่วไป ดังนี้

  1. Compute-based Usage (คิดตามปริมาณงานที่ประมวลผลจริง): โครงสร้างการใช้งานจะอ้างอิงโมเดลเดียวกับ Codex โดยงานที่มีสเกลใหญ่ มีขั้นตอนหลายเลเยอร์ หรือใช้เวลาประมวลผลนาน จะหักโควตาการใช้งาน (Compute Limits) ที่รวมอยู่ในแพ็กเกจหลักมากกว่าปกติ
  2. Granular Admin Control (ระบบควบคุมต้นทุนสำหรับองค์กร): เพื่อช่วยให้ธุรกิจบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้ยืดหยุ่น ผู้ดูแลระบบของแพ็กเกจ Enterprise และ Edu สามารถกำหนดวงเงินหรือตั้งค่า Spend Controls ในคอนโซลได้ โดยสามารถเลือกกำหนดลิมิตการใช้งานแยกตามกลุ่มแผนก, ปรับเพิ่มสิทธิ์ให้พนักงานเป็นรายบุคคล หรือพิจารณาอนุมัติเครดิตเพิ่มเติมตามรายละเอียดความจำเป็นของแต่ละโปรเจกต์ได้ทันที ทำให้องค์กรสามารถสเกลการใช้งาน AI Agent ได้อย่างคุ้มค่าและไม่บานปลาย

อ้างอิง: openai

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด