OPPO เปิดศึกส่ง 'OPPO Find X10 Pro Max’ กล้อง 200MP ทุกระยะ

  1. หน้าหลัก 
  2. Cyber BIZ 
  3. ข่าวไอที 
  4. อิเล็กทรอนิกส์ 

OPPO เปิดศึกส่ง 'OPPO Find X10 Pro Max’ กล้อง 200MP ทุกระยะ

เผยแพร่: 27 ต.ค. 2569 18:54   ปรับปรุง: 27 ต.ค. 2569 18:54   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ออปโป้ (OPPO) ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธง “OPPO Find X10 Series” ชูไฮไลท์ทำงานร่วมกับ Hasselblad ใส่เทคโนโลยีกล้องมากับเลนส์ 200 ล้านพิกเซล ในกล้องหลักทั้ง 3 ระยะ เป็นรุ่นแรกของโลกในรุ่น Find X10 Pro Max โดยราคารุ่นเริ่ม Find X10 อยู่ที่ 43,999 บาท

ชานนท์ จิรายุกุล ประธานกรรมการอาวุโสฝ่ายบริหาร ออปโป้ แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การพัฒนา OPPO Find X10 Series มุ่งเน้นการให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีการถ่ายภาพเป็นอันดับแรก ควบคู่ไปกับการนำ AI เข้ามาลดขั้นตอนความยุ่งยากในการสร้างสรรค์คอนเทนต์และการใช้ชีวิตประจำวัน


พร้อมกันนี้ยังได้เดินหน้าขยายเวทีระดับโลกผ่านโครงการ OPPO Photography Awards ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และสานต่อความร่วมมือกับ Discovery Channel ในโครงการ Filmmaker Accelerator ปีที่ 3 เพื่อสนับสนุนครีเอเตอร์ผ่านอุปกรณ์สมาร์ตโฟน

OPPO Find X10 Pro Max ดันกล้อง 200MP สามตัวรุ่นแรก พร้อมชุดเลนส์เสริม Hasselblad


สำหรับรุ่นเรือธงระดับบนสุดอย่าง OPPO Find X10 Pro Max ได้รับการออกแบบตัวเครื่องโดยอิงแรงบันดาลใจจากกล้องระดับมืออาชีพ พร้อมชูจุดเด่นด้านฮาร์ดแวร์ด้วยระบบกล้องความละเอียด 200 ล้านพิกเซล 3 ระยะ ที่พัฒนาร่วมกับ Hasselblad ครอบคลุมทั้งเลนส์อัลตราไวด์ เลนส์หลัก และเลนส์เทเลโฟโต้

โดยตัวกล้องรองรับการบันทึกวิดีโอระดับภาพยนตร์ที่มีช่วงไดนามิก กว้างสูงสุด 17-Stop ขณะที่รุ่นมาตรฐานอย่าง OPPO Find X10 วางตำแหน่งเจาะกลุ่มผู้ใช้งานสายท่องเที่ยวด้วยระบบกล้องคู่ 200MP ที่บันทึกภาพได้อย่างคมชัด สมจริง

อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญด้านการถ่ายภาพของทั้งสองรุ่น อยู่ที่การนำเทคโนโลยีประมวลผลภาพ LUMO True Image Engine เข้ามาจัดการมิติแสงและสีอย่างสมจริง ควบคู่กับโหมดโทนสีภาพ LUMO Color Palette ในตัว 18 รูปแบบ

ทั้งนี้ ออปโป้ยังได้เปิดตัวชุดเลนส์เสริมออปติคัล "OPPO Hasselblad" โครงสร้างชิ้นเลนส์แก้ว 13 ชิ้น รวมเลนส์ ED จำนวน 3 ชิ้น เคลือบผิว PVD ที่รองรับการทำงานร่วมกับเลนส์เทเลโฟโต้ 200MP โดยในรุ่น Pro Max จะให้ระยะซูมออปติคัลแท้ 10 เท่า และขยายระยะได้ 20 ถึง 40 เท่า ขณะที่รุ่น Find X10 รองรับการซูมออปติคัลสูงสุด 11 เท่า เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการถ่ายภาพระยะไกล เช่น งานคอนเสิร์ตหรือการท่องเที่ยว

ในด้านซอฟต์แวร์ และขุมพลังการประมวลผล OPPO Find X10 Series ได้รับการอัปเกรดขึ้นมาทำงานบน ColorOS 17 ที่มีฟังก์ชัน Agentic AI สำหรับจัดการงานเชิงรุก โดยมีฟีเจอร์สำคัญครอบคลุม 3 ด้านหลัก คือ AI Mind Pilot ระบบเชื่อมต่อและผสานการทำงานร่วมกับโมเดลปัญญาประดิษฐ์ระดับแนวหน้าของโลก ทั้ง Gemini, Perplexity และ ChatGPT ผ่านคลังความรู้ส่วนบุคคล (AI Mind Space) เพื่อช่วยค้นหาและแนะนำข้อมูลในจังหวะที่เหมาะสม

รวมถึง AI Photo Agent ระบบตกแต่งภาพอัจฉริยะ รองรับการประมวลผลคำสั่งภาษาธรรมชาติและการปรับเปลี่ยนโทนภาพตามรูปอ้างอิง และ AI Call Guard โซลูชันความปลอดภัยระดับระบบที่ใช้ AI บนตัวเครื่อง ตรวจจับความเสี่ยงจากการหลอกลวง รวมถึงภัยคุกคามรูปแบบใหม่อย่างการปลอมแปลงใบหน้าและเสียงสังเคราะห์

ขณะเดียวกัน ด้านสเปกฮาร์ดแวร์พื้นฐาน OPPO Find X10 Pro Max ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล MediaTek Dimensity 9600 Pro สถาปัตยกรรมระดับ 2 นาโนเมตร ส่วน OPPO Find X10 ขับเคลื่อนด้วย MediaTek Dimensity 9600M

ทั้งสองรุ่นติดตั้งระบบระบายความร้อน Vapor Chamber รองรับมาตรฐานความทนทานต่อน้ำและฝุ่นระดับ IP66, IP68 และ IP69 ร่วมกับมาตรฐานการตกกระแทกระดับ 5 ดาวจาก SGS โดยใช้แบตเตอรี่ชนิดซิลิคอน-คาร์บอน (Silicon-carbon) ความจุ 8,000mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 80W SUPERVOOC และชาร์จไร้สาย 50W AIRVOOC


สำหรับราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ OPPO Find X10 มีให้เลือก 3 สี (Glacier Blue, Glow Coral, Mist Grey) รุ่นความจุ 12GB + 256GB ราคา 43,999 บาท และรุ่นความจุ 12GB + 512GB ราคา 49,999 บาท


ส่วน OPPO Find X10 Pro Max มีให้เลือก 2 สี (Luna White, Titanium Grey) รุ่นความจุ 16GB + 512GB ราคา 59,999 บาท โดยชุดเลนส์เสริม OPPO Hasselblad วางจำหน่ายแยกต่างหากในราคาชุดละ 7,999 บาท โดยออกแบบแยกตามรุ่นเฉพาะ และสำหรับรุ่น Pro Max ต้องเลือกให้ตรงตามสีของตัวเครื่อง ไม่สามารถใช้งานข้ามรุ่นหรือข้ามสีได้