พณ.คัดสรรของดีไทย ร่วมงานศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP ตั้งเป้าขายกว่า 10 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมนำผู้ประกอบการชุมชนจากทั่วประเทศ จำนวน 30 ราย ซึ่งเป็นธุรกิจที่ผ่านการส่งเสริมและพัฒนาจากหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนภายในงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 ระหว่างวันที่ 8-16 สิงหาคมนี้ ณ โซน MOC SMART Local Pavilion

โดยมีผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพดี พร้อมสะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ไทยร่วมสมัย เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการชุมชนได้แสดงศักยภาพ ขยายช่องทางการตลาด และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ นำไปสู่การเพิ่มรายได้ให้แก่ท้องถิ่น ตลอดจนเป็นกลไกสำคัญให้เกิดการบริโภคผลิตภัณฑ์ชุมชนอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดรายได้อย่างเป็นรูปธรรม แก่ผู้ประกอบการและชุมชน พร้อมเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากในระดับประเทศ สอดคล้องกับเป้าหมายของกระทรวงพาณิชย์ในการผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง

ครั้งนี้มีผู้ประกอบการชุมชนที่เข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้ง 30 ราย อาทิ ผลิตภัณฑ์ผ้าปักด้วยมือ ย้อมสีธรรมชาติ จากจังหวัดเชียงราย ผ้าฝ้ายย้อมคราม จากจังหวัดกาฬสินธุ์ ผลิตภัณฑ์เชือกกล้วย หวายเทียมและเส้นพลาสติกยางพารา จากจังหวัดปัตตานี และผู้ประกอบการ SMART Local ในการส่งเสริมของกรม อาทิ ผลิตภัณฑ์จากผ้าขาวม้าจากจังหวัดราชบุรี ผลิตภัณฑ์กระเป๋าทำมือดีไซน์รักษ์โลกจากจังหวัดนนทบุรี ผลิตภัณฑ์จากผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติจากจังหวัดลำปาง รองเท้าหนังแท้จากจังหวัดสมุทรปราการ เครื่องประดับจากเศษผ้าพื้นเมือง กรุงเทพมหานคร และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกก จากจังหวัดมหาสารคาม

ผลิตภัณฑ์ชุมชน คือ สินค้าจากภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนไทยที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเป็นจุดแข็งจุดขายที่สำคัญ อีกทั้งการพัฒนารูปแบบนำเสนอผลิตภัณฑ์ชุมชนที่สอดรับกับตลาดและวิถีชีวิตยุคใหม่ที่จะช่วยสร้างโอกาสทางการตลาดและกระตุ้นความต้องการซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนของกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายมากขึ้น
“คาดว่าผู้ประกอบการทั้ง 30 ราย จะสามารถสร้างยอดขายตลอดการจัดงาน 9 วัน ได้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นยอดขายภายในงานและคำสั่งซื้อของคู่ค้าในอนาคตด้วย”
กรมยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนให้ตรงตามความต้องการของตลาด รวมทั้งปรับรูปแบบการผลิตและการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมากขึ้น สร้างจุดเด่นให้เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง สอดคล้องกับวัฒนธรรมในท้องถิ่น และสามารถจำหน่ายได้ทั้งในตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ ที่สำคัญจะต้องมองหาเวทีการตลาดใหม่ๆ ให้ผู้ประกอบการได้มีช่องทางการจำหน่ายมากขึ้นด้วย

