เปิดโครงสร้าง “วิงสแปน–PACCO” เครือข่ายคนการบินไทย? ปม “หมวกสองใบ” ผอ.จัดซื้อ นั่งบอร์ดบริษัทรับจ้าง
- หน้าหลัก
- เศรษฐกิจ-ธุรกิจ
- การค้า-อุตสาหกรรม-คมนาคม
- คมนาคม-ขนส่ง
เปิดโครงสร้าง “วิงสแปน–PACCO” เครือข่ายคนการบินไทย? ปม “หมวกสองใบ” ผอ.จัดซื้อ นั่งบอร์ดบริษัทรับจ้าง
เผยแพร่: 4 ต.ค. 2569 10:54 ปรับปรุง: 4 ต.ค. 2569 11:17 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
“ผู้จัดการออนไลน์” ได้สืบค้นข้อมูลและการตรวจสอบโครงสร้างกรรมการของบริษัท วิงสแปน เซอร์วิสเซส จำกัด และบริษัท ครัวการบินภูเก็ต จำกัด (PACCO) พบข้อสังเกตว่า กรรมการจำนวนมากเป็นอดีตหรือผู้บริหารปัจจุบันของการบินไทย ซึ่งทำให้สามารถเชื่อมโยงระหว่างบริษัทคู่สัญญากับองค์กรแม่อย่างการบินไทย
วิงสแปน รายได้ทะลุ 1.5 พันล้าน แต่ทุนแค่ 2 ล้านดำเนินธุรกิจจัดหาบุคลากรและ รับเหมาแรงงานภาคพื้น มีรายได้เติบโตจาก 218 ล้านบาทในปี 2564 เป็นเกือบ 1,500 ล้านบาทในปี 2568 ขณะที่ทุนจดทะเบียนมีเพียง 2 ล้านบาท สะท้อนบทบาทสำคัญในการจัดสรรกำลังคนให้ธุรกิจการบิน
แต่ทีสะดุดตาคือมีการนั่งควบหรือมี “หมวกสองใบ”
จุดที่ถูกจับตามากที่สุดคือ นางศิราภรณ์ รัตนเศรษฐ ซึ่งมีชื่อเป็นกรรมการบริษัทวิงสแปน ขณะเดียวกันยังดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายจัดซื้อของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวนำไปสู่เรื่องธรรมาภิบาลและมาตรการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน โดยเฉพาะกรณีที่บริษัทรับเหมาบุคลากรมีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของการบินไทยโดยตรง
สำหรับ บอร์ดวิงสแปน เต็มไปด้วยคนสายการบินไทย รายชื่อกรรมการวิงสแปนประกอบด้วยบุคลากรที่มีภูมิหลังจากสายงานทรัพยากรบุคคล ปฏิบัติการภาคพื้น คลังสินค้า และงานสนับสนุนของการบินไทยหลายราย ทำให้เกิดข้อสังเกตว่า บริษัทแห่งนี้อาจเป็นศูนย์รวมของเครือข่ายผู้บริหารจากองค์กรเดียวกัน
ส่วน PACCO พบว่ามีอดีตผู้บริหารระดับสูงของการบินไทยเข้าไปนั่งเป็นกรรมการหลายคน อาทิ นายโชคชัย ปัญญายงค์ อดีตรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่, นายดุษดี ระหงษ์ อดีตผู้บริหารฝ่ายบริการภาคพื้น และผู้บริหารระดับสูงอีกหลายราย
ดังนั้นการมีบุคลากรจากการบินไทยเข้าไปดำรงตำแหน่งในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของสายการบิน อาจไม่ใช่เรื่องผิดปกติในทางกฎหมาย แต่ได้จุดประกายว่า บริษัทคู่สัญญาเหล่านี้มีความเป็นอิสระจากการบินไทยมากน้อยเพียงใด หรือมีมาตรการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนเพียงพอหรือไม่ รวมถึงการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารสัญญามีระบบตรวจสอบถ่วงดุลที่เข้มแข็งเพียงใด
หลังจากปัญหากระเป๋าสัมภาระตกค้างและปัญหาการขาดแคลนบุคลากรภาคพื้น จึงถูกจับตามองว่าทำไมที่ถูกโยนกลับมาจึงไม่ใช่เพียงเรื่องประสิทธิภาพการทำงาน แต่เป็นเรื่องโครงสร้างอำนาจและธรรมาภิบาลของเครือข่ายธุรกิจที่เชื่อมโยงกับการบินไทยทั้งหมด