ทองลุ้นทะลุกรอบขาขึ้น จับตา PCE–จ้างงานสหรัฐฯ
วันนี้ ( 29 ก.ย.2569) เว็บไซต์ฮั่วเซ่งเฮง วิเคราะห์ สถานการณ์ ราคาทองคำในสัปดาห์นี้เข้าสู่ช่วง วัดใจ โดยมีทั้งปัจจัยหนุนและปัจจัยกดดันที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนีการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ตัวเลขการจ้างงาน และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ซึ่งจะเป็นตัวชี้ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และทิศทางราคาทองคำในระยะสั้น
ทองลุ้นทะลุกรอบขาขึ้น จับตา PCE–จ้างงานสหรัฐฯ
ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวลง หลังกรรมการเฟดที่มีสิทธิออกเสียงในการประชุม FOMC ปี 2569 ส่งสัญญาณโดยรวมว่า นโยบายการเงินยังจำเป็นต้องอยู่ในระดับเข้มงวด เพื่อควบคุมเงินเฟ้อให้กลับเข้าสู่เป้าหมาย 2% ขณะที่ตลาดแรงงานและเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีความแข็งแกร่ง
ด้านปัจจัยหนุนทองคำ ตลาดยังต้องติดตามทิศทางราคาน้ำมันและสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยแม้ซาอุดีอาระเบียเร่งเพิ่มการระบายน้ำมันดิบผ่านระบบถ่ายน้ำมันจากเรือสู่เรือ เพื่อส่งออกไปยังโรงกลั่นในเอเชีย ซึ่งช่วยเพิ่มอุปทานและอาจกดดันราคาน้ำมัน แต่สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซยังมีความไม่แน่นอน หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังมีความเห็นต่างกัน
ทองลุ้นทะลุกรอบขาขึ้น จับตา PCE–จ้างงานสหรัฐฯ
หากความขัดแย้งไม่ขยายตัวและอุปทานน้ำมันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อาจทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงและช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อ ขณะที่หากสถานการณ์กลับมาตึงเครียด ราคาพลังงานอาจปรับสูงขึ้นและส่งผลต่อแนวโน้มเงินเฟ้ออีกครั้ง
ตัวแปรสำคัญที่สุดในสัปดาห์นี้อยู่ที่ PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ โดยคาดว่า PCE เดือน ส.ค. จะชะลอลง โดย Total PCE อยู่ที่ประมาณ 3.6% จาก 3.7% ในเดือน ก.ค. และ Core PCE อยู่ที่ประมาณ 3.2% จาก 3.3% หากตัวเลขออกมาตามคาด อาจช่วยลดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ ผ่านความคาดหวังต่อนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ตลาดยังจับตา ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ทั้งภาคเอกชนจาก ADP และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ หากออกมาแข็งแกร่งกว่าหรือใกล้เคียงกับที่ตลาดคาด อาจสะท้อนว่าตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง เปิดทางให้เฟดมุ่งควบคุมเงินเฟ้อต่อไป และอาจเป็นแรงกดดันต่อราคาทองคำ
ทองลุ้นทะลุกรอบขาขึ้น จับตา PCE–จ้างงานสหรัฐฯ
ข้อมูลล่าสุดยังสะท้อนภาพตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง โดยการจ้างงานนอกภาคเกษตรรวมเพิ่มจาก 158.59 ล้านคนในเดือน ม.ค. 2569 เป็น 159.07 ล้านคนในเดือน ส.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดใหม่ ขณะที่ตัวชี้วัด Sahm Rule อยู่ที่ -0.07% ในเดือน ส.ค. ต่ำกว่าระดับ 0.50% ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ใช้บ่งชี้ความเสี่ยงภาวะถดถอย
ด้าน GDP สหรัฐฯ ตลาดจับตาการประกาศวันที่ 30 ก.ย. โดยเฟดประเมินเศรษฐกิจสหรัฐฯ ปี 2569 จะขยายตัว 2.3% และปี 2570 ขยายตัว 2.4% จากแรงหนุนการใช้จ่ายผู้บริโภคและภาคธุรกิจ รวมถึงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หาก GDP ออกมาแข็งแกร่ง อาจลดความจำเป็นในการผ่อนคลายนโยบายการเงินและกดดันราคาทองคำ
สำหรับ ปัจจัยทางเทคนิค ราคาทองคำอยู่ในรูปแบบ Falling Wedge ซึ่งสะท้อนการพักฐานหลังถูกแรงขายกดดัน โดยสัปดาห์นี้มี 2 ฉากทัศน์สำคัญหาก PCE ชะลอตัวตามคาด ขณะที่ราคาน้ำมันปรับลดลงและเงินดอลลาร์อ่อนค่า ทองคำมีโอกาสทะลุกรอบ Falling Wedge ขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 4,350 และ 4,430 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในทางกลับกัน หากความขัดแย้งสหรัฐฯ–อิหร่านรุนแรงขึ้น ดันราคาน้ำมัน Brent และ WTI ทำจุดสูงสุดใหม่ ประกอบกับตัวเลขจ้างงานและอัตราว่างงานสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่ง อาจเพิ่มแรงกดดันทองคำให้หลุดกรอบ Falling Wedge โดยมีแนวรับที่ 4,155 และ 4,070 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับ ทองคำแท่งในประเทศ มีคำแนะนำให้ทยอยสะสมเมื่อราคาปรับลงใกล้ 66,650 บาท โดยกำหนดจุดตัดขาดทุนที่ 65,900 บาท ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 69,200 บาท และ 70,000 บาท ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และสถานการณ์ราคาพลังงานอย่างใกล้ชิดตลอดสัปดาห์
อ่านข่าว:
ราคา “ทองคำ” เช้านี้ -300 บาท “รูปพรรณ” ขายออก 66,650 บาท
สรุปราคาทองคำ 28 ก.ย.2569 ปิดตลาด -1,700 บาท ผันผวน 20 ครั้ง
ราคา “ทองคำ” เช้านี้ -1,050 บาท “รูปพรรณ” ขายออก 67,600 บาท