Photo Street Nowhere ถ่ายสตรีทจากทุกที่ที่ชีวิตพาไป
มีช่างภาพหลายคนที่เดินทางไกลเพื่อตามหาภาพที่ดีที่สุด ไปญี่ปุ่น ไปยุโรป ไปตลาดเช้าที่ลาว แล้วกลับมาพบว่าภาพที่ดีที่สุดในทริปนั้นถ่ายขณะรอรถไฟที่สถานีบ้านเกิด
Photo Street Nowhere คือแนวคิดที่ว่า ถนนทุกสายคือสตรีท แม้แต่ถนนที่ไม่มีชื่อ สถานที่ที่ไม่มีใครนัดพบ และช่วงเวลาที่ไม่มีใครบันทึก
Street Photography ไม่ได้แปลว่าต้องอยู่บนถนน
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับ Street Photography คือคิดว่าต้องถ่ายบนถนน ในตลาด หรือในแหล่งชุมชนคึกคักเท่านั้น
แต่ Street Photography มีความหมายมากกว่านั้น มันคือการถ่ายภาพที่เราเห็นเป็นปกติธรรมดา ผู้คน สิ่งของต่างๆ สถานที่ที่เห็นในทุกๆ วัน ที่ไม่มีใครมองเห็นความงามของมัน แต่เราเห็น และเก็บความงามเหล่านั้นผ่านภาพถ่าย
สตรีทเล่าเรื่องของเรา ความคิดเห็นของเราเป็นหลัก ดังนั้น Photo Street Nowhere คือการยืนยันว่าทุกที่ที่เราอยู่คือ “สตรีท” ตราบใดที่เรามองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองข้าม
ชีวิตประจำวันคือ Location ที่ดีที่สุด

แนวคิดนี้สะท้อนได้ชัดจากภาพชุดที่บันทึกช่วงเวลาทั่วไปในชีวิตประจำวัน ทั้งตอนเที่ยวกับแฟน เดินเล่นกับเพื่อน พักผ่อนกับครอบครัว ไปรับเสด็จ นั่งเรือข้ามเกาะ เดินข้ามสะพานลอย ไปวิ่งออกกำลังกาย เล่นกับแมว ทำงานนอกสถานที่ หรือแม้แต่ตอนนั่งเล่นที่ระเบียงคอนโด
ชีวิตที่ธรรมดาเหล่านั้นกลายเป็น Street Photography ที่มีเรื่องเล่าได้ โดยไม่ต้องออกไปตามหาที่ไหนพิเศษ
Henri Cartier-Bresson ช่างภาพตำนานผู้คิดค้นแนวคิด Decisive Moment เคยพูดว่าภาพถ่ายที่ดีที่สุดไม่ได้เกิดจากการไปหาฉาก แต่เกิดจากการมีตาที่พร้อมเห็นเมื่อฉากนั้นมาหาเรา แนวคิดนั้นคือหัวใจของ photo street nowhere
เทคนิคถ่าย Street Photography ในที่ “ธรรมดา”
สำหรับคนที่อยากเริ่มถ่าย Street Photography ในแบบ photo street nowhere โดยไม่ต้องออกไปไหนไกล มีหลักการง่ายๆ ที่ช่วยได้
แสงธรรมชาติคือพระเอก — ในสถานที่ธรรมดา แสงมักเป็นสิ่งที่ทำให้ภาพพิเศษขึ้น แสงยามเช้าที่ส่องผ่านช่องหน้าต่าง เงาของคนบนพื้นซีเมนต์ในบ่ายวันธรรมดา หรือแสงไฟโทรศัพท์ที่สาดขึ้นหน้าคนในรถเมล์ยามค่ำคืน ล้วนสร้างบรรยากาศที่ไม่มีสตูดิโอไหนสร้างได้
รอความแปลกในความธรรมดา — แนวที่น่าสนใจคือสถานที่ธรรมดาแต่มีสถานการณ์แปลก สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นได้ทุกวินาที ไม่จำเป็นต้องตามล่า ตามหา จุดประสงค์มันคือการเล่าเรื่องของเรา การเขียนไดอารี่ของเรา การใช้ชีวิต ไม่ใช่การล่าเหยื่อ
กล้องขนาดเล็กคือเพื่อนที่ดี — ช่างภาพบางคนชอบใช้กล้อง compact หรือฟิล์มที่น้ำหนักเบา เพราะสะดวกในการพกพา มีขนาดเล็ก และไม่ค่อยเป็นที่สังเกต ทำให้ถ่ายได้โดยไม่รบกวนบรรยากาศ ส่วนมากจะใช้เลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสตั้งแต่ 25-50 มม. เพราะระยะนี้จะให้ภาพคล้ายกับที่ตาเปล่าของเรามองเห็น
ถ่าย F8 แล้วออกไปเดิน — เทคนิคคลาสสิคของ Street Photography คือตั้ง F8 ไว้แล้วออกไปเดิน ไม่ต้องวุ่นกับ Aperture หรือ Depth of field มากนัก ปล่อยให้ตาและสัญชาตญาณทำงานแทน
ภาพที่คนเดียวถ่ายได้
สิ่งที่ทำให้ photo street nowhere น่าสนใจคือมันเป็นงานส่วนตัวมากกว่า Street Photography แบบทั่วไป
ถ้าเราเรียนรู้แต่ Highlight ของคนอื่น ก็เหมือนกับการอ่านหนังสือที่มีแต่คำคมแต่ไม่ได้แก่นสารอะไรเลย ภาพสตรีทที่ดีที่สุดไม่ได้เกิดจากการไปในสถานที่ที่ช่างภาพดังๆ เคยไป แต่เกิดจากการพัฒนา Visual ของตัวเองซึ่งเป็นของคุณและมีเพียงคนเดียวในโลก
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมภาพถ่ายสตรีทในซอยหน้าบ้านของคนคนหนึ่งถึงมีคุณค่ามากกว่าภาพสวยๆ จากตลาดดังที่ทุกคนเคยไป เพราะมันบอกเล่าเรื่องของคนถ่ายโดยเฉพาะ ไม่มีใครเห็นเหมือนกัน
เริ่มจากที่ที่คุณอยู่ตอนนี้
ถ้าอยากลอง photo street nowhere ไม่ต้องรอโอกาสพิเศษ ไม่ต้องซื้อกล้องใหม่ ไม่ต้องวางแผนท่องเที่ยว
ยกโทรศัพท์ขึ้นมา มองรอบๆ ตัว และถ่ายสิ่งที่เห็นตอนนี้ โต๊ะทำงาน มือถือวางบนรถเมล์ เพื่อนกำลังนั่งรอกาแฟ หรือแสงบ่ายที่ส่องเข้ามาในห้องแล้วทำเงาลายสวย
ทุกอย่างรอบตัวคือภาพที่รอคนมองเห็น ถ้ายังไม่มีใครถ่าย ก็เพราะยังไม่มีใครยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกล้องในมือ
และตอนนี้ คนนั้นคือคุณ