“จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล

“จักรภพ” เผย พร้อมดัน ร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพบริหารทรัพยากรบุคคล เข้าสภา ชี้จำเป็นต้องกำหนดหลักเกณฑ์ชัดเจนเช่นเดียวกับอีก 18 วิชาชีพ ย้ำช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและสร้างหลักประกันให้ผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติ

นายจักรภพ เพ็ญแข สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ร่วมหารือกับสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย หรือ PMAT ประกอบด้วย นายวรพงษ์ รวิรัฐ ประธานสถาบันพัฒนาวิชาชีพบริหารทรัพยากรบุคคล และอดีตนายกสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย, นางมาริสา เชาว์พฤฒิพงศ์ รองประธานสถาบัน และอดีตนายกสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย และนายจินดา ผาสุข กรรมการสถาบัน และอดีตประธานชมรมบริหารงานบุคคลบางพลี ในการผลักดันกฎหมาย ร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)วิชาชีพบริหารทรัพยากรบุคคล พ.ศ. …

นายจักรภพ กล่าวว่า การเดินทางไปครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อหารือเกี่ยวกับการผลักดันร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพนักบริหารงานบุคคล หรือ HR ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของ ส.ส. ในการผลักดันกฎหมายให้ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาและมีผลบังคับใช้โดยเร็ว จากการหารือนายวรพงษ์ โดยเห็นถึงความจำเป็นในการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพนักบริหารงานบุคคลให้มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เช่นเดียวกับวิชาชีพอื่น ๆ ที่มีการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพมาแล้ว 18 วิชาชีพ

นายจักรภพ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนมีความเข้าใจว่างานบริหารบุคคลอาจไม่จำเป็นต้องมีคุณสมบัติเฉพาะทางด้านวิชาชีพ เนื่องจากพบเห็นหลายองค์กรแต่งตั้งบุคคลใกล้ชิดหรือเครือญาติเข้ามารับผิดชอบงานด้านบุคลากร อย่างไรก็ตาม ภายหลังได้ศึกษาร่างกฎหมายและหารือกับผู้เกี่ยวข้องอย่างละเอียด ทำให้เปลี่ยนมุมมองและเห็นด้วยว่า วิชาชีพนักบริหารงานบุคคลจำเป็นต้องมีมาตรฐานที่ชัดเจน

นอกจากนี้ การยกระดับมาตรฐานวิชาชีพดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยในภาพรวม โดยเฉพาะการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เนื่องจากภาคธุรกิจไทยมีทั้งผู้ประกอบการชาวไทยและนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งล้วนต้องการระบบบริหารจัดการบุคลากรที่มีมาตรฐาน เป็นมืออาชีพ และสามารถสร้างหลักประกันให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นายจักรภพ กล่าวด้วยว่า ตนพร้อมสนับสนุนประชาคมนักบริหารงานบุคคลในการผลักดันร่างกฎหมายให้มีความสมบูรณ์และเข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติ โดยจะนำเรื่องดังกล่าวไปหารือภายในพรรคฯ โดยเฉพาะกับวิปของพรรคฯ รวมถึงทำความเข้าใจกับ สส.และภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง ขอย้ำว่า การสนับสนุนครั้งนี้ไม่ได้มีผลประโยชน์ส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เป็นการสนับสนุนแนวทางที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานวิชาชีพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย