POKPOK เตรียมจัดงาน PokPok Oktoberfest 2026 เทศกาลอาหารและเครื่องดื่มริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งเป้าผลักดันเป็นอีเวนต์ประจำปี

นัฐพงษ์ จารวิจิต ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร POKPOK เปิดเผยว่า POKPOK เตรียมจัดงาน ‘PokPok Oktoberfest 2026’ ภายใต้แนวคิด ‘A New Tradition Begins.’ ระหว่างวันที่ 24 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2569 รวมระยะเวลา 9 วัน ณ The 71 Venue โดยนำบรรยากาศเทศกาลอ็อกโทเบอร์เฟสต์ (Oktoberfest) ในกลิ่นอายแบบเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี มาจัดขึ้นริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อสร้างพื้นที่แห่งการพบปะและเฉลิมฉลองร่วมกันในบรรยากาศเทศกาลสไตล์เยอรมัน

สำหรับการจัดงานครั้งนี้ POKPOK ได้ประสานความร่วมมือกับองค์กรและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับเยอรมนีในประเทศไทย ได้แก่ สมาคมนักเรียนเก่าเยอรมันในพระบรมราชูปถัมภ์ (VTD) และมูลนิธิวัฒนธรรมไทย-เยอรมัน (TDKS) เพื่อถ่ายทอดกลิ่นอายและวัฒนธรรมเยอรมันให้เป็นส่วนหนึ่งของงาน

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการประสานเชิญผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทยเข้าร่วมพิธีเปิด ตลอดจนหารือกับหน่วยงานพันธมิตรจากหลายภาคส่วนเพื่อสนับสนุนและต่อยอดให้งานดังกล่าวเติบโตเป็นเทศกาลประจำปีในอนาคต

พื้นที่จัดงาน PokPok Oktoberfest 2026 จะเปิดให้บริการทั้งภายในฮอลล์และโซนกลางแจ้งริมแม่น้ำของ The 71 Venue โดยรวบรวมร้านอาหารเยอรมัน อาหารนานาชาติ และเครื่องดื่มหลากหลายแบรนด์มากกว่า 50 บูธ

ภายในงานจะมีการตกแต่งสไตล์บาวาเรีย จัดเตรียมโต๊ะยาวสำหรับนั่งร่วมกัน พร้อมด้วยดนตรีสด เกม และกิจกรรมตลอดทั้งวัน ซึ่งสามารถรองรับได้ทั้งผู้ร่วมงานทั่วไป กลุ่มเพื่อน ครอบครัว ตลอดจนการเปิดรับจองโต๊ะสำหรับกลุ่มและองค์กร

นัฐพงษ์กล่าวว่า การจัดงาน PokPok Oktoberfest 2026 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ POKPOK ในการทดลองพลิกสมการธุรกิจ จากเดิมที่ทำหน้าที่นำอาหารไปหาผู้บริโภคผ่านโมเดลฟู้ดเดลิเวอรี เปลี่ยนมาเป็นการสร้างพื้นที่และประสบการณ์เพื่อให้ผู้คนเดินทางมาพบกัน โดยยังคงใช้อาหารเป็นหนึ่งในตัวเชื่อมโยงสำคัญระหว่างผู้คน ซึ่งแนวคิดนี้เกิดขึ้นหลังจากธุรกิจหลักเริ่มมีการเติบโตและแข็งแกร่งมากขึ้น แบรนด์จึงมองหาโอกาสในการต่อยอดไปสู่พื้นที่ใหม่ๆ

สำหรับจุดเริ่มต้นของ POKPOK นัฐพงษ์อธิบายว่า เกิดขึ้นจากการมองเห็นปัญหา (Pain Point) เรื่องค่าจัดส่งอาหารในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เนื่องจากผู้บริโภคต้องการรับประทานอาหารจากร้านที่หลากหลายและอยู่ไกลออกไป แต่ข้อจำกัดเรื่องค่าจัดส่งที่สูงทำให้หลายคนต้องเปลี่ยนใจ POKPOK จึงนำแนวคิด ‘รถพุ่มพวง’ มาผสมผสานกับฟู้ดคอร์ตและฟู้ดเดลิเวอรี เกิดเป็นโมเดลธุรกิจที่รวบรวมอาหารจากหลายร้านค้าแล้วจัดส่งให้ลูกค้าหลายรายในพื้นที่เดียวกัน เพื่อช่วยเฉลี่ยต้นทุนการจัดส่ง

จากจุดเริ่มต้นที่มีรถอาหารเคลื่อนที่เพียงไม่กี่คัน POKPOK สามารถขยายจำนวนเป็น 7 คันภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี ก่อนจะเพิ่มเป็น 11 คัน ครอบคลุมการให้บริการ 16 เส้นทาง และเติบโตอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันมีรถให้บริการราว 50 คัน โดยในช่วงปี 2567-2568 ที่ผ่านมา ธุรกิจสามารถสร้างยอดขายรวมได้มากกว่า 100 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของการพัฒนารูปแบบธุรกิจที่ตั้งต้นจากความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างเป็นรูปธรรม