เด็กทุกคนต้องได้เรียน ‘แสนสิริ’ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
การดำเนินงานร่วมกันระหว่างแสนสิริ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และภาคีเครือข่าย สู่ผลลัพธ์ 4 Pathways ภายใต้ “ราชบุรี Sandbox” สร้างผลกระทบเชิงบวกที่วัดผลได้จริงในทุกมิติ
1.ฐานข้อมูลและการค้นหาเชิงรุก : ร่วมสร้างกลไกระดับจังหวัดและระบบสารสนเทศ ค้นหา คัดกรอง คืนตัวตนให้เด็กนอกระบบ (0-25 ปี) นำร่องช่วยเด็กในราชบุรีได้กว่า 13,000 คน
2.การป้องกันเชิงรุกในจุดเปราะบาง : จัดสรรทุนช่วยเหลือเด็กในช่วงชั้นรอยต่อ (ป.6 และ ม.3) ที่เสี่ยงหลุดออกนอกระบบได้ รวมทั้งจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษาครอบคลุม 4 สังกัด นำร่องมาตรฐานโรงเรียนคุณภาพ และสร้างแผนชุมชนป้องกันเด็กเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา
3.การพัฒนาต้นแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น : ผ่านแนวทาง “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” ขยายผลทั้งจังหวัดราชบุรี รวมถึงจัดตั้งศูนย์การเรียนมาตรา 12 แห่งแรกในจังหวัด พัฒนาห้องเรียนสาขาร่วมกับศูนย์การศึกษาพิเศษ และสร้างกลไกตำบลช่วยเหลือเด็กนอกระบบ นอกจากนี้ยังสร้างปรากฏการณ์ครั้งแรกของประเทศ ด้วยการพัฒนาอาสาสมัครการศึกษา และพัฒนาหลักสูตรยืดหยุ่นตอบโจทย์ชีวิต 7 หลักสูตร (เช่น จักรวาลฟุตบอล, Smart Farmer, ค้าปลีก)
4.ดึงภาคเอกชนร่วมสร้างรายได้ (Learn to Earn) : จับมือกับผู้ประกอบการและหอการค้าในพื้นที่ และโรงเรียนอนันตรักษ์การบริบาล เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพและสร้างโอกาสทำงานระหว่างเรียนให้กับเด็กนอกระบบ
ความสำเร็จของ Zero Dropout ในการดึงเด็กกลับเข้าสู่ห้องเรียน สอดคล้องอย่างมีนัยสำคัญกับทิศทางและงานวิจัยเชิงนโยบายระดับนานาชาติ ล่าสุดจากเวทีเสวนาขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ในหัวข้อ “Getting Students Back to School and Keeping Them Engaged” เพื่อเจาะลึกรายงานฉบับใหม่ “Every Day Counts”
ซึ่งระบุตรงกันว่า การขาดเรียนของนักเรียนไม่ใช่แค่ปัญหาพฤติกรรม แต่คือ “สัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า” หรือ Early Warning Sign ของวิกฤตความเหลื่อมล้ำที่ใหญ่กว่า
การวิจัยของ OECD และสหภาพยุโรป (EU) ชี้ชัดว่า มาตรการเชิงลงโทษไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แต่ต้องอาศัยกลไกเชิงระบบและฐานข้อมูลที่แม่นยำ เนื่องจากเยาวชนที่ออกจากโรงเรียนกลางคัน (Early School Leavers) จะสูญเสียโอกาสในการพัฒนาทุนมนุษย์มหาศาล โดยมีเพียงร้อยละ 46 เท่านั้นที่เข้าสู่ตลาดแรงงานได้
ขณะที่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจะลดลงอย่างรุนแรง ซึ่ง “ราชบุรีโมเดล” ของแสนสิริและ กสศ. ได้พิสูจน์บทเรียนสากลนี้ ผ่านการสร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้า และระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษา บูรณาการข้อมูลรายบุคคล จนช่วยดึงเด็กและเยาวชนไทยนอกระบบลงมาได้อย่างต่อเนื่อง
เปลี่ยนวิถีการทำงานจากการนับจำนวนเด็กที่หลุดไปแล้ว มาเป็นการ “ป้องกันเชิงรุก” ก่อนที่เด็กจะหลุดออกจากระบบอย่างถาวร สอดรับกับวาระส่วนภูมิภาคอย่าง ASEAN Zero Dropout ในอนาคต