วช. เดินหน้าขับเคลื่อน “รางวัลธัชชา” ยกย่องผู้สร้างคุณูปการด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ สร้างแรงบันดาลใจและต่อยอดงานวิจัยสู่การพัฒนาประเทศ - เทคโนโลยีชาวบ้าน

วันที่ 5 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดแถลงข่าวรางวัลการวิจัยด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย “รางวัลธัชชา” (TASSHA Awards) ประจำปีงบประมาณ 2569 โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในงานแถลงข่าวพร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. นักวิจัย และผู้สนใจเข้าร่วม ณ ศูนย์สารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า วช. เดินหน้ายกระดับการส่งเสริมงานวิจัยด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ โดยจัดให้มี “รางวัลการวิจัยด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย (รางวัลธัชชา)” เพื่อเชิดชูเกียรตินักวิจัย บุคคลผู้มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนงานวิจัย และผลงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ภายใต้การขับเคลื่อนของวิทยสถานสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย (TASSHA) ใน 5 สาขาหลัก ได้แก่ สุวรรณภูมิศึกษา โลกคดีศึกษา เศรษฐกิจพอเพียง พิพิธภัณฑ์ศิลปกรรมแห่งชาติ และช่างศิลป์ท้องถิ่น รางวัลธัชชาแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

ทั้งนี้ วช. เปิดรับการเสนอชื่อผ่านระบบข้อมูลสารสนเทศวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (NRIIS) ระหว่างวันที่ 1-31 สิงหาคม 2569 เพื่อร่วมยกย่องผู้สร้างคุณูปการและผลักดันให้งานวิจัยด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ มีการเสวนาหัวข้อ “เชื่อมศาสตร์ สร้างคุณค่า : มุมมองงานวิจัย 5 สาขาแห่งธัชชา” โดยนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญจากทั้ง 5 สาขา ประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชวลิต ขาวเขียว อาจารย์ประจำคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร นักวิจัยสาขาสุวรรณภูมิศึกษา รองศาสตราจารย์ ดร.ภูริ ฟูวงศ์เจริญ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักวิจัยสาขาโลกคดีศึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วารุณี ศรีสงคราม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ นักวิจัยสาขาเศรษฐกิจพอเพียง รองศาสตราจารย์ ดร.น้ำฝน ไล่สัตรูไกล นักวิจัยและนักออกแบบสมาคมส่งเสริมการจัดการพิพิธภัณฑ์ นิทรรศการและการออกแบบสร้างสรรค์ นักวิจัยสาขาพิพิธภัณฑ์ศิลปกรรมแห่งชาติ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีระชาติ มัตติทานนท์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิทยาลัยชุมชน นักวิจัยสาขาช่างศิลป์ท้องถิ่น ซึ่งร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการวิจัย พร้อมสะท้อนบทบาทของงานวิจัยทั้ง 5 สาขาในการสร้างคุณค่าให้แก่สังคม ชุมชน และประเทศ

ภายในงาน ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยเด่นจากทั้ง 5 สาขาของรางวัลธัชชา ประกอบด้วย

การจัดงานในครั้งนี้ เป็นความมุ่งมั่นของ วช. ในการยกระดับงานวิจัยด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ ให้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศ ควบคู่กับการสร้างแรงบันดาลใจแก่บุคลากรวิจัย ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดการนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์และต่อยอดสู่การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

Tags

Related Posts

ไอศกรีมกะทิสดบ้านแพ้ว เสิร์ฟคู่ชามไก่ลำปาง สองสินค้าอัตลักษณ์มาพบกันในหนึ่งเมนู สะท้อนพลัง OTOP Next ต่อยอดภูมิปัญญาไทยให้ร่วมสมัย นายกฯ ชวนคนไทยร่วมอุดหนุนของดีจากผู้ประกอบการในงานศิลปาชีพฯ วันนี้ (8 ส.ค.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แวะเยี่ยมชมพื้นที่โซน OTOP Next พร้อมพูดคุยให้กำลังใจผู้ประกอบการ และเลือกชิม ไอศกรีมกะทิสดมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้วแท้ จากร้านเพชรไอศกรีม จ.สมุทรสาคร ความพิเศษของเมนูนี้ ไม่ได้มีเพียงไอศกรีมที่ใช้ “มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว” ของดีอัตลักษณ์จังหวัดสมุทรสาคร เป็นวัตถุดิบสำคัญเท่านั้น แต่ยังนำ “ชามตราไก่” ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมอัตลักษณ์สำคัญของจังหวัดลำปาง มาใช้เป็นภาชนะในการเสิร์ฟ เกิดเป็นการ “คอลแลบ” ของดีจากสองชุมชนต่างพื้นที่ ให้มาพบกันอย่างสร้างสรรค์ สะท้อนแนวคิดของ OTOP Next ที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการรักษาของดีดั้งเดิม แต่เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการนำอัตลักษณ์ วัตถุดิบ และภูมิปัญญาของแต่ละชุมชนมาต่อยอด เชื่อมโยง และสร้างมูลค่าใหม่ ให้สินค้า OTOP เข้าถึงผู้บริโภคได้ในรูปแบบที่ร่วมสมัยมากขึ้น สามารถสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บร

8 สิงหาคม 2569

ย้อนไปกว่า 20 ปีที่แล้ว “น้มนม” แบรนด์นมโคท้องถิ่นของสหกรณ์โคนมเชียงใหม่ จำกัด เป็นผลิตภัณฑ์ ที่คนเมืองเชียงใหม่รู้จักเป็นอย่างดี เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค ทั้งนมถุงพาสเจอร์ไรส์และนมกล่องยูเอชที ก่อนจะมา รีแบรนด์ใหม่ เปลี่ยนเป็น “ซีเอ็ม มิลค์” (CM MILK) ในเวลาต่อมา เพื่อก้าวสู่ความเป็นอินเตอร์มากขึ้น ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับการรีแบรนด์ใหม่ เพราะจะต้องโหมโฆษณาประชาสัมพันธ์ยืนยันให้กลุ่มลูกค้าเดิมเข้าใจว่าเป็นแบรนด์เดิม คุณภาพนมยังคงเหมือนเดิม เพื่อไม่ให้เสียส่วนแบ่งการตลาด ขณะที่แบรนด์ใหม่ ซีเอ็ม มิลค์ (CM MILK) ภายใต้สโลแกน “ธรรมชาติทุกหยด นมสดสหกรณ์” ก็ต้องรุกการตลาดลูกค้ากลุ่มใหม่ในเวลาเดียวกัน“นมพาณิชย์ของเราตอนนี้เป็นแบรนด์ใหม่ “ซีเอ็ม มิลค์ CM MILK” เป็นการรีแบรนด์มาจาก “น้มนม” สื่อประมาณว่าผลิตจากนมโคจริง ๆ” นายเกษมศักดิ์ สุขเกษม ผู้จัดการสหกรณ์โคนมเชียงใหม่ จำกัด เผยที่มาของแบรนด์ผลิตภัณฑ์นมของสหกรณ์ฯ ซึ่งปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์นมเพียง 2 ชนิดที่ผลิตออกสู่ตลาด ได้แก่ นมพาสเจอร์ไรส์และนมยูเอชที โดยนมพาสเจอร์ไรส์ มีลูกค้าหลักคือนมโรงเรียน ส่วนนมยูเอชทีเป็นนมพาณิชย์และพาสเจอร์ไรส์ บางส่ว

8 สิงหาคม 2569

การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 และไฟป่าในภาคเหนือ ไม่ได้จบเพียงการดับไฟเมื่อเกิดเหตุ แต่ต้องเริ่มจากการลดเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่าและเศษวัสดุการเกษตรที่เป็นต้นเหตุของการเผา ล่าสุดที่อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ชุมชนร่วมกับ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ CPF และภาคีเครือข่าย พัฒนาระบบจัดการชีวมวล เปลี่ยนกิ่งไม้ ใบไม้แห้ง และเศษวัสดุหลังการเก็บเกี่ยวให้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลและผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงช่วยลดการเผา ลดไฟป่า ลดฝุ่นPM2.5 สร้างรายได้ให้คนในชุมชนภายใต้ “โครงการป้องกันไฟป่าและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5” ตัวแทนวิสาหกิจชุมชนจากตำบลทาปลาดุกและตำบลทาสบเส้า อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและการลงมือปฏิบัติ ตั้งแต่การสำรวจและคัดแยกวัสดุ การเลือกเครื่องจักร การแปรรูปอย่างปลอดภัย ตลอดจนการวางแผนตลาด เพื่อพัฒนาระบบจัดการชีวมวลที่สอดคล้องกับทรัพยากรและศักยภาพของแต่ละชุมชน ลดเชื้อเพลิง ก่อนเข้าสู่ฤดูไฟป่า ผศ.ดร.สุดเขต สกุลทอง วิทยาลัยบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า ภาคเหนือมีเศษวัสดุชีวมวลจากพื้นที่ป่าและภาคเกษตรจำนวนมาก ขณะที่จังหวัดลำพูนเพียงจังหวัดเดียวมีเศษวัสดุจากแปลงเกษตรมากกว่า 900,000 ตันต่อปี ห

7 สิงหาคม 2569

สืบเนื่องจากนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้กรมประมงเร่งแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ โดยมุ่งการจำกัดพื้นที่การระบาด การกำจัดปลาหมอคางดำออกจากระบบนิเวศ และการส่งเสริมการนำปลาไปใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการจำกัดและกำจัดจำนวนประชากรปลาหมอคางดำนั้น ล่าสุด สำนักงานประมงจังหวัดราชบุรีร่วมกับหน่วยงานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายของกรมประมง (Fisheries Co-ordinator : FC) จังหวัดราชบุรี ประกอบด้วย ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดราชบุรี ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดเพชรบุรี หน่วยป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดเขื่อนแก่งกระจาน เพชรบุรี และเทศบาลตำบลเจ็ดเสมียน จัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลองกำจัดปลาหมอคางดำ” พร้อมประกวดแข่งขันจับปลาหมอคางดำชิงเงินรางวัล 1พันบาท ระหว่างวันที่ 6–7 สิงหาคม 2569 ในพื้นที่คลองหนองบางงู หมู่ที่ 6 ตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี    นายอำนาจ จีนขาวขำ ประมงจังหวัดราชบุรีกล่าวว่า สำนักงานประมงจังหวัดราชบุรี ได้จัดกิจกรรมแข่งขันจับปลาหมอคางดำควบคู่กับกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” บริเวณคลองหนองบางงู หมู่ 6 ต.เจ็ด

7 สิงหาคม 2569

เกษตรกรรมไทยผูกติดอยู่กับฟ้าฝน ต้นทุนที่ผันผวน และความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้มาช้านาน จนกลายเป็นภาพจำที่ยากจะสลัดหลุด ทั้งที่ประเทศไทยไม่เคยขาดแคลนองค์ความรู้หรือความเชี่ยวชาญด้านการเกษตร สิ่งที่ขาดหายไปตลอดมาคือ “ระบบ” ที่จะเชื่อมโยงความรู้เหล่านั้นให้เดินทางจากห้องปฏิบัติการไปถึงแปลงเกษตรได้จริง ช่องว่างเหล่านั้นกำลังจะถูกปิดลง เมื่อความร่วมมือระดับโลกครั้งสำคัญของภาคเกษตรและอาหารไทยเปิดตัวแพลตฟอร์มนวัตกรรมเพื่อระบบนิเวศนวัตกรรมเกษตรและอาหารที่ยั่งยืนอย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่อ “Farming Future, Together” ​กรุงเทพฯ, 6 สิงหาคม 2569 — สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย สมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย และภาคีเครือข่ายมหาวิทยาลัยไทยทั่วประเทศ ผสานพลังความร่วมมือระดับโลก ประกาศเปิดตัวความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ในโครงการ “Farming Future, Together” ภายใต้งานประชุมระดับสากล “Farming The Future With KMITL Forum 2026” ณ KMITL Lifelong Learning Center (KLLC) การผนึกกำล

7 สิงหาคม 2569

สุพรรณบุรี — เปิดฉากความร่วมมือครั้งสำคัญ บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย เดินหน้าผลักดันโซลูชันนาข้าวจับมือศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย หรือ “นาเฮียใช้” จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วยเครือข่ายพันธมิตร จัดงาน ฟิลด์เดย์ “นาดี นาปัง” สุพรรณบุรี เปิดแปลงนาสาธิตให้เกษตรกรได้สัมผัส ตั้งแต่การเลือกสายพันธุ์ การรับมือโรคและแมลงศัตรูพืชแบบมือโปร ไปจนถึงเทคโนโลยีการเกษตรสุดล้ำที่จะพลิกโฉมแปลงนาได้ผลผลิตดีขึ้น ภายในงานฟิลด์เดย์ครั้งนี้กลุ่มเกษตรกรได้ลงพื้นที่แปลงนาสาธิตเพื่อเรียนรู้การจัดการเพาะปลูกข้าวแบบใกล้ชิด พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนกับนักเกษตรและทีมผู้เชี่ยวชาญ ในโอกาสนี้ คุณมนัส เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจียไต๋ จำกัด ร่วมลงพื้นที่แปลงนาสาธิต พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนกับเกษตรกร เพื่อต่อยอดโซลูชันให้ตอบโจทย์กับความต้องการในแต่ละพื้นที่ได้มากยิ่งขึ้น ไฮไลต์สำคัญของงาน คือการยกองค์ความรู้ “โซลูชันนาข้าวเจียไต๋” มาถ่ายทอดสู่แปลงเพาะปลูกจริง พร้อมการบรรยายที่เชื่อมทุกจิ๊กซอว์เข้าด้วยกัน ทั้งแผนจัดการการเพาะปลูก การเลือกใช้ปัจจัยการผลิต และเทคโนโลยีที่ใช่ ให

6 สิงหาคม 2569