ปิดฉากเซียนกำมะลอ! "โทน บางแค" ปลอมสตอรี่ปั่นราคากล้องส่องพระ ฟันกำไรหลายสิบล้าน

  1. หน้าหลัก 
  2. อาชญากรรม 
  3. เรื่องพิเศษอาชญากรรม 

ปิดฉากเซียนกำมะลอ! "โทน บางแค" ปลอมสตอรี่ปั่นราคากล้องส่องพระ ฟันกำไรหลายสิบล้าน

เผยแพร่: 6 ส.ค. 2569 16:44   ปรับปรุง: 6 ส.ค. 2569 16:44   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



ปิดฉากเซียนกำมะลอ! "โทน บางแค" จอมลวงโลก สร้างสตอรี่ปลอม ปั่นราคากล้องส่องพระ "ZEISS D40 Limited Edition Blue Marine" ลงทุน 8 ล้าน ฟันกำไรเหนาะ ๆ หลักหลายสิบล้าน

​กลายเป็นประเด็นร้อนสะเทือนวงการพระเครื่อง เมื่อ "โทน บางแค" เซียนพระชื่อดัง ถูกตำรวจ ปอศ.จับกุมกรณีหลอกขายกล้องส่องพระรุ่นพิเศษ ZEISS D40 Limited Edition สี Blue Marine ที่อ้างว่าเป็นงาน Collab ครั้งยิ่งใหญ่ระดับโลกในวาระครบรอบ 175 ปี ของบริษัท Carl Zeiss ของเยอรมนี

จุดเริ่มต้นสัญญา : กล้องพิเศษ 3,175 ตัว กับดีลหลักล้าน เรื่องราวเริ่มขึ้นช่วงปลายปี 2565 เมื่อ บริษัท พระเครื่องเมืองไทย จำกัด ของ โทน บางแค สั่งผลิตกล้องส่องพระ D40 สี Blue Marine จำนวน 3,175 ตัว จาก บริษัท มาเวลล์ อายแคร์ จำกัด (ตัวแทนจำหน่าย/Distributor ในไทย) มูลค่ารวมกว่า 8.32 ล้านบาท ตกราคาตัวละ 2,450 บาท
25 ต.ค. 2565: เซ็นสัญญาซื้อขายกล้อง D40 Limited Edition สี Blue Marine

​พ.ย. 2565: เปิดตัวโฆษณาว่าเป็น "คนไทยคนแรกและคนเดียวที่ได้ Collab ตรงกับ ZEISS เยอรมนี" ในโอกาสครบรอบ 175 ปี รันนัมเบอร์พร้อมการ์ดรับรองเฉพาะรุ่น
​ เงื่อนงำโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว-สวมรอยโลโก้ 175 ปี

​เพียงไม่กี่วันหลังเปิดตัว ความผิดปกติแรกก็เริ่มปรากฏ เมื่อมีการเปิดจองสินค้าผ่านไลฟ์สด

​31 ต.ค. 2565 มียอดจองกว่า 1,000 ชิ้น คิดเป็นเงินกว่า 21 ล้านบาท ทว่ายอดเงินทั้งหมดกลับถูกให้โอนเข้า "บัญชีส่วนตัว" ของ โทน บางแค ไม่ใช่บัญชีบริษัทแต่อย่างใด

มีการจัดทำบัตรจองที่ใช้เครื่องหมายการค้า "175 ปี ZEISS" โดยไม่ได้รับอนุญาตจากทั้ง บริษัท มาเวลล์ฯ และ บริษัท Carl Zeiss ซึ่งเป็นบริษัทแม่จากเยอรมนี

ต้นเดือน ธ.ค. 2565 ปั่นราคา
ปรากฏกรณี "มาดามเก่ง" ไม่ได้รับกล้อง 300 ตัวที่สั่งจองล่วงหน้าในราคา 2,450 บาท จึงให้ "ตี๋ตื่น" โทรสอบถาม โทน อ้างว่าเหลือแบ่งให้แต่ราคาขึ้นไปถึงตัวละ 10,000 บาท สุดท้ายตี๋ตื่น โอนซื้อไป 3 ล้านบาท

​บินลัดฟ้าทำคอนเทนต์ตอกย้ำภาพลักษณ์ "คู่ค้าฝั่งเยอรมนี"

​เพื่อสยบข่าวลือและสร้างความน่าเชื่อถือให้สินค้าราคาพุ่งสูง
ก.พ. 2566: โทน บางแค บินไปถ่ายทำคลิปหน้าอาณาจักรและพิพิธภัณฑ์ ZEISS ที่ประเทศเยอรมนี ในชื่อคอนเทนต์ "สงสัยจึงต้องมา... คนไทยคนแรก collab กล้องระดับโลก!" เพื่อตอกย้ำว่าเป็นคู่ค้าโดยตรง พร้อมทำสื่อโฆษณาโดยไม่ขออนุญาต บริษัท มาเวลล์ฯ ที่เป็น Distributor และไม่ขออนุญาต บริษัท Carl Zeiss แต่อย่างใด

กุมภาพันธ์ 2566 – ปลายปี 2567: มีการปล่อยคลิปสั้น (Reels/TikTok) ยืนยันความแท้ 100% อ้างเป็นเลนส์เทคโนโลยีใหม่ "Special Edition For Thailand" เพื่อโต้ตอบกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในเว็บบอร์ดพระเครื่อง
​การส่งมอบสินค้าเริ่มมีปัญหา เมื่อฝั่งตัวแทนส่งมอบกล้องได้รวม 2,995 ชิ้น ขาดไป 180 ชิ้น จากปัญหาการผลิตซึ่งระบุเป็นเหตุสุดวิสัยตามสัญญา ทำให้เกิดการฟ้องร้องกันในชั้นศาล

ปั่นราคาหลักหมื่น ทั้งที่สเปกไม่ต่างจากรุ่นธรรมดา?

​แม้จะมีคดีความในชั้นศาล ระหว่างบริษัทผู้ผลิตกับโทน บางแค แต่การขายบนหน้าเพจ "โทน บางแค FC" ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง

​ปี 2568 – กลางปี 2569: แม้โทนอ้างว่าสินค้าหมด แต่กลับมีการนำกล้องออกมาปล่อยขายผ่านเพจในราคา 25,000 บาทอัพ

​มิ.ย. 2569: เพจไลฟ์ขายในราคาพุ่งสูงถึง 28,500 บาท/ตัว และยังคงให้โอนเข้าบัญชีส่วนตัวเช่นเดิม

ข้อสังเกตสำคัญจากผู้ผลิต

สินค้ากล้องส่องพระ ZEISS D40 รุ่นปกติ (สีเทา) ที่วางจำหน่ายทั่วไป มีราคาเพียง ประมาณ 3,450 บาท ซึ่งมีคุณภาพ เลนส์ และสเปกเดียวกันทุกประการ กับ ZEISS D40 Limited Edition สี Blue Marine ของโทนบางแค ต่างกันเพียงแค่ "สีภายนอก" เท่านั้น

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการนำกล้องไป ยิงเลเซอร์ทำโค้ดแต่งเติมเองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัทผู้ผลิต เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผู้ซื้อเข้าใจผิดว่าเป็นรุ่น Limited Edition 175 ปี ของ ZEISS จริง ซึ่งทางตัวแทนจำหน่ายได้เคยเตือนไปแล้ว

เรื่องราวของกล้อง ZEISS D40 Limited Edition Blue Marine กลายเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของวงการพระเครื่อง ที่สะท้อนถึงการใช้ภาพลักษณ์แบรนด์ระดับโลกมาปั่นกระแสในวงการพระเครื่องบ้านเราที่มักถูกครหาเรื่องลักษณะดังกล่าวมาเป็นเวลาช้านาน จากกล้องราคาหลักพันสู่การปั่นราคาแตะหลักสามหมื่นบาท