ปัดแอปฯ หาคู่จนล้า ตอบวนซ้ำเดิมจนเบื่อ ทำยังไงถึงจะเริ่มต้นความสัมพันธ์กับใครสักคนได้จริงๆ นะ
เดตยังไงให้ได้คู่กันนะ?
เข้าแอปฯ หาคู่ทีไรเป็นต้องรู้สึกเหนื่อยใจทุกที ใช่ว่าได้เจอผู้คนมากมายแล้วจะได้มีแฟนได้ง่ายๆ เหมือนที่หลายคนคิด เพราะยิ่งมีตัวเลือกมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งกังวล และต้องรับมือกับการพูดคุยมากเท่านั้นนี่สิ
การปัด หรือการเริ่มต้นบทสนทนาต่างก็เป็นเรื่องน่าเบื่อหน่ายที่คนโสดหลายคนต้องเจอ แค่นึกถึงการเริ่มต้นข้อความด้วยประโยคจืดชืด อย่าง ‘ทักครับ’ หรือ ‘ทำอะไรอยู่’ ก็แทบอยากจะร้องไห้ออกมาแล้ว เพราะชวนให้เรารู้สึกเหมือนว่าการพูดคุยกลายเป็นหน้าที่อย่างช่วยไม่ได้ ไหนยังต้องรับมือกับความผิดหวังกับพวกหลอกลวงที่ไม่มีตัวตนจริง หรือความกังวลก่อนไปเดตจริงอีก แค่นี้ก็ทำให้หลายคนถอดใจกับการหาคู่ แล้วปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตาฟ้าลิขิตไปแทน
อันที่จริงการใช้แอปหาคู่ไม่ใช่เรื่องผิด แง่หนึ่งมันก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่มีความหมายได้เช่นกัน แต่เราจะควรใช้มันอย่างไรดี เพื่อให้การเดตไม่เป็นแค่ความเหนื่อยล้าทางใจดีละ?
วันนี้เราได้พูดคุยกับทีมทำงานจาก Coffee meets Bagel (CMB) แอปหาคู่ที่เน้นการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว ทั้ง ซินดี้ ยิป (Cindy Ip) ผู้จัดการผลิตภัณฑ์อาวุโส และ เรเชล ที (Rachel Tee) หัวหน้าฝ่าย Trust & Safety และชวนไปสำรวจภาวะ ‘dating fatigue’ หรือความเหนื่อยล้าจากการปัดหาคู่เดตไม่รู้จบในยุคนี้ และวิธีเริ่มต้นบทสนทนาที่ทำให้เรารู้จักตัวตนอีกฝ่ายมากขึ้น

เมื่อการสร้างความสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องง่าย
หากใครเคยได้ลองใช้แอปหาคู่มาบ้าง คงรู้สึกเหมือนกันว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เราจะได้พบกับคนที่ตรงใจ แถมยังต้องรู้สึกว่าต้องคอยสวมหน้ากาก เพื่อให้บทสนทนาช่วงแรกเป็นไปอย่างราบรื่น จนทำให้เรารู้สึกเหนื่อยล้า
ไม่แปลกเลยหากเราจะรู้สึกเช่นนั้น เพราะหากเราลองมาดูวิธีการนำเสนอของแอปหาคู่ เราจะพบว่ามันเหมือนการนำเสนอสินค้า ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพแสนเพอร์เฟ็กต์ ความชอบ ไลฟ์สไตล์ หรือเป้าหมายอันสั้นกระชับ น่าดึงดูด เหมือนรายละเอียดสินค้า ที่รอคอยให้คนถูกใจเข้ามาเลือกหยิบไป
ทั้งที่จริงแล้ว ในการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมาย เราไม่ได้คบหาใครบางคน เพียงเพราะด้านดีของเขาเพียงอย่างเดียว ในเมื่อมนุษย์ทุกคนล้วนมีข้อบกพร่องและบาดแผลของตัวเอง เรายังอาจต้องยอมรับด้านที่ไม่สวยงามของอีกฝ่ายไว้เช่นกัน
แพม วิลซีย์ (Pam Willsey) นักจิตวิทยาบำบัด อธิบายว่าการสร้างความสัมพันธ์ที่แท้จริง คือความจริงใจกับผู้อื่น โดยปราศจากการสวมหน้ากากเพื่อปกป้องตัวเอง โดยธรรมชาติแล้วเราต่างปรารถนาจะเชื่อมโยงกับมนุษย์คนอื่นๆ อยู่แล้ว ด้วยการแบ่งปันเรื่องราว แสดงด้านเปราะบาง หรือแสดงความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองออกมา ซึ่งช่วงเวลาที่เราจะได้เห็นตัวตนลึกๆ ของใครบางคน ก็มักมาจากการรับฟังและอยู่เคียงข้างกับเขา
ในขณะที่การพบปะจากแอปหาคู่กำลังลดทอนการสร้างความสัมพันธ์อย่างแท้จริงลงเรื่อยๆ เพราะเราไม่ได้ใช้เวลาสร้างบทสนทนาอย่างจริงจัง หรือแม้แต่การตัดสินใจจากข้อมูลอันน้อยนิด เช่น ไม่ถูกใจงานอดิเรก หรือเลื่อนผ่าน เพราะไม่ชอบท่าทางจากรูปถ่าย ข้อบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้กลายเป็นเหตุผลให้เราต้องปัดผ่านไปคนแล้วคนเล่า จนรู้สึกเหนื่อยล้า แม้จะยังไม่ได้เริ่มออกเดตอย่างจริงจัง
ซินดี้ ยิป ผู้จัดการผลิตภัณฑ์อาวุโสจาก CMB แอปหาคู่ที่เน้นการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว อธิบายถึงเหตุผลที่ทำให้หลายคนรู้สึกเหนื่อยล้าที่เพิ่มขึ้นสูงในปัจจุบัน จากการใช้แอปหาคู่ว่าเกิดจากโลกดิจิทัล ที่ผู้คนสร้างโปรไฟล์กันเหมือนการทำธุรกิจ ที่ต้องมีผลประโยชน์แลกเปลี่ยนกัน แถมยังมีโปรไฟล์มากมายที่เราสามารถปัดดูได้เรื่อยๆ ไม่รู้จบ นอกจากนี้หลังจากแมตช์ หรือถูกจับคู่แล้ว เรายังต้องรับมือกับคู่เดตจำนวนมาก แถมยังต้องติดอยู่ในการสนทนาอันไม่รู้จบ และไม่ได้ออกไปเจอในชีวิตจริงๆ เสียที สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ทำให้หลายคนรู้สึกเหนื่อยล้า
ไม่ต่างจากการสำรวจของ Forbes Health รายงานว่าคนส่วนใหญ่ราว 78% รู้สึกเหนื่อยล้าจากการหาคู่เดตบนแอป รูฟัส สแปนน์ (Rufus Tony Spann) ผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดทางเพศและคณะกรรมการที่ปรึกษา จาก Forbes Health ชี้ว่าผู้คนที่รู้สึกเหนื่อยหน่ายจากการพบปะผู้คนใหม่ๆ ทั้งการไม่สมหวังจากความรัก หรือถูกหลอกลวงอยู่ตลอดเวลา จนทำให้หลายคนรู้สึกกังวล และอาจทำให้บางคนรู้สึกหมดหวังจากแอปเหล่านี้
เมื่อแอปหาคู่ไม่ได้นำไปสู่การสร้างความสัมพันธ์อย่างจริงจัง แถมยังทำให้เราต้องเสียพลังงานด้านอารมณ์ ทั้งการ การพูดคุยเรื่องผิวเผินซ้ำๆ แบบเดิมไม่รู้จบ หรือการแบกรับความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า จึงไม่แปลกที่หลายคนจะยังรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวมากขึ้น แม้ว่าจะมีแอปหาคู่ที่ช่วยให้เราพบเจอกับผู้คนได้มากขึ้นก็ตาม

สร้างความหมายที่แท้จริงให้กับความสัมพันธ์
แม้ว่าแอปหาคู่จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกหมดหวังกับการมีแฟน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแอปเหล่านี้ก็ช่วยให้เรามีโอกาสได้พบเจอกับผู้คนใหม่ๆ ได้สะดวกมากขึ้น อันที่จริงแล้วยังมีอีกหลายวิธีที่ช่วยให้เราสามารถเจอคู่เดตจากในแอป โดยสิ่งสำคัญอาจเริ่มต้นด้วยการสร้างบทสนทนาที่จริงใจและและเคารพซึ่งกันและกัน
ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Coffee meets Bagel Worldwide (CMB WW) ได้เปิดตัว CMB WW 2.0 อย่างเป็นทางการ ถือเป็นการอัปเดตแอปพลิเคชั่นครั้งใหญ่ เพื่อแก้ปัญหาความเหนื่อยล้าจากการเดตในทุกวันนี้ ด้วยการมีฟีเจอร์ช่วยสร้างบทสนทนาที่ลึกซึ้ง ไปจนถึงการชวนออกเดตในชีวิตจริงให้ง่ายขึ้นมากขึ้น
แต่ก่อนที่จะไปถึงการเดต แน่นอนว่าต้องเริ่มมาจากการพูดคุยของคนทั้ง 2 ฝ่าย ความยากของการเริ่มต้นบทสนทนา ไม่ใช่ความกล้าในการเข้าหาอย่างเดียว แต่หลายคนมักไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นอย่างไร จึงจะสามารถสร้างความประทับใจ หรือรู้จักตัวตนอีกฝ่ายจริงๆ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์อาวุโสจากแอปหาคู่ อย่างซินดี้ ให้คำแนะนำไว้ว่าความตั้งใจและความจริงใจ คือสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้บทสนทนาของเราราบรื่นขึ้น
“ข้อความแรกที่ดีไม่ควรยาวจนเกินไป และควรพูดถึงอีกฝ่ายก่อนเสมอ” ซินดี้อธิบาย
“ในแอปหาคู่ คือเรื่องของคนทั้ง 2 ฝ่าย คุณคงไม่อยากแสดงความรักออกไป โดยที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะชอบคุณตอบไหม ดังนั้นถ้าคุณอยากส่งข้อความ ให้อธิบายเสมอว่าทำไมอีกฝ่ายถึงดึงดูดความสนใจของคุณ แล้วค่อยบอกว่าคุณเป็นใครมาจากไหน การแสดงความตั้งใจจริงคือวิธีที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นบทสนทนา”

นอกจากนี้ซินดี้ยังบอกอีกด้วยว่า คนที่ประสบความสำเร็จในการเดต สิ่งสำคัญคือการไม่เสแสร้งและเป็นตัวของตัวเอง สามารถโอบกอดความไม่สมบูรณ์แบบของตัวเองได้ และเธอแนะนำว่าอย่าลืมให้เกียรติซึ่งกันและกัน เพราะยังมีอีกหลายคนที่พยายามเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดอยู่เช่นกัน
นอกจากการพูดคุยอย่างจริงใจแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันในการเริ่มต้นบทสนทนา คือการเคารพขอบเขตของกันและกัน อย่างไรก็ตามเรื่องขอบเขตถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ละคนอาจมีไม่เท่ากัน เช่น บางคนอาจชอบการเข้าหาแบบตรงไปตรงมา ในขณะที่อีกฝ่ายอาจสบายใจที่ยังได้มีระยะห่างระหว่างกัน ซินดี้แนะนำว่าสิ่งที่ทำให้เรารู้ว่าขอบเขตของแต่ละคนอยู่ตรงไหน คือการใส่ใจรายละเอียดที่ระบุอยู่บนหน้าโปรไฟล์ของอีกฝ่าย และไม่ทำอะไรที่เกินเลยไปกว่าที่อีกฝ่ายต้องการ
“กฎเหล็กของการพูดคุยอย่างมีขอบเขต คือการพูดคุยกับสิ่งที่อีกฝ่ายได้พูดถึงไว้อยู่แล้วบนโปรไฟล์ มันสำคัญมากที่เราจะต้องสังเกตบางอย่างเกี่ยวกับอีกฝ่าย แล้วถามเกี่ยวกับเรื่องนั้น” ซินดี้เล่า
“ปัญหาการข้ามเส้นหรือล้ำขอบเขต มักจะเกิดขึ้นเมื่อคุณจู่ๆ ก็ถามคำถามสุ่มๆ ขึ้นมาจนทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่า ทำไมอยู่ ๆ คุณถึงถามฉันเรื่องนี้ล่ะ? ดังนั้นการพูดคุยเรื่องที่อีกฝ่ายระบุไว้แล้วจึงเป็นเรื่องสำคัญ จากนั้นค่อยปล่อยให้การสนทนาไหลไปเรื่อยๆ แล้วค่อยต่อยอดไปสู่หัวข้ออื่นๆ ที่เราอยากคุย
“คุณจึงไม่ต้องแบกความกดดันทั้งหมดไว้กับตัวเองว่าจะต้องพูดอย่างไร” ซินดี้อธิบาย
ไม่ใช่เฉพาะการพูดคุยบนแอปเท่านั้น แต่การพูดคุยขณะออกเดตในชีวิตจริงก็สามารถใช้วิธีเหล่านี้ได้เช่นเดียวกัน หลายครั้งผู้คนอาจรู้สึกกังวลหรือไม่รู้ว่าจะคุยอะไรเมื่อได้เจอหน้ากัน แต่ที่จริงเราไม่จำเป็นต้องฝืนตัวเองมากเกินไป ในเดตแรกเราสามารถเลือกเป็นเดตสั้นๆ เช่น การนัดออกไปดื่มกาแฟกันก่อน เพื่อเช็คเคมีของอีกฝ่าย หากเรารู้สึกโอเค จึงค่อยไปเดตต่อครั้งที่ 2 ที่จริงจังขึ้นได้
“สำหรับคนอินโทรเวิร์ต ที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร สิ่งที่คุณทำได้คือการเปิดโอกาสให้คนอื่นได้รู้จักคุณมากขึ้น เช่น การกรอกข้อมูลโปรไฟล์ให้ครบถ้วน เพื่อส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายรู้ว่าคุณตั้งใจมากพอ นอกจากนี้ยังสามารถเป็นคำใบ้ให้คนอื่นๆ สามารถหาหัวข้อชวนคุย หรือเริ่มต้นบทสนทนาได้ด้วย” ซินดี้ทิ้งท้าย
ความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เราออกเดตได้อย่างสบายใจ
อีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้เรารู้สึกเหนื่อยล้าจากการแมตช์กับผู้คนไม่รู้จบ คือการได้พบเจอกับผู้คนไม่จริงใจ หรือไม่มีตัวตนอยู่จริง เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ดูดพลังงานของเราไปอย่างมาก ทั้งการพยายามพูดคุย หรือทุ่มเทการมอบความรู้สึกไปให้ แต่สุดท้ายกลับพบเจอกับความผิดหวัง จนหลายคนไม่กล้าออกเดตจริงๆ
เรเชล ที หัวหน้าฝ่าย Trust & Safety จาก CMB อธิบายว่าความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยถือเป็นเรื่องที่เธอให้ความสำคัญอันดับหนึ่ง เพื่อให้ผู้คนมั่นใจและรู้สึกปลอดภัยที่จะเดต และทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องเจอกับโปรไฟล์ที่ภาพไม่ตรงกับตัวจริง ผ่านขั้นตอนการยืนยันตัวตน (Verification)
“เราไม่ได้มองว่าความปลอดภัยเป็นเรื่องทางเลือก แต่เป็นเรื่องสำคัญมากๆ” เรเชลเล่า
“เราพยายามจะลดความเสี่ยงทั้งหมดที่ผู้หญิงอาจจะต้องเจอ นั่นคือเหตุผลที่เราพูดถึงการสร้างความปลอดภัยหลายๆ ชั้น เพราะถ้าปล่อยให้มิจฉาชีพหรือโปรไฟล์ปลอมเข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์ม ผู้หญิงก็จะรู้สึกไม่ปลอดภัย และการออกไปเดตก็กลายเป็นเรื่องเสี่ยง

“แอปของเราก่อตั้งโดยผู้หญิง และ CEO คนปัจจุบันของเราก็เป็นผู้หญิงเช่นกัน ตั้งแต่ในอดีตจนถึงตอนนี้ ฝ่าย Trust and Safety ถูกนำโดยผู้หญิงมาตลอด รากฐานที่เราพยายามสร้างขึ้นคือ การให้ความสำคัญกับความรู้สึกของผู้หญิงในแอปหาคู่ เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขารู้สึกปลอดภัยที่จะเดต”
แม้ว่าการออกเดตกับคนเพิ่งรู้จักกันไม่นานจะเป็นเรื่องเสี่ยง แต่ก็ใช่ว่าเราไม่ควรได้ออกไปพบเจอกับคนใหม่ๆ ดังนั้นการคัดกรองผู้คนก่อนนำไปสู่การเดตจริงๆ จึงเรื่องสำคัญ อย่าง CMB ที่เพิ่งมีฟีเจอร์ Real Date ที่สนับสนุนให้คนออกไปเดตกันในชีวิตจริง ความปลอดภัยก่อนเจอตัวจริงจึงถือเป็นเรื่องที่แอปใส่ใจเป็นอันดับแรก
“เราจึงทุ่มเทอย่างมากในขั้นตอนก่อนการเดต (pre-dating) ก่อนที่พวกเขานัดหมายชวนเดต เราพยายามคัดกรองและตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้พวกเขานัดเจอกันและผ่านไปได้อย่างราบรื่น หรือถ้าเกิดกรณีขึ้นมา สมมติว่าคุณออกไปข้างนอกแล้วโดนคุกคามหรือโดนหลอกลวง ไม่ว่าจะแจ้งเข้ามาทางไหน เราจะดำเนินการ แทบจะทันที
“หากมีการรายงานปัญหาเข้ามา เราจะไม่คิดว่ามันไม่จริง หากเป็นเคสแรก การแบนคือการไม่สามารถกลับมาใช้แอปได้อีก ต่อให้พวกเขาพยายามสร้างโปรไฟล์ปลอมขึ้นมาใหม่เพื่อเข้าแพลตฟอร์มของเรา ฟีเจอร์ยืนยันตัวตนด้วยเซลฟี่ก็มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์นี้ เมื่อคุณถูกแบนแล้ว เราก็มีการเก็บบันทึกประวัติไว้ด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะไม่สามารถกลับมาที่แพลตฟอร์มเราได้อีก
“นี่คือความพยายามจากมนุษย์จริงๆ ที่เราตั้งใจใส่ลงไปค่ะ” เรเชลทิ้งท้าย
แม้ว่าการใช้แอปหาคู่ทุกวันนี้จะทำให้เรารู้สึกเหนื่อยล้ากับตัวเลือกที่มีอยู่มากมาย แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ช่วยให้เราหลุดพ้นจากวงจรเหล่านี้ อาจไม่ใช่การค้นหาคนที่เพอร์เฟคที่สุดเสมอไป แต่เป็นการเริ่มต้นสร้างความสัมพันธ์ที่มีคุณค่ากับเราเอง เช่น การพูดคุยอย่างลึกซึ้ง การเคารพและให้เกียรติอีกฝ่าย หรือแม้แต่เรียนรู้ตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน ทั้งด้านดีและด้านที่เปราะบาง
ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย การได้มีคนสักคนที่สามารถเข้าใจและยอมรับตัวตนของเราจริงๆ ก็คงช่วยให้เรารู้สึกอุ่นใจขึ้นไม่น้อย
อ้างอิงจาก
Graphic Designer: Sutanya Phattanasitubon (IG: 24n7.s) Editorial Staff: Runchana SiripraphasukYou might also like