ปิดประตู ดีลพิสดาร ‘เขียว-แดง’ ไฟต์บังคับ เพื่อไทย ยังแฮปปี้ ภูมิใจไทย
คอลัมน์ : Politics policy people forum
ดีลลับ แดง-เขียว โผล่ขึ้นมาหลังจากผู้นำจิตวิญญาณของทั้งฝ่ายเขียว – ฝ่ายแดง โคจรไปยุโรปในช่วงเดือนกรกฎาคม
ภาพ 2 อดีตนายกฯ ตระกูลชินวัตร “ทักษิณ-แพทองธาร” ถ่ายรูปคู่กันหน้ามหาวิหารโคโลญ เยอรมนี โดย “แพทองธาร” โพสต์ลงในโซเชียลมีเดียพร้อมคำบรรยาย “พามาหาหมอเสร็จแล้ว เดินเล่นซะหน่อย”
ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พร้อมครอบครัวไปพักผ่อนที่โมนาโก ประเทศฝรั่งเศส เมื่อ 2 ขั้ว แดง-เขียว ไปยุโรปช่วงเวลาเดียวกัน จึงกลายเป็นกระแสข่าว “ปฏิญญาโมนาโก”
แม้ว่า “แพทองธาร” และ “ร.อ.ธรรมนัส” ต่างโพสต์ลงโซเชียลมีเดียปฏิเสธไม่มีดีลลับ หรือปฏิญญาโมนาโก ที่เป็นการเจรจาระหว่างพรรคเพื่อไทย กับพรรคกล้าธรรม สลับขั้วตั้งรัฐบาลใหม่
แต่ทว่าจากปฏิญญาโมนาโก กลับพัฒนาต่อมาเป็น “ดีลลับ” ระหว่าง “เขียว” กับ “แดง”
เป็นการปั่นข่าวให้ฟุ้งขึ้นมาอีกระลอก ผสมกับพรรค “สีส้ม” พรรคประชาชน ก็เข้าไปผสมโรง จากคำพูดของ “ศิริกัญญา ตันสกุล” รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่กล่าวว่า
“ถ้าเฉพาะแดงกับเขียวก็อาจจะไม่มีผล อาจเป็นไปได้สองทาง ว่าเขียวกับแดงอาจจะเจรจาให้ได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่ หรือจะเจรจาเพื่อตั้งรัฐบาลใหม่ อย่างไรก็ตามคงต้องมาคุยกับฝั่งเราด้วยเหมือนกัน ไม่เช่นนั้นสมการทางการเมืองอาจจะไม่ครบถ้วน”
เพราะเมื่อคำนวณตัวเลขในสภา พรรคเพื่อไทยมี สส.อยู่ 74 เสียง หากรวมกับพรรคกล้าธรรม 58 เสียง แดง-เชียวรวมกัน 132 เสียง บวกกับพรรคประชาชน 118 เสียง ก็จะมีเสียงในสภา 250 เท่ากับกึ่งหนึ่งของสภา
อย่างไรก็ตาม “อนุทิน” ต้องตัดไฟแต่ต้นลม กล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 5 สิงหาคม ย้ำกับ ครม.ว่า อย่าหวั่นไหว
“ช่วงที่ผ่านมีความพยายามปล่อยข่าวว่ามีความขัดแย้ง หรือการแย่งกันทำงานไม่เป็นหนึ่งเดียว เรื่องนี้ไม่หนักใจและเห็นผลงานเป็นที่ประจักษ์ รับรู้ว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่รัฐบาลของฝ่ายใด แต่เป็นรัฐบาลของประชาชน ทำงานตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา มีเป้าหมายชัดเจน และมั่นใจว่ารัฐมนตรีทุกคนทำงานเต็มที่ จึงไม่มีความกังวลใด ๆ ขอให้รัฐมนตรีทุกคนทำงานด้วยความสบายใจ อย่าหวั่นไหวกับคำถามที่มีความพยายามยุยงให้เกิดขึ้น”
เพื่อไทยปิดประตูดีลลับ
สถานะของพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยมีรัฐมนตรีในรัฐบาล 8 คน คุม 5 กระทรวง ทั้งเกษตรฯ – อว. – การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์-ศึกษาธิการ งบประมาณปี ’70 มีตั้งงบฯ ไว้กว่า 712,446,994,800 บาท
“จุลพันธ์” ในฐานะหัวหน้าพรรค อ่านฉากดีลลับ เขียว-แดง ก่อนจะไปสวมกอดอย่างลงตัวกับ “อนุทิน” ว่า ในฐานะที่เป็นหัวหน้าพรรคยังมองไม่ออกว่าจะเกิดเช่นนั้นได้อย่างไร ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลเราไม่ใช่คนเลือก เราไม่ใช่คนตัดสินใจ เป็นเรื่องของพรรคหลักที่เขาจะคิด เพราะเขามีจำนวน สส.มากกว่า กระบวนการในสภาหากจะเลือกการร่วมรัฐบาลเนี่ย ก็ต้องเป็นพรรคที่มีจำนวนมากกว่าเป็นคนที่จะพิจารณา พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคอันดับสาม ฉะนั้นเราคงไม่ขยับเคลื่อนไหวใด ๆ
“วันนี้เรามีโอกาสทำงาน พวกผมก็ก้มหน้าก้มตาทำงาน เรื่องการเมืองเราเว้นไว้ก่อน ในส่วนของสภาก็เป็นหน้าที่ของสภาที่จะว่ากันไปตามกระบวนการ จะมีการอภิปรายอะไรอย่างไรก็เป็นหน้าที่ในส่วนของ ครม. ถ้าต้องไปตอบที่นั่นก็ตอบ ก็แค่นั้น”
“ในขณะนี้ความสัมพันธ์ไม่ได้มีอะไรที่เป็นเรื่องน่าห่วงใด ๆ ผมเชื่อว่าโจทย์หลักของพวกเราตอนนี้คือตอบโจทย์ความเดือดร้อนของประชาชนมากกว่า”
แดงยังแฮปปี้น้ำเงิน
“จุลพันธ์” ยอมรับว่า แดงยังแฮปปี้กับน้ำเงิน “แน่นอน” วันนี้เราทำงานร่วมกัน ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล การทำงานท่านนายกฯ (อนุทิน) ก็ให้เกียรติพวกเรา และเป็นความโชคดีของเราที่ได้รับกลุ่มกระทรวงที่เกี่ยวเนื่องกัน เป็นกลุ่มของทุนมนุษย์ ฉะนั้นวันนี้เรามุ่งมั่นในการที่จะทำงานตอบโจทย์ให้ได้มากที่สุด จะใช้โอกาสนี้ในการทำผลงานให้มากให้กับประชาชน ให้กับรัฐบาล”
“เราก็ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด เพราะกระทรวงที่เราได้รับผิดชอบ 5 กระทรวง เป็นกระทรวงที่เราสามารถขับเคลื่อนนโยบายที่เรารับโจทย์จากประชาชนได้มาก ดังนั้น เราก็ทำให้ดี ไม่ได้มีเงื่อนไขอะไรพิเศษ”
ถามว่ามั่นใจว่าจะอยู่กับสีน้ำเงินตลอดรอดฝั่ง จุลพันธ์ตอบว่า “4 ปีก็ไม่นาน ก็อยู่ให้ครบเถอะ”
ถ้าจะเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองใหญ่น่าจะมาจากสาเหตุอะไร “จุลพันธ์” ตอบว่า “ไม่อยากตั้งสมมติฐานการเมือง อย่าไปตั้งสมมติฐานเลย การเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้ทุกวัน สถานการณ์โลกก็ด้วย สถานการณ์ภายในประเทศก็อีก ในส่วนของปัจจัย ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลเอง แต่ในขณะนี้ผมยังมองไม่เห็น”
ตัวประกันคดี 112 คลิปอังเคิล
นอกจากงบประมาณ 5 กระทรวงกว่า 7 แสนล้านบาทแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ตกเป็น “ตัวประกัน” ทางการเมือง คือ คดีของผู้นำจิตวิญญาณ “ทักษิณ ชินวัตร” ในคดีหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งอุทธรณ์คดี
เช่นเดียวกับคดีชั้น 14 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในส่วนคดีอาญา ยังต้องพิสูจน์ความผิด โดย ป.ป.ช.มีการตั้งอนุกรรมการไต่สวนเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งกรมราชทัณฑ์-เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร-รพ.ตำรวจ รวม 12 คน ซึ่ง “ทักษิณ” อาจยังติดบ่วงในคดีนี้อีก
ยังไม่นับคดีคลิปเสียงสนทนากับอังเคิล ของ “แพทองธาร” ก็คาไว้ใน ป.ป.ช.
และที่สำคัญสภาพของพรรคเพื่อไทย ในสภาพที่มีอยู่ 74 เสียง ในวันนี้ยังไม่อยู่ในสภาพ “พร้อมรบ”
ความขลังของแบรนด์ “ทักษิณ ชินวัตร” ไม่ขลังเท่าเดิม หลังฉากพรรคเพื่อไทยภายใต้การนำตัวจริง อย่าง “แพทองธาร” ยังรายล้อมด้วย 3 นัก นักรบห้องแอร์ – นัก (เพื่อน) รัก – นักเชลียร์ คนใกล้ชิดศูนย์กลางอำนาจใหม่หลายคน กระจายตัวไปช่วยงานรัฐมนตรีสายตรงชินวัตร ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง อว.
ยิ่งในยามที่เพื่อไทยกลายเป็นพรรคอันดับ 3 มีเสียงบ่นจากอดีต สส.ที่ปัจจุบันสอบตก ก็ยังไม่ได้รับการดูแลจากพรรค แม้จะมีฐานเสียงระดับหมื่นคะแนนอยู่ในมือ ทำให้พื้นที่ทางการเมืองไม่ได้รับการดูแล
หากสลับขั้วทิ้งน้ำเงินตอนนี้ พรรคสีแดง – เพื่อไทย ก็อาจจะไม่แฮปปี้