พบชิ้นส่วน “ไดโนเสาร์กินเนื้อ“ ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ คาดอายุเก่าแก่กว่านาคาไททัน

  1. หน้าหลัก 
  2. ท่องเที่ยว 
  3. News 

พบชิ้นส่วน “ไดโนเสาร์กินเนื้อ“ ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ คาดอายุเก่าแก่กว่านาคาไททัน

เผยแพร่: 8 ส.ค. 2569 16:04   ปรับปรุง: 8 ส.ค. 2569 16:04   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพจากกรมทรัพยากรธรณี
กรมทรัพยากรธรณี แจ้งข่าวพบซากชิ้นส่วน “ไดโนเสาร์กินเนื้อ” ในพื้นที่บริเวณฌาปนสถาน จ.ชัยภูมิ เพิ่ม คาดอายุประมาณ 130 ล้านปี มีความเก่าแก่กว่า “นาคาไททัน” ไดโนเสาร์ซอโรพอดกินพืชคอยาวที่ใหญที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ค้นพบในพื้นที่อำเภอหนองบัวระเหว

ภาพจากกรมทรัพยากรธรณี
กรมทรัพยากรธรณี โดยสำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 2 นำโดยนายอดุลย์วิทย์ กาวีระ นักธรณีวิทยาปฏิบัติการ พร้อมด้วยนางสาวเกษฎาภรณ์ เครือภักดี นักธรณีวิทยา ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ จังหวัดขอนแก่น ร่วมกับ ดร.ศิตะ มานิตกุล นักวิจัยจาก ศูนย์วิจัยและการศึกษาบรรพชีวินวิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม PRC MSU นายกองค์การบริหารส่วนตำบลชีบน ผู้นำชุมชน นายยอดสัญญา ปิตะบุตร ผู้แจ้งพบคนแรก และชาวบ้านในพื้นที่ รวมกว่า 10 คน ลงพื้นที่สำรวจและประเมินศักยภาพแหล่งซากดึกดำบรรพ์ บริเวณฌาปนสถาน บ้านใหม่หนองแดง หมู่ที่ 9 ตำบลชีบน อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา

พื้นที่ดังกล่าวเป็นบริเวณที่พบชิ้นส่วนซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์อายุประมาณ 130 ล้านปี หลังจากมีการปรับพื้นที่ด้วยรถขุดเพื่อก่อสร้างเมรุเผาศพ ส่งผลให้พบชิ้นส่วนกระดูกกระจายอยู่บนผิวดิน กรมทรัพยากรธรณีและทีมนักวิจัยจึงร่วมกันลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและหารือแนวทางการศึกษาวิจัยในอนาคต

ภาพจากกรมทรัพยากรธรณี
นายอดุลย์วิทย์ กาวีระ นักธรณีวิทยาปฏิบัติการ กล่าวว่า จากการสำรวจในครั้งนี้ยังไม่พบชั้นหินที่มีซากดึกดำบรรพ์ปรากฏอย่างชัดเจน จึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าหากดำเนินการขุดสำรวจเพิ่มเติม จะพบกระดูกไดโนเสาร์ในปริมาณมากน้อยเพียงใด เบื้องต้นจึงเห็นควรติดตามสภาพพื้นที่เป็นระยะ และประเมินความเหมาะสมก่อนดำเนินการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม

สำหรับชิ้นส่วนซากดึกดำบรรพ์ที่เก็บรวบรวมได้ จะนำไปอนุรักษ์และทำความสะอาดตามหลักวิชาการ ณ ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ จังหวัดขอนแก่น เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบและประเมินศักยภาพของตัวอย่างอย่างละเอียด ก่อนส่งคืนให้ชุมชนเก็บรักษาต่อไป

ภาพจากกรมทรัพยากรธรณี
นายอดุลย์วิทย์กล่าวเพิ่มเติมว่า การเก็บรักษาซากดึกดำบรรพ์ในคลังตัวอย่างที่ได้มาตรฐาน นอกจากจะช่วยอนุรักษ์ซากดึกดำบรรพ์โดยควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้เหมาะสม เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพแล้ว การจัดเก็บอย่างเป็นระบบยังเอื้อต่อการศึกษาวิจัย ทำให้นักบรรพชีวินวิทยาสามารถเปรียบเทียบ วิเคราะห์ และเชื่อมโยงข้อมูลของตัวอย่างแต่ละชิ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน ดร.ศิตะ มานิตกุล นักวิจัยจากศูนย์วิจัยและการศึกษาบรรพชีวินวิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เปิดเผยว่า จากการพิจารณาเบื้องต้น ชิ้นส่วนที่พบ ได้แก่ กระดูกข้อเท้าและกระดูกข้อนิ้ว มีลักษณะทางกายวิภาคที่สอดคล้องกับไดโนเสาร์กินเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณกระดูกข้อนิ้วที่เชื่อมต่อกับกรงเล็บ ซึ่งแตกต่างจากลักษณะของไดโนเสาร์กินพืช อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องศึกษาวิเคราะห์รายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อยืนยันชนิดของซากดึกดำบรรพ์อย่างเป็นทางการ

ภาพจากกรมทรัพยากรธรณี
ดร.ศิตะ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า แหล่งค้นพบซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ทุกแห่งยังมีศักยภาพในการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของสัตว์ร่วมสมัยชนิดอื่นๆ เนื่องจากระบบนิเวศในอดีตไม่ได้ประกอบด้วยไดโนเสาร์เพียงกลุ่มเดียว แต่ยังมีสัตว์อีกหลายกลุ่มอาศัยอยู่ร่วมกัน เช่น จระเข้ เต่า ปลากระดูกแข็ง ปลาฉลามน้ำจืด และสัตว์เลื้อยคลานบินได้ในกลุ่มเทอโรซอร์ ดังนั้น การจำแนกชนิดซากดึกดำบรรพ์ในภาคสนามเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอต่อการยืนยันชนิดหรือการประเมินความสำคัญทางบรรพชีวินวิทยา จำเป็นต้องมีการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมในห้องปฏิบัติการ โดยอาศัยการเปรียบเทียบลักษณะทางสัณฐานวิทยา การตรวจสอบกับตัวอย่างอ้างอิง และการวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถจำแนกชนิดได้อย่างถูกต้องและได้ข้อมูลทางวิชาการที่มีความน่าเชื่อถือ

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 สำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 2 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหลังได้รับหนังสือแจ้งการค้นพบสิ่งอันมีเหตุควรเชื่อได้ว่าเป็นซากดึกดำบรรพ์จากนายยอดสัญญา ปิตะบุตร ประชาชนบ้านใหม่หนองแดงผู้แจ้งพบ โดยผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นซากดึกดำบรรพ์ของสัตว์มีกระดูกสันหลัง ประกอบด้วยกระดูกสันหลัง ชิ้นส่วนกระดูกข้อเท้า กระดูกข้อนิ้ว และเศษกระดูกไดโนเสาร์ กระจายอยู่บนพื้นผิวหินทรายเนื้อละเอียดและหินทรายแป้งสีน้ำตาลแดง ซึ่งอยู่ในหมวดหินเสาขัว กลุ่มหินโคราช อายุประมาณ 130 ล้านปี ในช่วงยุคครีเทเชียสตอนต้น

ภาพจากกรมทรัพยากรธรณี
โดยจังหวัดชัยภูมิค้นนพบไดโนเสาร์ชนิดใหม่ของโลกแล้ว 3 ชนิด ได้แก่ ซิตตะโกซอรัส สัตยารักษ์กิ (Psittacosaurus sattayaraki) อายุประมาณ 115 ล้านปี, อีสานโนซอรัส อรรถวิภัชน์ชิ (Isanosaurus attavipachi)อายุประมาณ 210 ล้านปี และ นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส (Nagatitan chaiyaphumensis) ไดโนเสาร์ซอโรพอดกินพืชคอยาวที่ใหญที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ค้นพบในพื้นที่อำเภอหนองบัวระเหว มีอายุประมาณ 100–115 ล้านปี

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณีได้ชี้แจงขั้นตอนการดำเนินงานตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ. 2551 พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการสำรวจ ศึกษาวิจัย การอนุรักษ์ และการบริหารจัดการแหล่งซากดึกดำบรรพ์แก่หน่วยงานและชุมชนในพื้นที่ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามหลักวิชาการและกฎหมาย ที่จะนำไปสู่การคุ้มครองทรัพยากรทางบรรพชีวินวิทยาอันทรงคุณค่าของประเทศอย่างยั่งยืน

ภาพและข้อมูลโดย นายอดุลย์วิทย์ กาวีระ นักธรณีวิทยาปฏิบัติการ สำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 2 , ดร.ศิตะ มานิตกุล นักวิจัยศูนย์วิจัยและการศึกษาบรรพชีวินวิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ภาพจากกรมทรัพยากรธรณี
สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ [email protected] หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline