‘ทวี’ ชี้ หลักฐานฮั้ว สว. เพียงพอให้ กกต. ส่งสำนวนให้ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว - The Reporters

เตือน กกต. ทำหน้าที่แทนศาลไม่ได้ แนะ ผู้สมัคร สว. ยื่นฟัน กกต. ผิด ม. 157 พร้อมร้องตรงต่อศาลฎีกา

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวบนเวทีเสวนา “ปัญหาและแนวทางปฏิรูปสถาบันทางการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญ และกลไกตรวจสอบถ่วงดุล” ในโครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชนว่า รัฐธรรมนูญ 2560 เดิมมีการสืบทอดอำนาจผ่าน สว. แต่งตั้ง แต่หลังมีการเลือก สว.กลายเป็นการฮั้ว สว. เพราะ สว. มีอำนาจเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เลือกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมถึงองค์กรอิสระรวมกว่า 40 ตำแหน่ง ซึ่งทั้งหมดมีอำนาจทำให้รัฐบาลรอดพ้นจากการถูกชี้มูลได้

ส่วนการตรวจสอบการฮั้ว สว. ของ กกต. ตามกฎหมายการได้มาซึ่ง สว. ก่อนมีการเลือก หาก กกต. พบเหตุอันควรสงสัย กกต. สามารถให้ใบแดงผู้สมัครได้ แต่เมื่อหลังการเลือกตั้ง กกต. ไม่มีอำนาจแล้ว เพราะตามกฎหมายให้อำนาจศาลฎีกา ดังนั้น ถ้า กกต. พบว่ามีผู้สมัครทุจริต หรือไม่เที่ยงธรรม เมื่อ กกต. มีดุลยพินิจแล้ว ต้องส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาให้พิจารณาต่อ หาก กกต. ใช้อำนาจแทนศาลฎีกาไปพิสูจน์จนสิ้นขอสงสัยเอง ถือว่า กกต. ละเมิดหลักนิติธรรม ฮั้ว สว. จึงเป็นจุดเริ่มต้นการกินรวบประเทศไทย

พ.ต.อ.ทวี ย้ำว่า กกต. จะต้องไม่ทำอะไรตามอำเภอใจ เพราะตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 266 ระบุว่า หากมีหลักฐานอันควรเชื่อว่าผู้สมัคร หรือบุคคลอื่น ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต กกต. จะต้องส่งศาลฎีกา และเมื่อ กกต.รับรองผลเลือกตั้งแล้ว ให้ศาลฎีกาใช้สำนวนไต่สวนของ กกต. พิจารณา นั่นคือสำนวนของอนุกรรมการฯ ชุดที่ 26 ศาลฯ มีอำนาจเรียกไต่สวนเพิ่มเติมได้

ส่วนหลักฐานการลงคะแนน รวมถึงโพยต่าง ๆ มีความชัดเจนแล้ว โดยเฉพาะคะแนนมีการเกาะกลุ่มกัน รวมถึงมีภาพจากกล้องวงกรปิด หรือ กกต. จะเปิดหีบตรวจสอบบัตรการลงคะแนนก็ได้ เพียงแต่บัตรสนเท่พนักงานสอบสวนก็สามารถขออำนาจศาลออกหมายจับได้แล้ว และในชั้นอนุกรรมการฯ ชุดที่ 26 ก็ได้รวบรวมและส่งพยานหลักฐานไปแล้ว หาก กกต. ไม่ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา ขอแนะนำให้ผู้สมัคร สว. ที่เป็นผู้เสียหาย ยื่นคำร้องถึง กกต. ภายใน 3 วัน เพื่อทบทวนคำร้อง หรือยื่นร้องเอาผิดทางอาญามาตรา 157 กับ กกต. ต่อไป

แนะแนวเรื่อง