สุชาติ ลั่นไม่มีถอย ไม่หวั่นถูกฟ้องศาลปกครอง ย้ำลุยทวงคืนที่ดินจากนายทุนรุกป่า

สุชาติ ลั่นไม่มีถอย ไม่หวั่นถูกฟ้องศาลปกครอง ลุยทวงคืนที่ดินจากนายทุนรุกป่า ยึดภูเก็ตโมเดล รักษาพื้นที่รัฐให้เป็นสมบัติของคนไทยทุกคน ยันสุจริต รอบคอบ ตรวจสอบได้

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการดำเนินการตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 กรณีพื้นที่หาดนุ้ย จ.ภูเก็ต

โดยระบุว่า ตนไม่หวั่นไหวแม้จะมีผู้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพราะตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ตั้งใจไว้อย่างชัดเจนว่าจะต้องเดินหน้าทวงคืนผืนแผ่นดินไทยจากกลุ่มนายทุนหรือผู้บุกรุกที่นำพื้นที่ของรัฐไปใช้ประโยชน์เสมือนเป็นทรัพย์สินของตนเอง

“ผมเข้ามารับตำแหน่งด้วยความตั้งใจว่าจะต้องปกป้องผืนป่าและทวงคืนพื้นที่ของรัฐกลับมาให้ประชาชน การดำเนินการทุกอย่างต้องอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายและความถูกต้อง หากเจ้าหน้าที่ทำตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างครบถ้วน เราก็พร้อมชี้แจงต่อศาล และไม่หวั่นไหวต่อการถูกฟ้องร้อง เพราะสิ่งที่เราทำคือการรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน”

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีหาดนุ้ย กรมป่าไม้ได้มีคำสั่งตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติฯ ให้ผู้ครอบครองออกจากพื้นที่และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง เนื่องจากเป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในการรักษาพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ต่อมาผู้ถูกคำสั่งได้ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งดังกล่าว

โดยกรมป่าไม้ได้พิจารณาแล้วมีความเห็นยืนยันตามคำสั่งเดิม ก่อนส่งเรื่องให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาตามขั้นตอน ซึ่งกระทรวงฯ ได้พิจารณาและยืนยันคำสั่งดังกล่าวเช่นกัน

จากนั้น ผู้ถูกคำสั่งได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองภูเก็ต โดยมี รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมป่าไม้ เป็นผู้ถูกฟ้องคดี รวมถึงคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และคณะกรรมการระดับจังหวัด

พร้อมขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งตามมาตรา 25 และขอให้ศาลมีมาตรการคุ้มครองชั่วคราวระหว่างการพิจารณาคดี เพื่อระงับการรื้อถอนและการบังคับให้ออกจากพื้นที่ไว้ก่อน

นายสุชาติ กล่าวอีกว่า ในเบื้องต้นศาลปกครองภูเก็ตได้มีการไต่สวนกรณีขอคุ้มครองชั่วคราว และมีคำสั่งไม่คุ้มครองชั่วคราว หมายความว่า ในระหว่างที่ศาลพิจารณาคดี หน่วยงานของรัฐยังสามารถดำเนินการตามคำสั่งตามมาตรา 25 ได้

จากนั้นศาลมีคำสั่งรับคดีไว้พิจารณาในประเด็นสำคัญว่า การออกคำสั่งตามมาตรา 25 ของเจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ขณะที่ศาลมีคำสั่งไม่รับฟ้องเฉพาะผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 และ 5 เนื่องจากเห็นว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเด็นที่ศาลจะพิจารณา

“เมื่อศาลรับคดีไว้พิจารณา ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ถึง 3 ก็มีหน้าที่ต้องชี้แจงข้อเท็จจริงและขั้นตอนการดำเนินการต่อศาลว่า การออกคำสั่งตามมาตรา 25 ได้ดำเนินการตามกฎหมายและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องอย่างไร ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกรมป่าไม้จะดำเนินการจัดทำคำให้การต่อศาลอย่างรอบคอบและครบถ้วน”

นายสุชาติ กล่าวย้ำว่า การดำเนินการในกรณีนี้ทุกขั้นตอนต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย และตนได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ใช้ความรอบคอบในการดำเนินการ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ของรัฐและผลประโยชน์ของประเทศ โดยจะไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใดหรือบุคคลใด หากพบการบุกรุกพื้นที่ป่า ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน

ทั้งนี้ การเดินหน้าจัดการปัญหาการบุกรุกพื้นที่รัฐใน จ.ภูเก็ต ถือเป็นส่วนหนึ่งของ “ภูเก็ตโมเดล” ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผลักดัน เพื่อจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐ แก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่า และรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม

สอดคล้องกับนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ

“ผมยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีถอย และไม่ใช่เรื่องของการกลั่นแกล้งใคร แต่เป็นเรื่องของการรักษาพื้นที่ของรัฐให้เป็นสมบัติของคนไทยทุกคน เราจะทำทุกอย่างตามกฎหมาย ด้วยความสุจริต รอบคอบ และตรวจสอบได้”

“หากมีการฟ้องร้อง เราก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและชี้แจงข้อเท็จจริงต่อศาลอย่างเต็มที่ เพราะเป้าหมายของเราคือทวงคืนผืนแผ่นดินไทยให้กลับมาเป็นของส่วนรวม” นายสุชาติ กล่าว