คนไทยติดอาบสะอาด ชอบขัดผิว ฟองเยอะถึงใจ พฤติกรรมดันตลาดสบู่ก้อนโตเงียบ เฉียดหมื่นล้าน - Marketeer Online


สมรภูมิสบู่ก้อน 9,525 ล้านบาท พลิกโฉมจากของใช้ทำความสะอาดพื้นฐานสู่สกินแคร์ไอเทม แบรนด์มุ่งเดินหน้ายึดพื้นที่ในกิจวัตรการดูแลผิวและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่

ตลาดสบู่ก้อนในประเทศไทยตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา นับเป็นเซกเมนต์ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกายที่มีความเคลื่อนไหวและเติบโตอย่างแข็งแกร่งเงียบ ๆ 

ตลาดนี้เคยผ่านจุดที่ผู้บริโภคมองว่าเป็นเพียงสินค้าที่เน้นแค่การชำระล้างสิ่งสกปรกและเหงื่อไคลในชีวิตประจำวัน จนทำให้ตลาดเคยเผชิญความท้าทายจากสบู่เหลวและครีมอาบน้ำที่เข้ามาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองด้วยความสะดวกสบาย นวัตกรรมใหม่ ๆ และแพ็กเกจจิ้งแบบถุงเติมที่ช่วยลดการใช้พลาสติก

กระทั่งก้าวเข้าสู่ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แบรนด์กลุ่มขับเคลื่อนตลาดต่างต้องปรับตัวเพื่อสร้างความแตกต่าง โดยหันมาโฟกัสธุรกิจด้วยแนวทางสกินแคร์ริฟิเคชัน หรือการนำสกินแคร์มาผสมผสานในสบู่ 

การชูจุดเด่นเรื่องส่วนผสมจากธรรมชาติ การผลัดเซลล์ผิว และการเติมวิตามินบำรุง รวมถึงกลยุทธ์การตลาดที่เจาะลึกถึงพฤติกรรมคนไทยที่รักการอาบน้ำให้รู้สึกสะอาดเกลี้ยงเกลา ชอบฟองเยอะ และรักการขัดผิวด้วยสมุนไพร 

โดยจะพบว่าเซกเมนต์สบู่สมุนไพรและธรรมชาตินับเป็นหัวหอกหลัก ครองสัดส่วนมูลค่าตลาดสบู่ก้อนถึง 50% และมีอัตราการเติบโตอย่างสูง

ซึ่งเป็นแรงส่งสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสบู่ก้อนให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการปรนนิบัติผิวประจำวัน และประคองการเติบโตของตลาดเอาไว้ได้อย่างมั่นคง

คนไทยติดอาบสะอาด ชอบขัดผิว ฟองเยอะถึงใจ 

พฤติกรรมดันตลาดสบู่ก้อนโตเงียบ เฉียดหมื่นล้าน

ปี พ.ศ. มูลค่าตลาดสบู่ก้อนในไทย
2565 8,000 ล้านบาท
2566 8,640 ล้านบาท
2567 9,072 ล้านบาท
2568 9,525 ล้านบาท
สัดส่วนมูลค่าตลาด แบ่งตามช่องทางการขาย
ร้านค้ารายย่อย 55% โมเดิร์นเทรด 45%
สัดส่วนมูลค่าตลาด แบ่งตามเซกเมนต์ผลิตภัณฑ์ ปี 2568
Herbal & Natural (สมุนไพรและธรรมชาติ)  50%
Beauty (ความงาม)   30%
Healthy & Anti Bacteria (สุขภาพและลดการสะสมของแบคทีเรีย) 15%
Niche & Special Care (เฉพาะกลุ่มและดูแลเป็นพิเศษ) 5%
ที่มา: Marketeer รวบรวมจากการคาดการณ์ของแบรนด์กลุ่มผู้นำตลาด / สิงหาคม 2026

ผู้บริโภคส่วนใหญ่ในตลาดสบู่ก้อน ยังเริ่มมองหาความคุ้มค่าควบคู่กับผลลัพธ์ที่จับต้องได้ และการต้องแข่งขันกับตลาดสบู่เหลวที่เติบโตเฉลี่ย 7-10% ต่อปี ทำให้ผู้เล่นแถวหน้าของไทย ต้องเร่งงัดหมัดเด็ดใหม่ ๆ เพื่อประคองผลประกอบการและหนีสงครามราคา

แพรอท (Parrot) หรือ สบู่นกแก้ว แบรนด์ระดับตำนานที่ยืนหยัดคู่คนไทยมากว่า 75 ปี มุ่งหน้าสู่การเป็นไอเทมคู่ห้องน้ำที่เข้าถึงง่ายและมอบความหอมสดชื่นยาวนานอันดับ 1 

อย่างเช่น การต่อยอดจากก้อนเขียวคลาสสิกตัวเดิม สู่ซีรีส์พฤกษานานาพรรณที่มีหลากสีหลายกลิ่น ทั้งมะลิ กุหลาบ และทานาคา 

นกแก้วยังคงเน้นย้ำความผูกพันกับผู้บริโภคด้วยกลยุทธ์การจัดแพ็กสุดคุ้ม เพื่อยึดหัวหาดตลาดมวลชน และเป็นสัญลักษณ์ของความคุ้มค่าที่ทุกคนไว้วางใจ

เบนเนท (Bennett) แบรนด์ขับเคลื่อนหลักในตลาดสมุนไพร เดินเกมรุกอย่างหนักด้วยสบู่ส้มยอดฮิต

หมัดเด็ดของเบนเนทคือการเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่บน ติ๊กต็อก ด้วยกลยุทธ์การตลาดผ่านเสียงเพลง ‘ชอบมั้ย…?’ ที่สอดแทรกคำฮิตของวัยรุ่น เปลี่ยนภาพจำเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์วัยรุ่น ในขณะที่ยังคงรักษาสโลแกนอมตะ “อะไรดี บุ๋มก็ว่าดี” เอาไว้

อิงอร (Ing On) แบรนด์สบู่สมุนไพรที่ใช้พลังของมะขามเป็นจุดขายหลักมาอย่างยาวนาน ขยายพอร์ตโฟลิโอตอบโจทย์การดูแลผิวด้วยการอัปเกรดสูตรใหม่ต่อเนื่อง พร้อมทั้งปรับแพ็กเกจจิ้งแบบกล่องให้ดูสวยงามทันสมัยเพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ และยังคงจัดโปรโมชันแพ็กชุดเพื่อความคุ้มค่า

ดอกบัวคู่ (Twin Lotus) แบรนด์สมุนไพรไทยตอกย้ำจุดแข็งด้านคุณภาพด้วยการเน้นการใช้สมุนไพรพื้นบ้านผสมวิตามินซีและอีเพื่อบำรุงผิว ควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมเพื่อสังคม อย่างงานวิ่งมาราธอน ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์เพื่อสุขภาพ

โอเค เฮอเบิล (OK Herbal) ท้าชนในตลาดแมสด้วยการสื่อสารสรรพคุณตรงไปตรงมา ชูจุดขายเรื่องการบำรุงผิวด้วยสารสกัดจากมะขามธรรมชาติ

มาดามเฮง (Madame Heng) ต้นตำรับสบู่สมุนไพรกลั่น นำเสนอสินค้าสูตรโบราณในรูปแบบแพ็กใหญ่สุดคุ้ม เพื่อรักษาฐานลูกค้าที่มีความจงรักภักดีต่อแบรนด์สูง ซึ่งชื่นชอบสรรพคุณการทำความสะอาดอย่างหมดจด

เอแซนเต้ (Asantee) แบรนด์ที่โดดเด่นบนชั้นวางด้วยกล่องสะท้อนแสงโฮโลแกรม ชูจุดขายเรื่องการบำรุงผิวหน้าและผิวกายด้วยวัตถุดิบพรีเมียมเฉพาะกลุ่มอย่างนมแพะและน้ำผึ้งผสมมะขาม

งามพรรณ (Ghamphan) สบู่สมุนไพรสไตล์โอทอปที่เน้นความเป็นธรรมชาติสูง ใช้สารสกัดธรรมชาติ ตอบโจทย์สายรักผิวที่ชอบสูตรพื้นบ้าน เช่น ส้มมะละกอ และ มะขามป้อมทองพันชั่ง

ฟลอเร่ (Flore) แบรนด์ที่เน้นความคุ้มค่าและเข้าถึงง่ายด้วยสารสกัดธรรมชาติพื้นฐานที่คนไทยคุ้นเคย บรรจุในห่อพลาสติกสีสันสดใส เช่น สูตรว่านหางจระเข้ และขมิ้น

กลุ่มแบรนด์พรีเมียมและความงาม

มาดามหลุยส์ (Madame Louise) แบรนด์สบู่ก้อนระดับพรีเมียมที่เข้ามาทำตลาดอย่างดุเดือด สามารถชิงส่วนแบ่งการตลาดและกระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาใช้สบู่ก้อนกลีเซอรีนแท้ที่มีราคาสูงขึ้นด้วยนวัตกรรมที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่วางไว้

ลักส์ (Lux) แบรนด์เพื่อความงามที่พยายามผลักดันสินค้าสู่ระดับพรีเมียม ด้วยการใส่ส่วนผสมระดับสกินแคร์บำรุงผิว ควบคู่ไปกับกลิ่นหอมดอกไม้ระดับเคาน์เตอร์แบรนด์

บีไนซ์ (BeNice) แบรนด์ที่โดดเด่นจากฝั่งสบู่เหลว ขยับมารุกตลาดสบู่ก้อน เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ชื่นชอบการใช้สบู่ก้อน พร้อมยังคงเอกลักษณ์การบำรุงผิวเอาไว้เช่นเดิม

กลุ่มแบรนด์สุขอนามัยและทำความสะอาดเฉพาะจุด

โพรเทคส์ (Protex) เดินหน้าเจาะตลาดด้วยการชูส่งเสริมเกราะปกป้องผิวตามธรรมชาติ พร้อมแตกเซกเมนต์ย่อยเจาะกลุ่มผู้ชายด้วยสูตรสปอร์ต และกลุ่มที่ชื่นชอบความเย็นด้วยสูตรไอซ์ซี่ คูล

เดทตอล (Dettol) ผู้นำด้านสุขอนามัย ส่งผลิตภัณฑ์ที่ลดทอนความแข็งกระด้างของแบรนด์ด้วยการผสานกลิ่นหอมสไตล์บิวตี้อย่างซิตรัสและดอกไม้ แต่ยังคงประสิทธิภาพการปกป้องแบคทีเรีย

เซฟการ์ด (Safeguard) กระตุ้นตลาดด้วยแคมเปญสำหรับการล้างมือและอาบน้ำ เน้นประสิทธิภาพการลดสะสมแบคทีเรียที่อ่อนโยนต่อผิวทุกคนในครอบครัว

อาเซปโซ (Asepso) แบรนด์สบู่อนามัยระดับตำนาน พัฒนาสูตรใหม่ที่ลดการระคายเคืองอย่างสูตรอ่อนโยนที่ผสมโจโจ้บาออยล์ และสูตรสปอร์ตเพื่อปกป้องกลิ่นกายหลังออกกำลังกายอย่างมีประสิทธิภาพ

กลุ่มแบรนด์สำหรับเด็กและผิวบอบบาง

เบบี้มายด์ (Babi Mild) เอาใจสายผิวบอบบางด้วยความโปร่งใสของส่วนผสม ชูจุดขายความเป็นออร์แกนิก พร้อมเติมเซราไมด์เพื่อเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง

แคร์ (Care) ชูจุดขายส่วนผสมธรรมชาติเพื่อสร้างความมั่นใจด้วยสูตรที่อ่อนโยนไม่ก่อให้เกิดการแพ้

จอห์นสัน (Johnson’s) ยังคงรักษามาตรฐานระดับสากลด้วยกลยุทธ์ผ่านการทดสอบความอ่อนละมุน มอบความชุ่มชื้นแบบอ่อนโยนด้วยกลิ่นหอมละมุน

ความเคลื่อนไหวทั้งหมดของแบรนด์หลักและแบรนด์ทางเลือกในไทย สะท้อนให้เห็นว่า สมรภูมิสบู่ก้อนได้ก้าวข้ามผ่านเรื่องของการชำระล้างพื้นฐานและราคา สู่ยุคแห่งการประชันคุณค่าทางโภชนาการผิวควบคู่ประสบการณ์การอาบน้ำที่สะอาดถึงใจ ซึ่งจะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ตลาดสบู่ก้อนไทยเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน