คุยกับ “หลานหงชุน” ผู้กำกับฯ “จดหมายรักถึงอาม่า” ภาพยนตร์แห่งความทรงจำ และจิตวิญญาณชาวจีนโพ้นทะเล
ภาพยนตร์จีนกระแสแรงแห่งปี “Dear You จดหมายรักถึงอาม่า” (ภาษาจีน : 给阿嬷的情书) ที่สร้างปรากฏการณ์เรียกน้ำตาผู้ชมมาแล้วทั่วประเทศจีน ด้วยเรื่องราวอบอุ่นหัวใจว่าด้วยครอบครัว ความคิดถึง และสายสัมพันธ์ระหว่างคนต่างรุ่น จนกวาดรายได้กว่า 1,900 ล้านหยวน พร้อมได้รับคะแนนรีวิวบนแพลตฟอร์ม Douban สูงถึง 9.3 เต็ม 10
ไทยรัฐออนไลน์ ชวนมาพูดคุยกับ “หลานหงชุน” (Lan Hongchun) ผู้กำกับภาพยนตร์จีนกระแสแรงแห่งปี Dear You จดหมายรักถึงอาม่า พร้อมทีมนักแสดงชาวจีน ที่จะมาร่วมเปิดเบื้องหลังการถ่ายทอดเรื่องราวความรัก ความเสียสละ และสายสัมพันธ์ในครอบครัว ซึ่งพาผู้ชมอบอุ่นหัวใจและเสียน้ำตามาแล้วทั่วเอเชีย
เรื่องย่อ “Dear You จดหมายรักถึงอาม่า” (2026) ปรากฏการณ์ภาพยนตร์หมื่นล้าน
“เสี่ยวเว่ย” ชายหนุ่มผู้เดินทางมายังประเทศไทย เพื่อตามหาอากงที่ขาดการติดต่อกับครอบครัวมาเป็นเวลานาน ทว่าระหว่างการค้นหา เขากลับพบความลับที่ซ่อนอยู่ภายใน “โพยก๊วน” หรือ “เฉียวพี” จดหมายที่ชาวจีนโพ้นทะเลใช้ส่งเงินจากน้ำพักน้ำแรง พร้อมข้อความสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความคิดถึงกลับไปยังครอบครัวในประเทศจีน
ความจริงที่ถูกปิดบังมาเนิ่นนานค่อยๆ เปิดเผยว่า ผู้ส่งจดหมายและเงินข้ามน้ำข้ามทะเลไปถึงมืออาม่านั้น อาจไม่ใช่อากงของเสี่ยวเว่ยอย่างที่ทุกคนเคยเชื่อ การเดินทางตามหาร่องรอยของอากง จึงกลายเป็นการค้นพบเรื่องราวความรัก ความเสียสละ และความผูกพันของผู้คนต่างรุ่น สะท้อนถึงวิถีวัฒนธรรมจีนแต้จิ๋วและชีวิตของชาวจีนโพ้นทะเล
สัมภาษณ์ “หลานหงชุน” ผู้กำกับภาพยนตร์ “Dear You จดหมายรักถึงอาม่า” (2026) และทีมนักแสดง
1. เรื่องราวของชาวจีนโพ้นทะเลเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ทำไมจึงเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่หลักของภาพยนตร์เรื่องนี้
ผู้กำกับหลานหงชุน : แม้ไชน่าทาวน์จะมีอยู่ในหลายประเทศ แต่ไชน่าทาวน์ของไทยมีเสน่ห์และเต็มไปด้วยชีวิตของผู้คน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจผมมากครับ
เมืองแต้จิ๋ว (ตั้งอยู่ในมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน) จะเรียกสยามว่า “เสี่ยมล้อ” คำนี้เปรียบเสมือนความทรงจำร่วมของชาวแต้จิ๋ว เมื่อกล่าวถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลายคนจึงมักนึกถึงประเทศไทยเป็นอันดับแรก ประเทศไทยเสมือนเป็นสัญลักษณ์ที่ทุกคนเข้าใจและเข้าถึงได้ง่าย
แต่ผมได้นำลักษณะเฉพาะและเรื่องราวของชาวจีนโพ้นทะเลจากหลากหลายพื้นที่มาผสมผสานไว้ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องราวในประเทศไทยเท่านั้น เพื่อทำให้ภาพยนตร์มีมิติมากยิ่งขึ้น
2. ประเทศไทยยังมีชาวไทยเชื้อสายแต้จิ๋วอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก คิดว่าพวกเขาจะรู้สึกอย่างไรเมื่อได้รับชมเรื่องราวของบรรพบุรุษชาวจีนโพ้นทะเล และคาดหวังว่าภาพยนตร์ “Dear You จดหมายรักถึงอาม่า” จะมอบอะไรให้แก่ผู้ชมบ้าง
ผู้กำกับหลานหงชุน : ผมคิดว่าความรู้สึกพื้นฐานของมนุษย์เราล้วนเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นความรักที่มีต่อครอบครัว ตลอดจนหน้าที่และบทบาทที่แต่ละคนควรปฏิบัติต่อสมาชิกในครอบครัว ผมหวังว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้ผู้ชมเห็นคุณค่าของสายสัมพันธ์ และร่วมกันสืบทอดความรักความผูกพันภายในครอบครัวต่อไป
3. “Dear You จดหมายรักถึงอาม่า” มีเอกลักษณ์จากการใช้ภาษาและนำเสนอวัฒนธรรมแต้จิ๋ว ผู้กำกับได้รับแรงบันดาลใจมาจากอะไร คิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะมีส่วนกระชับความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับไทยอย่างไร
ผู้กำกับหลานหงชุน : แรงบันดาลใจของภาพยนตร์มาจากหลายแหล่งเลยครับ แต่ส่วนสำคัญมาจากการที่ผมได้อ่าน “เฉียวพี” หรือจดหมายโพยก๊วน ซึ่งเป็นทั้งจดหมายและหลักฐานการส่งเงินที่ชาวจีนโพ้นทะเลส่งกลับไปให้ครอบครัวในประเทศจีน
ในสมัยนั้นชาวจีนโพ้นทะเลจำนวนมากอ่านและเขียนหนังสือไม่ได้ ถ้าต้องการเขียนจดหมายสื่อสารกับครอบครัว ก็ต้องขอให้ผู้ที่มีความรู้ช่วยเขียนให้ กว่าจดหมายแต่ละฉบับจะเดินทางไปถึงบ้านเกิดในประเทศจีน ต้องผ่านหลายขั้นตอน อาจทำให้ข้อความบางส่วนตกหล่นหรือเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนได้
ตอนที่ผมเดินทางมาถ่ายทำสารคดีในประเทศไทย ผมพบเรื่องราวลักษณะนี้อยู่มากนะครับ ข้อความในจดหมายโพยก๊วนอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้ ชาวจีนแต้จิ๋วบางคนก็ยังเลือกบอกเล่าเฉพาะเรื่องราวที่ดี และปิดบังเรื่องที่น่าเศร้าจากครอบครัว เช่น เมื่อพี่น้องหรือสมาชิกในครอบครัวเสียชีวิต พวกเขาอาจไม่กล่าวถึงเรื่องเหล่านี้ในจดหมายเลย
เรื่องราวเหล่านี้อาจเป็นความทรงจำร่วมของหลายครอบครัวที่เคยมีประสบการณ์คล้ายคลึงกัน จึงทำให้ผู้ชมเข้าใจและเข้าถึงได้ไม่ยาก ส่วนเรื่องราวและความรู้สึกของอากงอาม่า ก็สร้างความสะเทือนใจและความประทับใจให้แก่ผมอย่างมาก จนอยากแบ่งปันและถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ให้ผู้ชมได้รับรู้ครับ
4. การได้มาถ่ายทำภาพยนตร์บางส่วนในประเทศไทย นักแสดงรู้สึกอย่างไรบ้าง และมีช่วงเวลาหรือความประทับใจอะไรเป็นพิเศษบ้างไหม
หลี่ซือถง : แม้ว่าตัวละครนางเอกในภาพยนตร์จะใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทย แต่ฉันไม่ได้ถ่ายทำในประเทศไทยเลย โดยถ่ายทำที่เมืองแต้จิ๋วทั้งหมดค่ะ หากจะถามถึงประสบการณ์การถ่ายทำในไทย คงต้องถามผู้กำกับฯ เพราะเป็นคนเดียวที่เคยเดินทางมาประเทศไทยค่ะ
ผู้กำกับหลานหงชุน : นักแสดงที่เดินทางมาถ่ายทำในประเทศไทยมีเพียงตัวละครเสี่ยวเว่ย ผู้รับบทหลานชายในเรื่อง ส่วนนักแสดงคนอื่นๆ ถ่ายทำฉากของตนเองที่เมืองแต้จิ๋วทั้งหมด เนื่องจากแต้จิ๋วมีเมืองเก่าหลายแห่งที่มีบรรยากาศคล้ายกับไชน่าทาวน์หรือย่านเยาวราชในประเทศไทย ทางทีมงานจึงออกแบบและตกแต่งป้ายต่างๆ เพิ่มเติม เพื่อให้สถานที่ถ่ายทำดูคล้ายกับย่านไชน่าทาวน์ในต่างประเทศมากยิ่งขึ้น
5. นักแสดงอย่าง “หวังเหยียนทง” ผู้รับบทตัวละคร “ไต้บักเซ็ง” เคยแสดงโฆษณาของผู้กำกับฯ จึงได้รับโอกาสให้มาแคสต์บทนี้ แต่ในตอนแรกถูกมองว่ามีภาพลักษณ์หล่อเกินไป จึงต้องปรับตัวเองให้ดูเป็นคนสู้ชีวิตมากขึ้น อยากทราบว่าในช่วงนั้นได้เปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างไรบ้าง
หวังเหยียนทง : ช่วงนั้นผมกำลังหางานและได้ออกไปทำงานข้างนอกพอดี จึงทำให้ร่างกายดูซูบลงเล็กน้อยครับ และมีภาพลักษณ์ใกล้เคียงกับตัวละครบักเซ็งมากขึ้น นอกจากนี้ ตลอดระยะเวลาประมาณ 6 เดือน ผมยังออกกำลังกายและปรับรูปร่างให้เหมาะสมกับบท รวมถึงตัดผมสั้นเพื่อเปลี่ยนลุคด้วย ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจอย่างหนึ่งสำหรับผมครับ
6. ภาพยนตร์เรื่องนี้กล่าวถึงการเขียนจดหมายส่งไปหาคนที่อยู่ห่างไกล หากเลือกได้ คุณอยากเขียนจดหมายถึงใครบ้าง
หลี่ซือถง : หากสามารถเขียนจดหมายหนึ่งฉบับถึงใครสักคนได้ ฉันคงเลือกเขียนถึงครอบครัว เพราะเราไม่ได้พบกันมานานแล้ว ขณะนี้ฉันอยู่ที่ประเทศไทย ส่วนครอบครัวอยู่ที่ประเทศจีน จึงมีความรู้สึกคล้ายกับตัวละครในภาพยนตร์เรื่องนี้เลยค่ะ
จงเสี่ยวเฮี้ยง : ฉันอยากเขียนจดหมายถึงตัวเองในอดีต เพราะตอนเด็กๆ ไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ หากสามารถเขียนจดหมายกลับไปหาตัวเองได้ ฉันอยากให้กำลังใจและบอกตัวเองให้ตั้งใจเรียน ไม่ว่าจะยากลำบากเพียงใดก็ต้องพยายาม เพราะสิ่งที่รู้สึกเสียดายมาจนถึงทุกวันนี้คือการที่ตัวเองอ่านหนังสือไม่ออกค่ะ
หลี่เต๊กหยู : ฉันอยากเขียนจดหมายถึงตัวเองเช่นกัน เพราะในอดีตไม่ได้เรียนหนังสือมากนัก ซึ่งเป็นเรื่องที่รู้สึกเสียดาย แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะปัจจุบันฉันรักตัวเองมากขึ้น และได้เรียนรู้ที่จะรักตัวเอง ฉันอยากเขียนจดหมายเพื่อบอกให้ตัวเองออกไปทำตามความฝัน ทำในสิ่งที่ต้องการ และพัฒนาตัวเองให้เป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุดค่ะ
7. รู้สึกอย่างไรที่ได้มีส่วนร่วมในการแสดง “Dear You จดหมายรักถึงอาม่า” ซึ่งได้กลายเป็นภาพยนตร์รายได้สูงและเป็นปรากฏการณ์แห่งปี
หลี่เต๊กหยู : ไม่เคยคิดเลยค่ะว่าอายุเท่านี้แล้ว แต่จะยังมีโอกาสได้แสดงภาพยนตร์ จึงรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากๆ และอยากขอบคุณผู้กำกับหลานหงชุนที่มอบโอกาสให้ฉันได้เข้ามามีส่วนร่วมค่ะ
จงเสี่ยวเฮี้ยง : ฉันขอขอบคุณผู้กำกับหลานหงชุนมากๆ ที่มอบโอกาสให้ได้แสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ แม้ว่าฉันจะไม่ได้เรียนหนังสือมากนักก็ตาม ก่อนหน้านี้ ฉันเคยร่วมงานกับผู้กำกับฯ มาแล้ว หนึ่งในนั้นคือภาพยนตร์ Back to Love ซึ่งรับบทเป็นคุณแม่ ส่วนในเรื่องนี้รับบทเป็นญาติผู้ใหญ่หรือคุณป้าค่ะ
8. ภาพยนตร์ไทยเรื่อง “หลานม่า” และ “Dear You จดหมายรักถึงอาม่า” มีความคล้ายคลึง มีการพูดถึงชาวจีนแต้จิ๋ว เป็นภาพยนตร์ต้นทุนต่ำที่กลับประสบความสำเร็จในเชิงกระแสและรายได้ แถมนักแสดงไทยอย่าง อาม่าแต๋ว-อุษา เสมคำ ก็มาร่วมแสดงในเรื่องนี้ด้วย อยากทราบว่าผู้กำกับฯ ได้รับแรงบันดาลใจจาก “หลานม่า” ในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยหรือไม่
ผู้กำกับหลานหงชุน : “หลานม่า” เป็นภาพยนตร์ไทยที่มอบกำลังใจให้ผมอย่างมากครับ ส่วน “Dear You จดหมายรักถึงอาม่า” เริ่มถ่ายทำในช่วงปลายปี 2024 ซึ่งเป็นช่วงที่ “หลานม่า” เข้าฉายในประเทศจีนพอดี ผมได้ไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ รู้สึกซาบซึ้งและร้องไห้ออกมา ขณะนั้นเรายังไม่พบนักแสดงที่เหมาะสมกับบทด้วย
หลังจากได้ชม “หลานม่า” ผมรู้สึกทันทีว่าอาม่าอุษา น่าจะเป็นนักแสดงที่เหมาะกับบทนี้มากๆ ตอนนั้นทีมงานของเรายังไม่มีชื่อเสียงมากนัก ผมจึงแอบกังวลว่า หากติดต่ออาม่าอุษาไป เธอจะตอบตกลงมาร่วมแสดงกับเราหรือเปล่า แต่ทางเราได้แปลบทภาพยนตร์เป็นภาษาไทยและส่งไปให้อาม่าอุษาอ่าน เมื่อเธออ่านแล้วก็รู้สึกซาบซึ้งกับเรื่องราวมาก และยินดีเดินทางมาร่วมถ่ายทำภาพยนตร์กับเราที่ประเทศจีน
ขณะนั้น นักแสดงอาวุโสอีกคนซึ่งรับบทเป็นอาม่าฝั่งจีนมีอายุมากแล้ว และไม่สามารถเดินทางโดยเครื่องบินไปถ่ายทำนอกประเทศได้ ผมจึงกังวลว่าหากต้องถ่ายทำฉากประเทศไทยในประเทศจีน ภาพที่ออกมาจะสมจริงหรือดูเป็นฉากจำลองมากเกินไปหรือไม่ แต่เมื่ออาม่าอุษาตอบรับบท ผมก็รู้สึกว่าโชคดีมาก เราสามารถถ่ายทำฉากสุดท้ายในประเทศจีนได้ โดยพบบ้านหลังหนึ่งซึ่งมีบรรยากาศและองค์ประกอบที่สะท้อนความเป็นไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เป็นอย่างดี
ผมรู้สึกว่า “หลานม่า” กับภาพยนตร์เรื่องนี้มีความเชื่อมโยงบางอย่างระหว่างกัน เพราะทั้งสองเรื่องต่างถ่ายทอดเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความเป็นมนุษย์ เมื่อ “หลานม่า” ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ชมทั่วเอเชีย ความสำเร็จนั้นก็กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผมเชื่อว่า หากเราพยายามถ่ายทอดความรู้สึกที่จริงใจออกมา ผู้ชมก็จะสามารถรับรู้และเข้าถึงความรู้สึกนั้นได้ครับ
9. มีชาวจีนโพ้นทะเลอาศัยอยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก และมีสำนวนจีนว่า “อิ๋นสุ่ยซือหยวน” (饮水思源) ซึ่งหมายถึง “เมื่อดื่มน้ำ ให้รำลึกถึงต้นน้ำ” รู้สึกอย่างไรที่ได้เป็นส่วนหนึ่งให้ชาวจีนโพ้นทะเลหวนรำลึกถึงบรรพบุรุษอีกครั้ง ผ่านภาพยนตร์เรื่องนี้
จงเสี่ยวเฮี้ยง : ฉันคิดว่าเราไม่ควรทอดทิ้งหรือลืมสิ่งต่างๆ ที่บรรพบุรุษตั้งใจสร้างและส่งต่อให้แก่ลูกหลานค่ะ เพราะทุกสิ่งล้วนแลกมาด้วยเลือดเนื้อและความยากลำบากของพวกท่าน บรรพบุรุษต้องต่อสู้ดิ้นรนและเผชิญกับความเป็นความตาย เพื่อสร้างรากฐานที่ดีไว้ให้คนรุ่นหลัง
ภาพยนตร์เรื่อง Dear You จดหมายรักถึงอาม่า ได้เข้าฉายในประเทศไทย โดยผู้กำกับฯ หลานหงชุนและทีมงานได้ใช้เวลาหลายปีเดิน เพื่อเก็บข้อมูลจากกว่า 300 ครอบครัว และสัมภาษณ์ชาวแต้จิ๋วกว่า 120 คน ทำให้เนื้อหากว่า 90% ของภาพยนตร์สร้างจากเรื่องจริงอย่างละเอียด รวมถึงการคัดเลือกนักแสดงวัยรุ่นที่พูดภาษาแต้จิ๋วได้จากผู้สมัครกว่า 1,000 คน โดยเรื่องราวถ่ายทอดผ่าน “โพยก๊วน” หรือจดหมายจริงของชาวจีนโพ้นทะเล ซึ่งยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกในปี 2013 สะท้อนทั้งประวัติศาสตร์ สังคม และจิตวิญญาณที่มีต่อบ้านเกิดและบรรพบุรุษของชาวจีนแต้จิ๋ว