กรมชลฯ ระดมตั้งเครื่องสูบน้ำน่าน ยัน เขื่อนสิริกิติ์ มีพื้นที่รองรับน้ำเพียงพอ ในช่วงฤดูฝน

กรมชลฯ เฝ้าระวังแม่น้ำน่านเพิ่มสูง หลังฝนตกหนัก ระดมเครื่องจักรเร่งระบายน้ำ ยัน เขื่อนสิริกิติ์ มีพื้นที่รองรับน้ำเพียงพอ ในช่วงฤดูฝน

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด หลังกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนหลายพื้นที่จะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่งผลให้จังหวัดน่านเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากหลายอำเภอมีปริมาณฝนสะสมอยู่ในเกณฑ์สูง ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำน่านตอนบนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

นายวิทยา กล่าวว่า โดยในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 18-19 สิงหาคม 2569 จังหวัดน่านมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ วัดปริมาณฝนสะสมสูงสุด 277.6 มิลลิเมตร ที่โรงเรียนพนาสวรรค์ ตำบลภูคา อำเภอปัว รองลงมา ได้แก่ ชุมชนบ้านร้องแง ตำบลวรนคร อำเภอปัว 250.2 มิลลิเมตร และลำน้ำกุน ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว 241.4 มิลลิเมตร ทั้งนี้ตนได้สั่งการให้โครงการชลประทานในพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยสถานีวัดน้ำที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ สถานี N.64 บริเวณบ้านผาขวาง อำเภอเมืองน่าน สถานี N.1 บริเวณสะพานพัฒนาภาคเหนือ อำเภอเมืองน่าน และสถานี N.49 บ้านน้ำยาว อำเภอปัว จังหวัดน่าน ซึ่งมีแนวโน้มระดับน้ำเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ปริมาณน้ำจากอำเภอปัวจะใช้เวลาประมาณ 10-12 ชั่วโมงในการไหลถึงสถานี N.1 อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่สถานี N.13A บริเวณบ้านบุญนาค อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน มีแนวโน้มระดับน้ำเพิ่มขึ้นเช่นกัน

นายวิทยา กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำของเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 6,227 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 65.56% ของความจุอ่างเก็บน้ำ และยังสามารถรองรับน้ำได้อีก 3,275 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 34.44% ของความจุอ่างเก็บน้ำ จึงยังมีพื้นที่ว่างเพียงพอสำหรับรองรับปริมาณน้ำฝนในช่วงที่เหลือของฤดูฝน รวมถึงสามารถรองรับปริมาณน้ำที่ไหลมาจากจังหวัดน่านได้ และตนได้สั่งการให้โครงการชลประทานน่าน สำนักงานชลประทานที่ 2 เตรียมความพร้อมด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะบริหารจัดการและระบายน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ รวมถึงบูรณาการร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด

นายวิทยา กล่าวว่า ขณะเดียวกัน กรมชลประทานได้ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่แล้ว โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 24 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง ในพื้นที่อำเภอเมืองน่าน และเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว จำนวน 11 เครื่อง ในพื้นที่อำเภอเวียงสา พร้อมระดมเครื่องจักรและเครื่องมือ ได้แก่ รถแบ๊กโฮและรถบรรทุกเทท้าย รวม 7 คัน เข้าดำเนินการเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางทางน้ำและบริเวณคอสะพาน

นายวิทยา กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังติดตาม เฝ้าระวัง และเตรียมการป้องกันร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ กรมชลประทานขอให้ประชาชนในจังหวัดน่าน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ริมลำน้ำ และพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ติดตามสถานการณ์น้ำและประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยกรมชลประทานจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและแจ้งข้อมูลให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง