โรงพยาบาล ชีพจรเต้นอ่อน.!?

ปิดฉากฤดูกาลประกาศงบไตรมาส 2/2569 ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไปแล้ว โดยงบ บจ. 678 แห่ง กวาดกำไรไป 3.90 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% ซึ่งมีหลายกลุ่มอุตสาหกรรมที่ทำผลงานเติบโตโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพลังงาน กลุ่มแบงก์ และกลุ่มไอที แต่พอไปส่องงบกลุ่มโรงพยาบาลพบว่าสัญญาณชีพจรในไตรมาสนี้อ่อนแรงแฮะ..!!
ไล่มาตั้งแต่โรงพยาบาลใหญ่อย่าง บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 3,248 ล้านบาท ลดลง 7% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3,489 ล้านบาท และมีรายได้จากการดำเนินงาน 27,514 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 27,134 ล้านบาท เป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้จากผู้ป่วยชาวไทย 2% ขณะที่รายได้จากผู้ป่วยชาวต่างชาติลดลง 2% จากผลกระทบของผู้ป่วยชาวกัมพูชา และตะวัน ออกกลางที่ลดลง
ฟากบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH แม้เห็นกำไรโต แต่โตแค่หางอึ่ง โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,889 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 1,858 ล้านบาท และมีรายได้จากกิจการโรงพยาบาลอยู่ที่ 6,231 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 6,005 ล้านบาท
การเติบโตดังกล่าว เป็นผลมาจากรายได้กลุ่มผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้น 7.1% ช่วยชดเชยการลดลงของรายได้ผู้ป่วยชาวไทยที่ลดลง 2.2% โดยในไตรมาสนี้บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยชาวไทยอยู่ที่ 33.6% และมีรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติอยู่ที่ 66.4%
ขณะที่โรงพยาบาลขนาดกลางขวัญใจผู้ป่วยประกันสังคม อย่างบริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH กำไรสุทธิลดลงเหลือ 343 ล้านบาท ลดลง 11.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 388 ล้านบาท และมีรายได้รวม 3,012 ล้านบาท ลดลง 1.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 3,045 ล้านบาท
เป็นผลมาจากการลดลงของรายได้ศูนย์เกษมราษฎร์ พลาสติก เซอร์เจอร์รี่ และรายได้ศูนย์เวชศาสตร์ป้องกันและฟื้นฟูสุขภาพ ประกอบกับการลดลงของผู้ป่วยกัมพูชา จากการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะที่รายได้จากผู้ป่วยประกันสังคมเพิ่มขึ้น 4.3% และการรับรู้รายได้ส่วนเพิ่มจากการรักษาผู้ป่วย 26 โรงเรื้อรัง จำนวน 71 ล้านบาท
ส่วนบริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 มีกำไรสุทธิ 184 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 181 ล้านบาท และมีรายได้รวม 1,330 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,296 ล้านบาท ได้แรงหนุนจากกลุ่มผู้ป่วยใน และกลุ่มผู้รับบริการชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลาง และเมียนมา ซึ่งเข้ารับบริการทางการแพทย์เฉพาะทาง และโรคซับซ้อน ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้น
ขณะที่บริษัท โรงพยาบาล ลาดพร้าว จำกัด (มหาชน) หรือ LPH กำไรสุทธิเหลือแค่ 46 ล้านบาท ลดลง 17.86% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 56 ล้านบาท และมีรายได้จากการรักษาพยาบาล 500 ล้านบาท ลดลง 0.20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้จากการรักษาพยาบาล 501 ล้านบาท ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจผันผวน และเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์
บริษัท โรงพยาบาลราชพฤกษ์ จำกัด (มหาชน) หรือ RPH มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 26 ล้านบาท ลดลง 27.79% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 36 ล้านบาท และมีรายได้กิจการโรงพยาบาล 264 ล้านบาท ลดลง 3.92% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้กิจการโรงพยาบาล 268 ล้านบาท สาเหตุมาจากจำนวนผู้ป่วยใน (IPD) และอัตราครองเตียงของผู้ป่วยใน (IPD) ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม รายได้ต่อ Visit ของผู้ป่วยใน (IPD) ปรับตัวเพิ่มขึ้น จึงช่วยลดผลกระทบจากจำนวนผู้ป่วยที่ลดลงได้บางส่วน
หันไปดูบริษัท โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง จำกัด (มหาชน) หรือ WPH กำไรสุทธิเหลือ 19 ล้านบาท ลดลง 62.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 36 ล้านบาท และมีรายได้จากการรักษาพยาบาล 492 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้จากการรักษาพยาบาล 479 ล้านบาท จากการขยายตัวของกลุ่มผู้ป่วยนอก (OPD) แต่จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้ผู้ป่วยเพิ่มความระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ทำให้อัตราการเปลี่ยนเป็นผู้ป่วยในปรับลดลง ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยในปรับลดลง
ที่หนักสุดคงเป็น บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC แม้ไตรมาสนี้มีรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์อยู่ที่ 1,558 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.03% แต่ตัวเลขบรรทัดสุดท้ายยังมีผลขาดทุนสุทธิ 138 ล้านบาท ขาดทุนลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 149 ล้านบาท
อ้อ…ยังมี 2 โรงพยาบาลที่กำไรโตแรง นั่นคือ บริษัท โรงพยาบาลราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ RJH มีกำไรสุทธิ 113.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 60.06 ล้านบาท และมีรายได้กิจการโรงพยาบาล 780 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้กิจการโรงพยาบาล 666 ล้านบาท
ส่วนบริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ EKH มีกำไรสุทธิ 60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.88% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 47 ล้านบาท และมีรายได้กิจการโรงพยาบาล 329 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้จากกิจการโรงพยาบาล 276 ล้านบาท
ถ้าเปรียบกลุ่มโรงพยาบาลเป็นผู้ป่วย ก็ไม่ต่างจากผู้ป่วยที่ชีพจรอ่อนแรงนะเนี่ย ซึ่งคาดว่าจะเห็นสัญญาณชีพฟื้นในไตรมาส 3/2569 จากการเข้าสู่ไฮซีซั่นของฤดูฝน
แต่ถ้ายังไม่มาตามนัดอีกละก้อ..ก็โกยเถอะโยม..!!
…อิ อิ อิ…