กางข้อกฎหมายจี้คืนที่ดิน "วัดป่าอดุลยาราม" เตือนทายาทหยุดดันทุรัง-ยื่นศาลเสี่ยงติดคุกไม่รอลงอาญา

  1. หน้าหลัก 
  2. ภูมิภาค 
  3. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

กางข้อกฎหมายจี้คืนที่ดิน "วัดป่าอดุลยาราม" เตือนทายาทหยุดดันทุรัง-ยื่นศาลเสี่ยงติดคุกไม่รอลงอาญา

เผยแพร่: 30 ส.ค. 2569 13:01   ปรับปรุง: 30 ส.ค. 2569 13:01   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวขอนแก่น - "ทนายอนันตชัย" เดินหน้าเคลียร์ข้อพิพาทที่ดิน "วัดป่าอดุลยาราม" ชี้ชัดการอุทิศที่ดินสร้างวัดเสร็จสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว ทายาทไม่มีสิทธิ์ยึดคืนเตรียมชงนายอำเภอ-ผู้ว่าฯ ใช้ authority ดำเนินการหากทายาทเพิกเฉย พร้อมตั้งเป้าดันกรณีนี้เป็น "อดุลยารามโมเดล" แก้ปัญหาที่ดินวัดทั่วประเทศ


ความคืบหน้ากรณีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินวัดป่าอดุลยาราม ล่าสุด ทนายอนันตชัย ไชยเดช ได้จัดทำความเห็นทางกฎหมายเกี่ยวกับข้อเท็จจริง ระเบียบ ประกาศ และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับเงื่อนไขการโอนที่ดิน เพื่อยุติปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว

ทนายอนันตชัย ระบุว่า เมื่อเจ้าของที่ดินได้แสดงเจตนาอุทิศที่ดินเพื่อสร้างวัด ไม่ว่าจะด้วยการเปล่งวาจาหรือทำหนังสือยินยอม และที่ดินนั้นได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในการสร้างวัดจริง ย่อมถือว่าที่ดินดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทรัพย์สินสำหรับการสร้างวัดโดยสมบูรณ์ ไม่สามารถเปลี่ยนไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นได้อีก เมื่อการสร้างวัดเสร็จสิ้นและได้รับหนังสืออนุญาตตั้งวัด ตลอดจนเข้าสู่ขั้นตอนการพระราชทานวิสุงคามสีมา ซึ่งวัดป่าอดุลยารามได้ดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอนทุกประการ จึงไม่มีเหตุผลหรือข้ออ้างใดๆ ที่จะนำที่ดินดังกล่าวกลับคืนไปเป็นของเอกชนได้

สำหรับประเด็นการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินหลังสร้างวัดเสร็จ ทนายอนันตชัย ชี้แจงว่า หากทายาทของผู้ยกที่ดินให้ ไม่ยอมดำเนินการโอนตามกฎหมาย จะเป็นอำนาจหน้าที่ของนายอำเภอหรือผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะต้องเข้ามาดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด โดยฝ่ายกฎหมายได้จัดทำความเห็นในเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว และจะส่งมอบให้ "ทนายบอย" นำไปดำเนินการในขั้นตอนต่อไป


ดันเป็น "อดุลยารามโมเดล" แก้ปัญหาที่ดินวัดทั่วประเทศ

ทนายอนันตชัย เน้นย้ำว่า ต้องการให้การแก้ไขปัญหาที่ดินของวัดป่าอดุลยารามในครั้งนี้ เป็นบรรทัดฐานและเป็น "ต้นแบบ" (Model) สำหรับวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ เนื่องจากปัจจุบันยังมีวัดอีกเป็นจำนวนมากที่สร้างเสร็จแล้ว แต่ยังติดปัญหาเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้เป็นของวัดอย่างถูกต้อง หากทายาทไม่ยอมโอน ก็ควรใช้แนวทางนี้ให้นายอำเภอหรือผู้ว่าราชการจังหวัดใช้อำนาจหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย


ฝากเตือนทายาท "ป้าดา-ตาเฮียง" ถอนแจ้งความ ก่อนสายเกินแก้

นอกจากนี้ ทนายอนันตชัย ยังได้ฝากข้อความถึงทายาทของ "ป้าดา" และ "ตาเฮียง" ให้พิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ โดยเฉพาะกรณีการแจ้งความเกี่ยวกับโฉนดที่ดิน เพราะหากเรื่องเข้าสู่กระบวนการชั้นศาล แล้วพบว่ามีความผิดจริง ศาลอาจมีคำสั่งลงโทษจำคุกโดยไม่รอลงอาญา

"อยากให้ทุกฝ่ายพิจารณาเรื่องการขอขมา และดำเนินการโอนที่ดินให้ถูกต้อง แทนการเดินหน้าข้อพิพาทต่อไป เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะดันทุรัง" ทนายอนันตชัย กล่าว

ทั้งนี้ หากวัดป่าอดุลยารามได้รับความเสียหายจากการดำเนินการใดๆ ฝ่ายกฎหมายทั้งตนเองและทนายบอย พร้อมที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาและดำเนินการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อให้เรื่องราวยุติลงอย่างถูกต้อง และสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการปกป้องทรัพย์สินของพระพุทธศาสนาต่อไป