ยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อมประชากรอาเซียนรับมือเทคโนโลยีที่เร่งการเปลี่ยนแปลง

ในยุคสมัยที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องเผชิญกับคลื่นความเปลี่ยนแปลงรอบด้าน ทั้งจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานใหม่ และการเร่งตัวอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ การเดินหน้าเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของโปรโตคอล เทคโนโลยี หรือสายเคเบิลอันซับซ้อน หากแต่คือการลงเสาเข็มสร้าง ‘บ้านอาเซียนดิจิทัลที่พร้อมปรับตัวสู่อนาคต’ ให้แก่ประชาชนหลายร้อยล้านคนในภูมิภาค ซึ่งสอดรับกับวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน พ.ศ.2588 (ASEAN Vision 2045) และแผนแม่บทดิจิทัลอาเซียน พ.ศ.2573  (ASEAN Digital Master Plan 2030)

มูลนิธิอาเซียน (ASEAN Foundation) ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ. 1997 ในฐานะองค์กรระหว่างรัฐบาลตามกฎบัตรอาเซียน ASEAN Foundation ทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการถักทอโครงสร้างแห่งความไว้เนื้อเชื่อใจของอาเซียนให้กลายเป็นความจริง ผ่านเสาหลักการดำเนินงานทั้ง 6 ด้าน ได้แก่ 1) ศิลปะและวัฒนธรรม 2) การเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (Micro, Small, Medium Enterprises – MSMEs) 3) การสร้างเครือข่ายประชาชนแห่งประชาคมอาเซียน (People-to-People Network – P2P)  4) การศึกษาและการพัฒนาทักษะประชนชนอาเซียน 5) สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน และ 6) ผลิตสื่อเพื่อความเข้าใจอาเซียน 

เพื่อเตรียมความพร้อมประชาชนอาเซียนให้สามารถรับมือการการกระชากเปลี่ยนทางเทคโนโลยี ASEAN Foundation วางยุทธศาสตร์บ้านดิจิทัลอาเซียน (ASEAN Digital Home) ที่มีองค์ประกอบ 5 ประการ ได้แก่ 1) ฐานรากอันมั่นคง 2) ประตูและหน้าต่างที่เปิดกว้างสู่โอกาส  3) หลังคาและรั้วที่แข็งแกร่ง 4) โครงสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ 5) บ้านแห่งความสุข

องค์ประกอบที่ 1: ฐานรากอันมั่นคง (Strong Foundation)

ฐานรากอันมั่นคงเปรียบเสมือนการวางรากฐานทักษะดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เชิงลึก (Digital & AI Literacy) ให้แก่ประชาชนและเยาวชนทั่วภูมิภาค เพื่อสร้างการรู้เท่าทันและพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างเข้มแข็ง

โครงการแรกในส่วนฐานรากคือ โครงการ AI Ready ASEAN โดยได้รับการสนับสนุนจาก Google.org มุ่งสร้างความรู้เท่าทันปัญญาประดิษฐ์ขั้นพื้นฐานให้ครอบคลุมทั้งสิบประเทศสมาชิก โครงการนี้สามารถเข้าถึงและยกระดับทักษะผู้เรียนได้มากกว่า 8.4 ล้านคน (ณ เดือนสิงหาคม 2026) ซึ่งก้าวข้ามเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 5.5 ล้านคนอย่างก้าวกระโดด นอกจากนี้ยังได้ฝึกอบรมและสร้างวิทยากร Master Trainers ด้าน AI ไปแล้วมากกว่า 5,000 คน และมีผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม AI Class ASEAN (www.aiclassasean.org) มากกว่า 350,000 คน พร้อมกันนั้นยังจัดประชุมเชิงนโยบายระดับภูมิภาคและระดับชาติอย่างต่อเนื่องเพื่อผลักดันให้กรอบการเรียนรู้ปัญญาประดิษฐ์ถูกผนวกรวมเข้ากับนโยบายการศึกษาระดับประเทศอย่างยั่งยืน

อีกหนึ่งโครงการสำคัญในการวางฐานรากคือ โครงการ ASEAN Data Science Explorers ร่วมมือกับ SAP มุ่งเน้นการสร้างทักษะวิเคราะห์ข้อมูลผ่านโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลให้แก่สถาบันอุดมศึกษาและโรงเรียนมัธยมทั่วภูมิภาค โครงการได้สร้างผลกระทบต่อเยาวชนมากกว่า 111,644 คน จากสถาบันอุดมศึกษา 840 แห่ง โรงเรียนมัธยม 362 แห่ง และสร้างบุคลากรครูอาจารย์ผู้สอนมากกว่า 3,422 คน (ณ เดือนสิงหาคม 2026)

องค์ประกอบที่ 2: ประตูและหน้าต่างที่เปิดกว้าง (Open Doors & Windows)

ประตูและหน้าต่างที่เปิดกว้างเปรียบเสมือนการเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจ การค้า การลงทุน นวัตกรรม และการเติบโตทางเศรษฐกิจข้ามแดน ให้ผู้ประกอบการรายย่อยและเยาวชนสามารถก้าวออกสู่ตลาดสากลได้อย่างราบรื่น

โครงการแรกคือ โครงการ AIM ASEAN (AI for MSMEs Advancement in ASEAN) ร่วมมือกับ AVPN, Google และ ADB ตั้งเป้าหมายยกระดับ MSMEs กว่า 100,000 ราย โดยส่งเสริมทักษะปัญญาประดิษฐ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการแข่งขัน ซึ่งปัจจุบันได้สร้างผลกระทบแก่ผู้ร่วมโครงการรายบุคคลกว่า 81,300 คน และสถานประกอบการมากกว่า 52,700 ราย

ถัดมาคือ โครงการ ASEAN Ahead หรือ ASEAN AI for Youth Empowerment and Development ที่ร่วมมือกับ LinkedIn ซึ่งเป็นโครงการระยะเวลา 2 ปีที่มุ่งเตรียมความพร้อมให้เยาวชนกว่า 18,000 คนให้เข้าสู่ตลาดแรงงานยุคปัญญาประดิษฐ์ กิจกรรมครอบคลุมตั้งแต่การสำรวจความต้องการของตลาดแรงงาน การฝึกอบรมความพร้อมด้านอาชีพ การสัมมนาผ่านระบบออนไลน์และระบบพี่เลี้ยงจากผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนระบบจับคู่ตำแหน่งงานและการจัดงานมหกรรมหางานระดับภูมิภาค

ขณะเดียวกัน โครงการ ASEAN SOAR Together (SOAR = Supporting Our Artisans and Retailers) ที่ร่วมมือกับ TikTok Shop มุ่งเน้นการบ่มเพาะเร่งการเติบโตทางธุรกิจให้กับช่างฝีมือและผู้ค้าปลีกรายย่อยกว่า 1,400 ราย เสริมทักษะการตลาดดิจิทัลและการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์รูปแบบใหม่ ช่วยให้ผู้ประกอบการเพิ่มยอดขายเฉลี่ยร้อยละ 40  และสร้างการเติบโตของยอดขายรวมสูงถึง 8.2 เท่า

องค์ประกอบที่ 3: หลังคาและรั้วอันแข็งแกร่ง (Protective Shield / Sturdy Roof & Fence)

หลังคาและรั้วที่แข็งแกร่งคือระบบคุ้มกันและปกป้องสังคมไซเบอร์ให้แก่ประชาชน จากภัยคุกคามและการทุจริตหลอกลวงในโลกออนไลน์ เพราะไม่ใช่แต่เฉพาะคนดีเท่านั้นที่เข้าถึงเทคโนโลยี อาชญากรจำนวนมากก็ใช้เทคโนโลยีในการสร้างเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์

โครงการหลักในองค์ประกอบนี้คือ โครงการ Scam Ready ASEAN ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐจาก Google.org มีเป้าหมายสร้างทักษะการรับรู้ ป้องกัน และตอบโต้การทุจริตหลอกลวงออนไลน์ รวมถึงภัยคุกคามที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือ ให้แก่ประชาชนมากกว่า 3 ล้านคนทั่วอาเซียน ครอบคลุมเยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้ปกครอง และครูผู้สอน โดยที่ผ่านมาสามารถสร้างการรับรู้ผ่านแคมเปญสื่อดิจิทัลมากกว่า 360,000 ครั้ง เข้าถึงผู้คน 1.8 ล้านคน และอยู่ระหว่างการเตรียมเครือข่ายวิทยากรหลัก 2,000 คนเพื่อส่งต่อความรู้สู่ผู้เรียนอีก 550,000 คน

องค์ประกอบที่ 4: โครงสร้างของบ้านดิจิตอลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (Eco-Friendly Home & Climate Action)

บ้านสีเขียวยั่งยืนคือการสร้างความเติบโตที่สมดุล โดยเน้นนวัตกรรมสีเขียว การพัฒนาชุมชน และวิสาหกิจเพื่อสังคมที่ขับเคลื่อนความยั่งยืนในระดับฐานราก

ด้านงานพัฒนาชุมชนยั่งยืน โครงการ Empowering Youths Across ASEAN ร่วมมือกับ Maybank มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาชุมชนผ่านพลังงานอาสาสมัครของเยาวชน โดยได้สร้างนักเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่ผ่านการฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพแล้วมากกว่า 600 คน และส่งมอบโครงการพัฒนาชุมชนที่สร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนท้องถิ่นโดยตรงมากกว่า 114,465 คน

สำหรับวิสาหกิจเพื่อสังคม มี โครงการ ASEAN SEDP Elevate (Social Enterprise Development Programme) ร่วมกับ SAP ที่จัดชั้นเรียนหลักสูตรปัญญาประดิษฐ์เข้มข้นสำหรับวิสาหกิจเพื่อสังคม 100 แห่ง พร้อมการให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวด้านการเข้าถึงตลาด การเตรียมความพร้อมรับการลงทุน และการจับคู่ธุรกิจ เพื่อเร่งการเติบโตของธุรกิจที่สร้างผลกระทบเชิงบวกแก่สังคมอย่างยั่งยืน

องค์ประกอบที่ 5: บ้านแห่งความสุข (Happy Home / Digital Wellness Zone)

บ้านแห่งความสุขคือการโอบอุ้มทั้งสุขภาวะทางกาย จิตใจ และการสร้างสมดุลทางดิจิทัลให้แก่ผู้คนในสังคม

โครงการสำคัญในองค์ประกอบนี้คือ โครงการ ASEAN Teen Digital Wellbeing Initiative ที่ร่วมมือกับ Google.org และ Yayasan Plan International Indonesia เพื่อรับมือกับผลกระทบของการใช้เทคโนโลยีต่อเยาวชน มุ่งสร้างพลเมืองดิจิทัลที่มีความรับผิดชอบ สร้างสมดุลการใช้งานออนไลน์ คุ้มครองสุขภาวะทางจิตวิทยา และสร้างความสงบสุขในการใช้ชีวิตยุคดิจิทัล ผ่านการจัดทำกรอบอ้างอิงและข้อเสนอนโยบายต่อภาครัฐในระดับภูมิภาค

การผนึกกำลังประสานสู่อนาคตอาเซียนที่ยั่งยืน

การขับเคลื่อนโครงการทั้ง 5 องค์ประกอบของมูลนิธิอาเซียน มิได้เกิดจากนโยบายของภาครัฐเพียงอย่างเดียว หากแต่ถือกำเนิดขึ้นจากการขับเคลื่อนรูปแบบ โมเดล 3 ประสาน (Public, Private, People Partnerships: PPPP) อย่างแท้จริง โดยมีภาครัฐ ผ่านคณะกรรมการผู้แทนถาวรประจำอาเซียน (Committee of Permanent Representatives to ASEAN – CPR) และสำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEAN Secretariat) ร่วมกำหนดทิศทาง มีภาคเอกชนและพันธมิตรระดับโลกทั้งจากรัฐบาลของประเทศคู่เจรจาของอาเซียน (ASEAN Dialogue Partners) และบริษัทข้ามชาติ (Multi-National Corporations) สนับสนุนเทคโนโลยีและทุน และมีเครือข่ายภาคประชาชน องค์กรประชาสังคม และวิสาหกิจเพื่อสังคม ทำหน้าที่แปลงนโยบายและเทคโนโลยีให้กลายเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมกับบริบทวัฒนธรรมและภาษาท้องถิ่น

เมื่ออาเซียนก้าวเข้าสู่วิสัยทัศน์ปี 2045 มูลนิธิอาเซียน ASEAN Foundation จะยังคงทำหน้าที่เป็นเสาหลักในการขับเคลื่อนบ้านดิจิทัลอาเซียน ที่ได้รับการสนับสนุนนโยบายจากภาครัฐ ขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้ล่าสุดและทุนจากภาคเอกชน แต่มีภาคประชาชนเป็นเจ้าของ ดูแลรักษา และใช้ประโยชน์เพื่อความผาสุกของ ‘ประชาชนชาวอาเซียนทุกคน ASEAN Citizen‘ อย่างแท้จริง

มูลนิธิอาเซียน บ้านดิจิทัลอาเซียน ASEAN Digital Home ASEAN Vision 2045 การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ปิติ ศรีแสงนาม AI ทักษะดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ ASEAN digital transformation Digital Literacy อาเซียน ASEAN Foundation